เล่มที่5 บทที่13: ผู้อมตะ

Desolate Era เล่ม5: สาวกตำหนักม่วง

บทที่ 13: ผู้อมตะ

ห่างออกไปหนึ่งพันกิโลเมตรทางใต้ของนครหมื่นกระบี่ซึ่งเป็นเมืองเขตปกครองอย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียวภายใต้การครอบครองของตระกูลจี้ ที่นี่เป็นเขตป่าเขารกร้างที่ปราศจากคุณค่าความสำคัญใดๆ

ยามนี้บนท้องฟ้าเหนือดินแดนดังกล่าวกลับปรากฏวังวนขนาดมหึมาทำการดึงดูดพลังงานแห่งธรรมชาติจากพื้นที่รอบข้างอย่างบ้าคลั่ง พลังงานอันบริสุทธิ์ถูกชักนำให้มารวมตัวกันอย่างหนาแน่นจนกลับกลายเป็นวังวนแห่งสายรุ้งที่ส่งระลอกคลื่นแห่งพลังอันรุนแรงออกไปทุกทิศทาง

ทันใดนั้นร่างของบุรุษผู้หนึ่งพลันปรากฎขึ้นในอากาศท่ามกลางความสั่นสะเทือนของพลังงานธรรมชาติ ใบหน้าของมันขาวซีดราวกับสลักเสลาขึ้นจากแท่งหยก ผมยาวที่พลิ้วไสวถูกครอบเอาไว้อย่างง่ายๆด้วยมงกุฎทรงสูง รัศมีอันสูงส่งแผ่ซ่านออกจากร่างที่สวมชุดเสื้อคลุมยาวสีดำปักรูปสัตว์ประหลาดของมัน

บุรุษชุดดำจ้องมองไปยังจุดศูนย์กลางของวังวน “นี่เป็นนิมิตบอกเหตุว่ามีผู้ที่สามารถเข้าสู่ ‘ระดับว่างเปล่า’ และกลับกลายเป็น ‘ผู้อมตะพสุธา’… น่าสนใจว่าคนผู้นี้มาจากค่ายสำนักหรือชาติตระกูลใดของเทือกเขานางแอ่นอันน้อยนิดนี้ ค่ายพรรคที่มีชื่อเสียงที่อยู่ใกล้กับที่นี้ที่สุดสมควรเป็น ‘นิกายเทพสวรรค์’ หรือว่านักพรตจักรวาลแรกกำเนิดคนใดของนิกายเทพสวรรค์จะบรรลุขึ้นสู่ระดับผู้อมตะพสุธา… ไม่ถูกต้อง… หากเป็นนิกายขนาดใหญ่เช่นนั้นสมควรต้องมีผู้พิทักษ์คุ้มครองอยู่ในบริเวณนี้ด้วย”

ขณะครุ่นคิดบุรุษชุดดำยังคงลอยตัวกลางอากาศจับตาดูความเปลี่ยนแปลงทั้งมวลที่เกิดขึ้น ปรากฎการณ์ดังกล่าวแสดงว่าการเลื่อนระดับลุล่วงเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นมิตรหรือศัตรูมันได้แต่จับตาดูโดยไม่อาจยื่นมือเข้าขัดขวางได้อีกต่อไป

วังวนมหึมายุบตัวลงในที่สุด พลังงานธรรมชาติในบริเวณที่สูญสิ้นแรงยึดเหนี่ยวสั่นสะเทือนแล้วแตกระเบิดออก บุรุษจอนผมขาวในชุดเสื้อคลุมสีแดงเพลิงที่จารึกอักษรสามตัวบนกลางหลังพลันปรากฏตัวขึ้น สายตาเจิดจ้าดุจสายฟ้าที่กวาดสำรวจทั่วบริเวณหยุดยั้งลงบนร่างของชายชุดดำที่กลางอากาศ

“ขอแสดงความยินดีกับสหายผู้บำเพ็ญพรตที่สามารถบรรลุสู่ระดับผู้อมตะพสุธา!” ชายชุดดำกล่าวแสดงความเป็นมิตรพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะ

“ไม่ทราบสหายผู้บำเพ็ญพรตท่านนี้มีฉายายิ่งใหญ่อันใด?” ชายผู้จารึกอักษรสามตัวกลางหลังรีบกล่าวถาม มันไม่กล้าไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเช่นกัน ชายชุดดำเมื่อสามารถรับรู้ถึงปรากฎการณ์แห่งพลังธรรมชาติซ้ำยังรุดมาถึงได้อย่างรวดเร็วเพียงนี้ย่อมมิใช่ชนชั้นธรรมดา

ชายชุดดำเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ข้ามีนามว่า ‘เป่ยซานลั่วเซียว’ (เป่ยซานเป็นแซ่แปลว่าบรรพตอุดร ลั่วเซียวเป็นชื่อแปลว่าฟ้าถล่ม) ท่านเล่า?”

ชายชุดแดงนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินนามของอีกฝ่าย ทั่วทั้งมณฑลปกครองไร้ระลอกผู้ที่สามารถใช้แซ่เป่ยซานมีเพียงคนในตระกูลของข้าหลวงปกครองมณฑลไร้ระลอกเท่านั้น!

นับตั้งแต่วันที่จักรวรรดิเซี่ยปกครองโลกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและจัดตั้งระบบมณฑลปกครองขึ้น ตระกูลเป่ยซานก็ครองอำนาจเหนือมณฑลไร้ระลอกตลอดมา นอกจากองครักษ์มังกรวรุณและกองทัพของจักรวรรดิเซี่ยที่พอจะทัดเทียมได้แล้วอิทธิพลของตระกูลเป่ยซานหยั่งรากลึกเหนือขั้วอำนาจอื่นในพื้นที่แห่งนี้อย่างเทียบกันไม่ติด

ชายชุดแดงรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น “ถึงแม้ข้าพอจะคาดเดาได้ว่านอกจากตระกูลเป่ยซานที่ครองความเป็นใหญ่ในมณฑลไร้ระลอกแล้วคงไม่มีผู้อื่นที่จะรุดมาได้เร็วเพียงนี้ แต่ยังคิดไม่ถึงว่าผู้อมตะลั่วเซียวที่โด่งดังจะเดินทางมาด้วยตนเอง!”

หยุดเล็กน้อยมันจึงกล่าวต่อไปว่า “เพียงแต่ท่านคงไม่เคยได้ยินนามอันต่ำต้อยของข้ามาก่อน ข้ามีฉายาว่า ‘นักพรตมังกรไฟ’”

ต่อให้ไม่นับชาติตระกูลที่อยู่เบื้องหลัง ผู้อมตะลั่วเซียวก็เป็นผู้อมตะเสเพลที่มีชื่อเสียงมายาวนานหลายหมื่นปี นักพรตมังกรไฟถามไถ่ตนเองแล้วพบว่าพลังของมันยังด้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ไม่น้อย

เป่ยซานลั่วเซียวชะงักไปเล็กน้อย มันกลับไม่เคยได้ยินนามของอีกฝ่ายมาก่อนจริงๆ “ข้ายอมรับว่าไม่เคยได้ยินฉายาของท่านมาก่อน คาดว่าปกติท่านคงมิได้เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แถบนี้?”

“ข้าถือกำเนิดในมณฑลไร้ระลอกแห่งนี้ แต่ออกเดินทางสู่ทะเลตะวันออกตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังเป็นปรมาจารย์หมื่นสำแดง” นักพรตมังกรไฟกล่าว “จากนั้นก็มีวาสนาก้าวเข้าสู่ระดับจักรวาลแรกกำเนิดที่ทะเลตะวันออกนั้นเอง นับแต่นั้นข้าก็ขนานนามตนเองเป็นนักพรตมังกรไฟแล้วท่องเที่ยวไปในทะเลตะวันออก จึงไม่มีอันใดน่าแปลกใจหากท่านจะไม่เคยได้ยินนามของข้ามาก่อน… จนกระทั่งเมื่อประมาณร้อยปีก่อนข้าบังเอิญเดินทางกลับมายังแผ่นดินใหญ่อีกครั้ง อาจบางทีเป็นเพราะความผูกพันต่อดินแดนมาตุภูมิข้าพลันบังเกิดความรู้สึกดลใจขึ้น จึงปิดตายถ้ำแห่งหนึ่งเพื่อเร้นกายบำเพ็ญตนจนบรรลุระดับว่างเปล่าอย่างที่ท่านเห็น”

เป่ยซานลั่วเซียวพยักหน้าคราหนึ่ง “ที่แท้เป็นเช่นนี้ ข้าสามารถถามไถ่หรือไม่ว่านักพรตมังกรไฟท่านมีเป้าหมายอย่างไรต่อไป?”

“ขอบอกกล่าวตามตรง ตระกูลของข้านั้นถูกล้มล้างไปเนิ่นนานแล้ว การกลับมาในครั้งนี้ข้าต้องการค้นหาพี่น้องร่วมตระกูลที่ยังหลงเหลือและชำระสะสางบัญชีแค้นกับศัตรูเก่าก่อน”

“ท่านเมื่อถือกำเนิดจากมณฑลไร้ระลอก ข้าย่อมต้องยึดถือท่านเป็นพวกเดียวกัน ในเมื่อชะตาบันดาลให้เราได้มาพบกันเยี่ยงนี้แล้วข้าขอเป็นตัวแทนของข้าหลวงมณฑลปกครองเชิญท่านกลับไปหารือต่อที่นครไร้ระลอก ธุระทั้งสองประการของท่านจะถูกยึดถือเป็นหน้าที่ของพวกเราเช่นเดียวกัน” เป่ยซานลั่วเซียวหัวเราะเสียงดังลั่น

“เช่นนั้นข้าเคารพมิสู้ทำตามคำสั่ง” นักพรตมังกรไฟหัวเราะเสียงดังเช่นกัน

นักพรตมังกรไฟย่อมไม่โง่เขลาจนรีบร้อนตอบรับเข้าร่วมกับขั้วอำนาจใดในตอนนี้ เขาย่อมต้องรอพิจารณาข้อเสนอทั้งมวลก่อนที่จะทำการตัดสินใจใดๆ แต่อย่างน้อยการสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลเป่ยซานย่อมมีแต่ข้อดีโดยปราศจากผลเสีย

“เชิญ!” เป่ยซานลั่วเซียวผายมือเชื้อเชิญก่อนที่ร่างของทั้งสองจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

………

นครหมื่นกระบี่เป็นรากฐานของตระกูลจี้ทั้งตระกูล ผู้เฒ่าเก้าอัคคีและท่านยายเงาต่างก็ประจำการอยู่ที่นี้ เมื่อปรากฎการณ์แห่งพลังงานเกิดขึ้นห่างออกไปเพียงหนึ่งพันกิโลเมตร ชั่วเวลาไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงป่าเขาบริเวณดังกล่าว

“สมควรเป็นที่แห่งนี้เอง” ผู้เฒ่าเก้าอัคคี ท่านยายเงา และผู้รับใช้คนหนึ่งยืนอยู่บนน้ำเต้าวิเศษซึ่งลอยอยู่เหนือพื้นดินที่บัดนี้กลับคืนสู่ความเงียบสงบจนน่าประหลาด

“พี่ชายใหญ่โปรดคุมเชิงอยู่ที่นี้ร่วมกับ ‘อาสิง’ ข้าจะลงไปสำรวจดูเอง” ท่านยายเงากล่าวด้วยเสียงที่แหบต่ำเป็นเอกลักษณ์ของนาง

“นายหญิงโปรดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” ผู้รับใช้ชรากล่าวแล้วชิงพุ่งร่างออกไปโดยไม่รอฟังเสียงของท่านยายเงาที่ร้องเรียกด้วยความขัดใจ ร่างของมันกลับกลายเป็นลำแสงที่ฉายผ่านป่าเขาอันรกทึบ

“ไม่ต้องห้ามแล้ว อาสิงนั้นห่วงใยและภักดีต่อเจ้าที่สุด” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีทอดถอนใจกล่าว

ไม่ว่าต้นตอของพลังงานมหาศาลนั้นจะมาจากสิ่งใด ผู้ที่เข้าไปสำรวจเป็นคนแรกจะต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งมวล ผู้เฒ่าเก้าอัคคีมีศักดิ์ฐานะสูงส่งย่อมไม่อาจรับหน้าที่นี้ อาสิงจึงช่วงชิงเป็นฝ่ายลงไปเองเพื่อไม่ให้นายหญิงของตนต้องเสี่ยงอันตราย

“ทอดตาทั่วแผ่นดิน คงมีแต่อาสิงที่ภักดีต่อข้าถึงเพียงนี้” ท่านยายเงากล่าวพลางทอดถอนใจเช่นกัน

ชั่วครู่ให้หลัง…

เงาร่างในชุดขนสัตว์ของผู้รับใช้ชราโผพุ่งกลับมาบนน้ำเต้าวิเศษอีกครั้ง ผู้เฒ่าเก้าอัคคีรีบสอบถาม “เป็นอย่างไร?”

“มีผลึกธาตุธรรมชาติจำนวนมากอยู่เบื้องล่าง” อาสิงกล่าวรายงาน

“ผลึกธาตุธรรมชาติจำนวนมาก?” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีขมวดคิ้ว “มากเท่าใด?” ผลึกธาตุธรรมชาตินั้นสามารถสกัดให้กลายเป็นธาตุธรรมชาติซึ่งมีพลังแห่งธรรมชาติกักเก็บอยู่ภายในได้ แต่ปริมาณพลังงานธรรมชาติที่คนผู้หนึ่งสามารถดูดซับแต่ละครั้งจะมีจำนวนจำกัด โดยทั่วไปคนจึงนิยมใช้ธาตุธรรมชาตินี้ในการจัดตั้งค่ายกลและเป็นแหล่งพลังงานของหุ่นวิญญาณมากกว่าเพื่อการฝึกฝีมือ

อย่างไรก็ตามยังมีวัตถุธาตุล้ำค่าอีกไม่น้อยที่พลังงานธรรมชาติภายในไม่ก่อภาระให้แก่ร่างกายทั้งยังช่วยเพิ่มพูนพลังการฝึกปรือได้เทียบเท่ากับการฝึกฝนนับสิบนับร้อยปี

ผลึกธาตุธรรมชาติเองก็แบ่งออกเป็นหลายระดับชั้น ผลึกยิ่งระดับชั้นสูงจะยิ่งมีความบริสุทธิ์มากขึ้นและทำให้ร่างกายสามารถดูดซับได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผลึกเหล่านี้ล้วนมีราคาสูงลิ่ว กระทั่งตระกูลจี้เองก็ไม่อาจซื้อหามาใช้ในการฝึกฝนได้โดยตรง

“มากมายมหาศาล…” อาสิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ข้าคิดว่าที่แห่งนี้สมควรมีเหมืองผลึกเกิดขึ้นที่ใต้ดิน นอกจากนั้นยังเป็นผลึกชั้นสูงอีกด้วย”

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีและท่านยายเงาล้วนนิ่งตะลึง

เพื่อการเลื่อนระดับขึ้นเป็นผู้อมตะ นักพรตมังกรไฟทุ่มเททรัพย์สินเงินทองจัดตั้งค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อรวบรวมพลังงานธรรมชาติให้แก่ตนเอง หลังจากที่เวลาผ่านไปหลายปีแหล่งผลึกธาตุธรรมชาติจึงเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“หรือสวรรค์จะหนุนเสริมให้ตระกูลจี้เราก้าวสู่ความยิ่งใหญ่?” ท่านยายเงากล่าวด้วยสองตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความคาดหวัง

“พวกเราลงไปสำรวจให้แน่ชัดค่อยว่ากล่าว” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีเช่นกัน

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีให้สัญญาณพลางเก็บน้ำเต้าวิเศษคืนกลับ เงาร่างสามสายพุ่งลงจากท้องฟ้าดำดิ่งลงสู่ใต้พิภพอย่างรวดเร็ว

……………………………………………………………………………………………………………………………..

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/desolateera

อ่าน Desolate Era แปลไทย ตอนล่าสุดที่:

https://thaidesolateera.wordpress.com/

30 thoughts on “เล่มที่5 บทที่13: ผู้อมตะ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s