เล่มที่5 บทที่18: ข้อเสนอของตระกูลจี้

Desolate Era เล่ม 5: สาวกตำหนักม่วง

บทที่ 18: ข้อเสนอของตระกูลจี้

“สายพิรุณสาดเท?” ต่งซีฉีพึมพำออกมาเบาๆเช่นกัน สาวกตำหนักม่วงสี่คนที่เบื้องหลังยังคงตกตะลึงไม่คลาย

“จี้หนิงผู้นี้แข็งแกร่งกว่าที่คิด” ต่งซีฉีครุ่นคิด “แม้มีอายุเพียงสิบหกปี แต่ศิษย์น้องมู่สี่ยังไม่อาจโค่นอีกฝ่ายลง! ดูท่าว่าคงมีแต่ข้าเท่านั้นที่สามารถสังหารมันได้” หากมันลงมือโจมตีเองคงต้องใช้พยุหะมังกรโลหิตแปดทิศ ยามเมื่อพยุหะนี้ปรากฏ ทั้งสองฝ่ายจะต้องต่อสู้กันจนกว่าจะตกตาย ไม่มีทางประนีประนอมได้อีก

ต่งซีฉีมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่งแต่ก็เข้าใจเช่นกันว่าตระกูลจี้หาได้อ่อนด้อย หากทั้งสองฝ่ายต้องต่อสู้กันจริงๆ ฝ่ายของมันอาจต้องสูญเสียสาวกตำหนักม่วงหนึ่งหรือสองคนจากทั้งหมด

หากมันสามารถสร้างสถานการณ์ให้อีกฝ่ายสำนึกตัวล่าถอยไปเองได้จึงจะเป็นการดีที่สุด

“จี้หนิงช่างน่าเกรงขามนัก”

“ทำได้ดี”

คนตระกูลจี้ต่างมองไปยังจี้หนิงด้วยความชื่นชม

“เจ้าไม่เป็นไรนะ?” จี้ยี่ฉวนสำรวจบุตรชาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บใดก็ค่อยผ่อนคลายลง

“ต่งซีฉี!” ท่านยายเงากล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “นี่หมายความว่าอย่างไรกัน? เจ้าลอบโจมตีคนของตระกูลจี้ทั้งที่พวกเราทุกคนอยู่ที่นี้ เจ้าช่างโอหังบังอาจนัก!”

“ผู้คนจากภูเขามังกรหิมะช่างอุกอาจป่าเถื่อนเกินไปแล้ว”

ผู้คนตระกูลจี้ต่างเต็มไปด้วยโทสะแต่พยายามข่มกลั้นไม่เข้าปะทะ จะอย่างไรฝ่ายตรงข้ามก็เป็นคนของภูเขามังกรหิมะ

ต่งซีฉีหัวเราะออกมา “ลอบโจมตีรึ? กล่าวได้ไม่น่าฟังไปแล้ว ศิษย์น้องของข้าแค่ได้ยินมานานว่าตระกูลจี้ของเจ้ามีอัจฉริยะที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ แม้แต่ศิษย์น้องเป่ยจื้อชานแห่งภูเขามังกรหิมะเรายังจบชีวิตในเงื้อมมือของมัน วันนี้เมื่อได้พบจึงอดคันไม้คันมือคิดทดสอบไม่ได้ หรือสาวกตำหนักม่วงแห่งภูเขามังกรหิมะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะขอทดสอบฝีมือกับสมาชิกตระกูลจี้ได้?”

“เจ้าเรียกว่านี่เป็นการทดสอบฝีมืองั้นหรือ?” เสียงแหบห้าวของท่านยายเงาเต็มไปด้วยโทสะ

“ถูกต้องแล้ว” ต่งซีฉีกล่าว “และก็ดูเหมือนว่าอัจฉริยะตระกูลจี้นั้นแข็งแกร่งจริงๆ สามารถทำลายวิชาของศิษย์น้องของข้าได้ น่าชื่นชม น่าชื่นชมนัก”

“เจ้า…” ท่านยายเงาสะกดระงับคลื่นโทสะที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน นางอยู่มาเกือบสีศตวรรษแล้วแต่ไม่เคยมีโทสะเช่นนี้มาก่อน หากไม่มีข้อห่วงพะวงใดนางคงลงมือไปนานแล้ว ทว่าเพื่อเห็นแก่ตระกูลจี้ทั้งหมดนางจึงต้องยอมจำทน

นัยน์ตาต่งซีฉีมีแววป่าเถื่อนวาบผ่านวูบหนึ่ง มันแค่นเสียงเย็นชา “อย่าว่าแต่ประมือเลย ต่อให้พวกเราสังหารจี้หนิงนั่นแล้วตระกูลจี้จะทำกระไรได้?” สายตาเย็นเยียบชั่วร้ายของต่งซีฉีกวาดผ่านผู้คนตระกูลจี้ มุมปากเหยียดยิ้มดูแคลนยั่วให้โทสะของพวกมันยิ่งปะทุขึ้นไปอีก

โอหังลำพองนัก!

ท่าทีของต่งซีฉีเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสราวกับการกำราบผู้คนตระกูลจี้ให้ราบคาบเป็นเรื่องแสนง่ายดาย!

“ท่านผู้นำตระกูล” ยามนี้จี้หลิวเจินมีโทสะแล้วจริงๆ เขาร้องตะโกน “ตระกูลจี้ของพวกเรามิอาจยินยอมให้ผู้อื่นข่มเหงเช่นนี้ ข้าขอยืนหยัดสู้ตายดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างอดสู พวกเรายินยอมอ่อนข้อครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ภูเขามังกรหิมะยังได้คืบจะเอาศอก กดดันพวกเราไม่หยุดหย่อน พวกเราตระกูลจี้จะอ่อนปวกเปียกเหมือนดินโคลนให้พวกมันบีบเค้นได้ตามใจชอบงั้นหรือ? โปรดออกคำสั่งให้ลงมือเถิด! วันนี้พวกมันมากันห้าคน เราจะให้พวกมันอย่างน้อยครึ่งหนึ่งต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!”

“แลกชีวิตกับพวกมัน!”

“ท่านผู้นำตระกูล โปรดให้พวกเราออกไปเสี่ยงกับพวกมันเถอะ”

“พวกมันเมื่อไม่เว้นทางถอยให้แก่ตระกูลจี้ เราก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอยู่เช่นกัน” ผู้คนตระกูลจี้บางส่วนเริ่มส่งเสียงร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว

ต่งซีฉีและพวกทั้งห้าบังเกิดความตระหนกขึ้นเล็กน้อย แม้ภูเขามังกรหิมะจะทรงอิทธิพลสูงส่งแต่นั่นคือสาขาหลัก สาขาของพวกมันที่เทือกเขานางแอ่นถึงจะแข็งแกร่งกว่าตระกูลจี้แต่นั่นก็แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น… ยอดฝีมือระดับสูงที่สุดอย่างมากก็อยู่ในระดับสาวกตำหนักม่วง หากทุ่มเทกำลังออกมาทั้งรังต่อให้สามารถฆ่าล้างตระกูลจี้ได้แต่ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นก็คงหนักหนาไม่น้อย

“หุบปากของพวกเจ้าซะ” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีหันกลับไปตวาดด้วยพลังปราณ เสียงของเขากระแทกเข้าไปในรูหูของสมาชิกตระกูลจี้แต่ละคน

สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปทางผู้เฒ่าเก้าอัคคี

………

“พวกมันหารืออันใดกัน?” ชายร่างใหญ่จู้ซานส่งเสียงทางพลังปราณสอบถามสมาชิกคนอื่นของภูเขามังกรหิมะ

“ขุมกำลังท้องถิ่นอันโง่เขลา” มู่สี่ในชุดยาวสีเทาส่งเสียงทางพลังปราณตอบกลับ “พวกมันคุ้นชินกับชีวิตอันยิ่งใหญ่ในหมู่ชนเผ่าจนยอมหักไม่ยอมงอ พวกเราคงบีบบังคับพวกมันมากเกินไปจึงบังเกิดความคิดทุ่มกำลังตอบโต้กลับเยี่ยงสุนัขจนตรอก…”

ต่งซีฉีตอบกลับอย่างเชื่อมั่น “ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากความ เฒ่าเจ้าเล่ห์เก้าอัคคีมีชีวิตอยู่มาเกือบสี่ศตวรรษย่อมต้องรู้จักคำนวณผลได้ผลเสีย มันจะห้ามปรามคนอื่นๆในตระกูลเอง”

………

ผู้คนฝ่ายตระกูลจี้เองก็ลอบส่งเสียงทางพลังปราณหารือกัน

“จริงอยู่ว่าภูเขามังกรหิมะกระทำเกินไป” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าว “แต่ไม่ว่าพวกมันจะโอหังลำพองเพียงใด พวกเราก็จำเป็นต้องกล้ำกลืนอดทนไว้ หรือพวกเจ้าคิดจะสู้กับพวกมันจริงๆ?”

“แต่ท่านผู้นำตระกูล ขอเพียงพวกเราลงนามทำสัญญากับจักรวรรดิเซี่ยได้ ถึงตอนนั้นพวกเราจะได้รับความคุ้มครองจากจักรวรรดิทั้งยังจะได้รับส่วนแบ่งอีกถึงสามในสิบส่วน” ชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามผู้หนึ่งออกความเห็น

“เจ้าโง่!” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีส่งพลังโต้ตอบ “ก่อนที่จะลงนามทำสัญญากับจักรวรรดิเซี่ยนั้น เราจะต้องส่งเรื่องรายงานขึ้นไปตามลำดับขั้น ทูตตัวแทนของจักรวรรดิจึงจะเดินทางมาตรวจสอบแหล่งผลึกธาตุ ท้ายที่สุดจึงจะเป็นการลงนามทำสัญญา ขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้เวลาทั้งนั้น กว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นตระกูลจี้ของพวกเราคงถูกขุดรากถอนโคนไปก่อนแล้ว!”

“เพียงเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยก็ยินยอมให้ทั้งตระกูลต้องเสี่ยงต่อความล่มสลายเช่นนั้นหรือ?” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีตะโกนก้อง “โง่เขลา โง่เขลาที่สุด! ต่อให้เราประสบความสำเร็จในการลงนามทำสัญญาและได้รับการปกป้องคุ้มครองจากจักรวรรดิไปอีกหนึ่งพันปีแล้วจะเป็นไร? เมื่อพันปีนั้นผ่านไปภูเขามังกรหิมะยังคงยกกำลังมาระบายความแค้นต่อพวกเรา สุดท้ายตระกูลจี้ก็ต้องพบกับหายนะอยู่ดี นี่จึงเป็นสาเหตุที่ข้ายอมยกแหล่งผลึกธาตุทั้งหมดให้แก่ภูเขามังกรหิมะ”

“แต่…”

“นี่มันน่าคับข้องใจไปแล้ว!”

ในใจผู้คนตระกูลจี้ยังคงลุกโชนไปด้วยโทสะ

“ไม่ว่าพวกเราจะรู้สึกไม่ยินยอมหรือมีโทสะเพียงใดก็ตาม เพื่อเห็นแก่ตระกูลจี้เราจำต้องยอมทน” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีทอดถอนใจกล่าวต่อคนทั้งหมด “ขอเพียงตระกูลจี้ยังคงอยู่สืบไป ต่อให้ต้องรับการเหยียดหยามบ้างจะนับเป็นอย่างไรได้?”

“หากจะโทษก็ต้องโทษว่าพวกเราเองที่ไม่แข็งแกร่งเพียงพอ แม้จะพบพานโชคที่สวรรค์ประทานมาให้ แต่พวกเรากลับไม่สามารถตักตวงผลประโยชน์อันใดได้” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีหันไปกล่าวกับจี้หนิง “จี้หนิง เจ้านับเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดที่ตระกูลจี้เคยมีมานับตั้งแต่ก่อตั้งตระกูล เมื่อใดที่เจ้าพัฒนาไปจนถึงระดับหมื่นดาราร่วมสำแดงพวกเราจึงจะปลอดภัยอย่างแท้จริง”

ทุกคนในตระกูลต่างมองไปยังจี้หนิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นปรารถนา

อนาคตของตระกูลจี้จะรุ่งเรืองเพียงใดขึ้นอยู่กับเขาแล้ว! ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติบางคนที่เคยกังขาในพลังของจี้หนิงเนื่องจากก่อนหน้านี้พวกมันเพียงได้ยินจากคำร่ำลือก็บังเกิดความเชื่อมั่นโดยสนิทใจ พวกมันได้เห็นกับตาว่าจี้หนิงสามารถทำลายเคล็ดวิชาสาวกตำหนักม่วงของภูเขามังกรหิมะได้ขณะที่มีอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น!

“แต่ไม่ว่าอัจฉริยะผู้นั้นจะยอดเยี่ยมสักเพียงใดก็ไร้ประโยชน์หากสิ้นชีพลง” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวต่อไป “เพื่อเห็นแก่ตระกูลจี้ เจ้าจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้”

จี้หนิงพยักหน้าเล็กน้อย

เขาพลันคิดถึงคนผู้หนึ่ง… บี่ ประมุขคนที่สี่แห่งนิเวศน์ใต้วารีผู้เอาชนะคู่ต่อสู้จำนวนมากมายจนกลายเป็นศิษย์ของผู้อมตะจูหัว พรสวรรค์ของมันย่อมไม่เป็นที่น่าสงสัย… ทว่ามันกลับตายลงขณะที่เป็นเพียงปรมาจารย์หมื่นสำแดง

“ผู้คนตระกูลจี้จะจดจำความอัปยศในวันนี้เอาไว้” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกวาดตามองสมาชิกทุกคนในตระกูล “พวกเราจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้าดูหมิ่นเหยียดหยามพวกเราอีก”

สมาชิกในตระกูลทุกคนพยักหน้าเปล่งเสียงรับคำ จี้หนิงเองก็เช่นกัน

………

ต่งซีฉีและสาวกตำหนักม่วงที่เหลือเพียงมองอยู่ด้านข้างขณะที่ผู้คนจากตระกูลจี้กล้ำกลืนโทสะลงไป พวกมันอดไม่ได้ต้องลอบยิ้มเยาะ นี่เป็นเรื่องที่พวกเขาเห็นมาหลายต่อหลายครั้งในอดีตเมื่อทำตามคำสั่งของสาขาหลัก ชนเผ่าอันต่ำต้อยและตระกูลเล็กตระกูลน้อยล้วนถูกบีบบังคับให้จำต้องโค้งเอวก้มศีรษะต่อหน้าภูเขามังกรหิมะ

“ต่งซีฉี” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีหันมาทางต่งซีฉีอีกครั้ง

“หารือกันเสร็จแล้วหรือ?” ต่งซีฉีมองผู้เฒ่าเก้าอัคคี “แต่ข้าขอบอกให้ชัดเจนก่อนว่าไม่ว่าอย่างไรเจ้าต้องส่งมอบป้ายพระราชทานของนครหมื่นกระบี่มา! หาไม่แล้วหายนะจะมาเยือนตระกูลจี้ของเจ้าในไม่ช้า!”

โทสะที่คนตระกูลจี้ข่มกลั้นเอาไว้แตกระเบิดขึ้นอีกครั้ง พวกมันต่างแสดงความโกรธแค้นออกมาทางสีหน้าจนหมดสิ้น

‘ต้อง’ ส่งมอบป้ายพระราชทานงั้นหรือ?

นี่ไยมิใช่เท่ากับบีบบังคับให้ตระกูลจี้ส่งมอบมาตุภูมิของตนออกไป?

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีขบกรามจนใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป มันเค้นเสียงออกมาทีละคำ “ตระกูลจี้ของเราจะส่งมอบป้ายพระราชทานและเดินทางออกจากนครหมื่นกระบี่ ที่แห่งนี้จะถูกส่งมอบให้เป็นอาณาเขตของภูเขามังกรหิมะ”

ทุกคนรวมทั้งจี้หนิงต่างนิ่งตะลึงงัน

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีเค้นเสียงกล่าววาจาสืบต่อ “แต่ภูเขามังกรหิมะก็ต้องส่งมอบป้ายพระราชทานมาแลกเปลี่ยนกับทางข้าเช่นเดียวกันเพื่อให้ตระกูลจี้ได้มีที่ยืนบ้าง! ขอเพียงภูเขามังกรหิมะยอมส่งมอบป้ายพระราชทานของเมืองเขตปกครองอื่นใดออกมา ตระกูลจี้จะใช้ป้ายพระราชทานของนครหมื่นกระบี่เข้าแลกเปลี่ยน”

……………………………………………………………………………………………………………………………..

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/desolateera

อ่าน Desolate Era แปลไทย ตอนล่าสุดที่:

https://thaidesolateera.wordpress.com/

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

12 thoughts on “เล่มที่5 บทที่18: ข้อเสนอของตระกูลจี้”

  1. ถ้าจี้หนิงไปยุ่กับมังกรวรุนอะไรนั้นมังกรหิมะอะไรนี้คงไม่กล้า. ไม่น่าเลยจี้หนิง อินแปป555

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s