เล่มที่5 บทที่14: แหล่งผลึกธาตุขนาดใหญ่

Desolate Era เล่ม5: สาวกตำหนักม่วง

บทที่ 14: แหล่งผลึกธาตุขนาดใหญ่

รุ่งสาง ขอบฟ้าเริ่มทอแสงสว่าง

จี้ยี่ฉวนและบุตรชายมุ่งหน้าสู่จุดกำเนิดของแรงสั่นสะเทือนด้วยความเร็วอันน่าตระหนก

จี้หนิงที่ไม่เคยวิ่งเคียงคู่กับบิดามาก่อนอดมิได้ต้องตื่นเต้นสงสัย แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ใช้สมบัติวิเศษประเภทปีกแต่ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของกายาเทพอสูรบวกกับท่าร่างปีกวายุ ความเร็วของเขาในยามนี้สมควรเทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับตำหนักม่วง แต่บิดาของเขากลับสามารถวิ่งเคียงข้างด้วยระดับความเร็วเดียวกัน

“ท่านพ่อ ที่ท่านใช้เป็นวิชาท่าร่างใดกัน? หรือว่าท่านจัดตั้งตำหนักม่วงขึ้นสำเร็จแล้ว?” จี้หนิงส่งเสียงทางลมปราณสอบถาม เขาไหนเลยทราบว่าหายนะในอดีตครั้งนั้นไม่เพียงทำร้ายพี่น้องตระกูลยู้จี่ทั้งสอง บิดาของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเช่นกัน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องไต่ถาม” จี้ยี่ฉวนกล่าวตัดบท เขาย่อมไม่ต้องการสนทนาในหัวข้อนี้ “นี่เป็นระดับความเร็วสูงสุดของข้าแล้ว”

“ผู้บุตรทราบแล้ว” จี้หนิงได้แต่รับคำ

เงาร่างสองสายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนมองเห็นเพียงเงารางเลือน ระยะทางหลายพันกิโลเมตรถูกข้ามผ่านในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

“ต้นตอสมควรอยู่ในละแวกนี้เอง” จี้หนิงหยุดยั้งร่างลงบนยอดของต้นไม้โบราณที่สูงตระหง่าน

“ถูกแล้ว” จี้ยี่ฉวนพยักหน้าเห็นด้วย “พวกเราสำรวจดูให้ทั่ว”

ทั้งสองแยกย้ายออกสำรวจพื้นที่โดยรอบ จี้ยี่ฉวนกระโดดลงสู่พื้นดินชั่วขณะก่อนส่งเสียงเรียก “เจ้ารีบมาดูที่นี่”

“ท่านพ่อพบเบาะแสอันใดแล้ว?” จี้หนิงรีบพุ่งกายลงสู่พื้นหญ้าด้านล่าง

“มีผลึกธาตุธรรมชาติจำนวนมากอยู่ใต้พื้นดิน” ใบหน้าของจี้ยี่ฉวนเคร่งเครียดขึ้น “นี่สมควรเป็นแหล่งผลึกธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ไม่น้อย ผลึกที่พบยังมึคุณภาพในระดับสูงอีกด้วย”

จี้หนิงตกตะลึงไปกับข้อมูลที่เพิ่งรับรู้

“แหล่งผลึกธาตุธรรมชาติแห่งนี้สมควรทั้งใหญ่โตและมีความบริสุทธิ์สูงส่ง ด้วยความหนาแน่นระดับนี้ไม่มีเคล็ดวิชาดำดินใดที่จะขุดทะลวงลงไปสำรวจได้” จี้ยี่ฉวนกล่าวสืบต่อไปว่า “เมื่อครู่ข้าทำการทดลองดูแต่กลับเจาะลึกลงไปได้เพียงห้าสิบเมตรซึ่งเป็นระดับที่ผลึกธาตุเริ่มก่อตัวเท่านั้น ไม่อาจสำรวจต่อไปว่าแท้จริงแล้วมันมีความลึกลงไปถึงเพียงไหน”

จี้หนิงผงกศีรษะรับ เคล็ดวิชาดำดินทั่วไปเพียงช่วยให้ผู้ฝึกปรือเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ที่เป็นดินหินทั่วไปเท่านั้น กับวัตถุอื่นใดเช่นผลึกธาตุธรรมชาตินั้นไม่สามารถเคลื่อนผ่านไปได้

ทันใดนั้น ลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้าในที่ไกลออกไปราวหนึ่งร้อยกิโลเมตรพร้อมกับเสียงดังบาดหู ดึงดูดความสนใจของสองพ่อลูกให้หันไปมอง

“ลูกศรทองแจ้งเหตุของตระกูลจี้!” จี้หนิงและบิดาดีดกายขึ้นจากพื้น มุ่งเข้าหาจุดหมายที่ใต้ลำแสงทันที ลูกศรดอกนี้เป็นอาญาสิทธิ์ของตระกูลจี้ สมาชิกตระกูลทุกคนที่พบเห็นจะต้องรีบเร่งเข้ารายงานตัวทันที

………

จี้ยี่ฉวนและจี้หนิงสังเกตเห็นผู้คนสิบกว่าคนยืนรวมกันอยู่แต่ไกล ผู้ที่โดดเด่นที่สุดคือผู้เฒ่าเก้าอัคคีและท่านยายเงาส่วนบุคคลที่เหลือคาดว่าเป็นยอดฝีมือจากเขตปกครองกลางที่ติดตามคนทั้งสองมาหรือบังเอิญอยู่ในบริเวณนี้

“ยี่ฉวน พวกเจ้าสองบิดาและบุตรมาถึงรวดเร็วยิ่งนัก” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวอย่างชื่นชม “พวกเราเร่งรุดมาจากนครหมื่นกระบี่ซึ่งอยู่ใกล้กว่าเมืองเขตปกครองตะวันตกหลายเท่า แต่พวกเจ้ากลับมาถึงล้าหลังพวกเราเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เหล่ายอดฝีมือจากเขตปกครองกลางรีบพากันส่งเสียงชมเชยตามผู้นำตระกูล

“พวกเจ้าล้วนมีฝีเท้ารวดเร็วนัก” เสียงหัวเราะดังสนั่นเปล่งออกจากประกายแสงที่เคลื่อนเข้ามาถึงด้วยความเร็วสูง ชายกลางคนในชุดขนสัตว์หยุดยั้งร่างที่กลางอากาศแล้วเดินเข้ามารวมกับคนทั้งหมด

“‘หลิวเจิน’ เจ้าก็มาแล้ว?” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีผงกศีรษะชมเชย

ชายกลางคนผู้นี้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเขตปกครองทิศเหนือมีนามว่า ‘จี้หลิวเจิน’ ซึ่งมีชื่อเสียงทัดเทียมกับจี้ยี่ฉวน เมื่อคำนวณระยะทางจากเขตปกครองทิศเหนือมายังที่นี้ จี้หลิวเจินสมควรเป็นยอดฝีมือในระดับตำหนักม่วงเช่นเดียวกัน

“ผู้คนภายนอกเพียงทราบว่าตระกูลจี้มีสาวกตำหนักม่วงสองคนคือผู้เฒ่าเก้าอัคคีกับท่านยายเงา ที่แท้ตระกูลจี้เรากลับมียอดฝีมือระดับตำหนักม่วงซุ่มซ่อนอยู่ในหมู่ยอดฝีมือรุ่นใหม่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจี้หลิวเจินผู้นี้หรือแม้แต่ท่านพ่อเองก็ล้วนแต่เป็นสาวกตำหนักม่วงอันร้ายกาจ” จี้หนิงครุ่นคิดอยู่ในใจพลางจ้องมองจี้ยี่ฉวนและจี้หลิวเจินที่พยักหน้าทักทายซึ่งกันและกัน

“ไม่ทราบว่าท่านผู้นำตระกูลเรียกรวมพวกเราด้วยเหตุใด?” จี้ยี่ฉวนกล่าวขึ้นก่อน

“ข้าคาดว่าพวกเจ้าสมควรพบเห็นแล้วว่าที่ใต้ผืนดินแห่งนี้มีแหล่งผลึกธาตุธรรมชาติอันล้ำค่าอยู่” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวอย่างเคร่งขรึมจริงจัง

ทุกผู้คนล้วนรับคำคราหนึ่ง ดวงตาของทั้งหมดแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นคาดหวัง

ตามกฎที่ถูกบัญญัติโดยจักรวรรดิเซี่ย ดินแดนในรัศมีหนึ่งหมื่นกิโลเมตรนับจากเมืองเขตปกครองอย่างเป็นทางการนับเป็นสมบัติของเมืองเขตปกครองแห่งนั้น ส่วนดินแดนอื่นใดนอกเหนือจากนั้นล้วนขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดมีกำลังกล้าแข็งกว่า แหล่งผลึกธาตุธรรมชาติแห่งนี้เมื่ออยู่ห่างจากนครหมื่นกระบี่เพียงเล็กน้อยย่อมต้องเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของตระกูลจี้

“ไม่เพียงแต่แหล่งผลึกธาตุแห่งนี้จะมีปริมาณอันหนาแน่น มันยังมีขนาดใหญ่โตมโหฬารอีกด้วย” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกวาดตามองดูทั้งหมดแล้วอธิบายสืบต่อไป “พวกเราจะช่วยกันทำการสำรวจและจัดทำแผนที่ขึ้น… ข้าจะออกสำรวจไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หลิวเจินเจ้าไปทางเหนือ ยายเงาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ พวกที่เหลือให้ทำการสำรวจความลึกและคุณภาพของผลึกธาตุ ไม่ว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างไรให้กลับมารวมกันอีกครั้งภายในสี่ชั่วโมง”

ท่ามกลางเสียงรับคำ เงาร่างสามสายก็แยกย้ายออกไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ ส่วนพวกที่เหลือรวมถึงจี้ยี่ฉวนกับจี้หนิงเนื่องจากไม่อาจใช้วิชาดำดิน ทั้งหมดจึงทำได้เพียงช่วยกันขุดหลุมลึกลงไป

จี้หนิงรวบรวมพลังเรียกกลีบบงกชวารีอัคคีขึ้นมาห่อหุ้มร่างจากนั้นอาศัยการหมุนวนของมันเจาะพื้นลึกลงไปเบื้องล่างผ่านชั้นของพื้นดินชั้นแล้วชั้นเล่าจนกระทั่งบรรลุถึงบริเวณที่ผลึกธาตุก่อตัวขึ้นเป็นแผ่นผืนจนคล้ายกับเป็นชั้นหินอันหนาทึบ เพียงแตกต่างที่พวกมันเปล่งประกายแห่งพลังออกมาจางๆ

จี้หนิงอาศัยพลังหมุนวนของกลีบบงกชวารีอัคคีมุ่งหน้าต่อไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

“ลึกยิ่งนัก” เขาดำดิ่งลงมาลึกร่วมหนึ่งร้อยกิโลเมตรแต่รอบกายยังคงเต็มไปด้วยผลึกธาตุจำนวนมหาศาล “เป็นไปได้อย่างไรว่าที่ผ่านมากลับไม่มีผู้ใดค้นพบที่แห่งนี้มาก่อน”

ต่อให้เฉลียวฉลาดถึงเพียงไหนจี้หนิงก็ไม่อาจคาดคิดไปถึงเรื่องการจัดตั้งค่ายกลของนักพรตมังกรไฟได้

ในที่สุดเขาจึงขุดลงไปจนพบชั้นดินปกติอีกครั้ง “สามร้อยกิโลเมตร… เพียงความลึกก็กินระยะทางถึงเพียงนี้ ไม่ทราบความกว้างจะกินอาณาบริเวณเท่าใด?” จี้หนิงกล่าวกับตนเองด้วยความสงสัยใจขณะที่โผพุ่งร่างกลับคืนสู่ผิวดิน

………

เนิ่นนานให้หลัง เมื่อจี้หนิงกลับมาถึงจุดนัดหมาย เขาพบว่าบุคคลอื่นล้วนมารอคอยอยู่ก่อนแล้ว

“จี้หนิง” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวถามอย่างมีความหวัง “ผลการสำรวจเป็นอย่างไรบ้าง? แหล่งผลึกธาตุนี้ที่แท้มีความลึกเท่าใด?”

“สามร้อยกิโลเมตร” จี้หนิงตอบ

ใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสตระกูลจี้ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกระดาษ พวกมันหลงลืมคำชมความสามารถในการเจาะสำรวจของจี้หนิงที่ตระเตรียมไว้ไปชั่วขณะ

“มีสิ่งใดผิดปกติเช่นนั้นหรือ?” จี้หนิงรีบเอ่ยถาม

“แหล่งผลึกธาตุธรรมชาตินี้…” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวราวรำพึงออกมา “เมื่อใดที่มีการทำเหมืองขุดเจาะขึ้นมาจะมีมูลค่าสูงกว่าทรัพย์สินทั้งมวลของตระกูลจี้ไม่รู้กี่เท่า บอกต่อข้า… พวกเราจะมีปัญญาปกปักรักษามันไว้ได้อย่างไร?”

แหล่งผลึกธาตุธรรมชาติแห่งนี้เกิดจากการที่นักพรตมังกรไฟซึ่งอยู่ในระดับจักรวาลแรกกำเนิดขั้นสูงสุดทำการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างจัดตั้งค่ายกลชั้นสูงในการรวบรวมพลังงานแห่งธรรมชาติเพื่อจุดประสงค์ที่จะเลื่อนระดับขึ้นสู่การเป็นผู้อมตะพสุธา แม้มันจะเป็นเพียงผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแต่เมื่อผ่านกาลเวลากว่าหนึ่งร้อยปีปริมาณพลังงานธรรมชาติที่สะสมอยู่ภายในนั้นมีมากพอที่จะทำให้ปรมาจารย์หมื่นสำแดงต้องทำทุกหนทางเพื่อให้ได้ครอบครอง

ที่จริงนักพรตมังกรไฟมิใช่ไม่พบเห็นแหล่งผลึกธาตุที่เกิดขึ้นนี้ เพียงแต่ด้วยศักดิ์ฐานะใหม่ของมันสามารถแสวงหาผลประโยชน์ที่มากมายและง่ายดายกว่านี้หลายเท่า มันจึงทอดทิ้งไปโดยไม่คิดทำการครอบครองและจัดตั้งเหมืองขุดเจาะขึ้นให้เสียเวลา

“เช่นนั้นแล้วพวกเราสมควรทำอย่างไรต่อไป?” ท่านยายเงาสอบถามขึ้นบ้าง

“ในดินแดนแถบนี้ผู้ที่สามารถแก่งแย่งกับพวกเราสมควรมีแต่ภูเขามังกรหิมะ” น้ำเสียงของผู้เฒ่าเก้าอัคคีเต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ภูเขามังกรหิมะในเทือกเขานางแอ่นเป็นเพียงสาขาปลีกย่อยของภูเขามังกรหิมะที่แท้จริงซึ่งสามารถส่งกำลังสนับสนุนมาได้ทุกเมื่อ หากข้าคาดเดาไม่ผิดยอดฝึมือระดับตำหนักม่วงจากสาขาย่อยของพวกมันสมควรเดินทางมาถึงละแวกใกล้เคียงนี้แล้ว!”

……………………………………………………………………………………………………………………………..

 

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/desolateera

อ่าน Desolate Era แปลไทย ตอนล่าสุดที่:

https://thaidesolateera.wordpress.com/

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

18 thoughts on “เล่มที่5 บทที่14: แหล่งผลึกธาตุขนาดใหญ่”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s