เล่มที่5 บทที่8: เรียนรู้และยอมรับ

Desolate Era เล่ม5: สาวกตำหนักม่วง

บทที่ 8: เรียนรู้และยอมรับ

ปรมาจารย์มู่เซียวเดินทางกลับสู่นครไร้ระลอกในวันนั้นเอง ก่อนจากกันเขายังเรียกจี้หนิงมาคุยเป็นการส่วนตัว

“ด้วยพรสวรรค์อันสูงส่งของเจ้า ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างสูงในเส้นทางสู่ความเป็นอมตะและมีช่วงชีวิตที่ยืนยาว นอกจากว่าญาติมิตรทั้งมวลของเจ้าต่างก็เป็นผู้ฝึกปรือที่มีความสำเร็จในระดับเดียวกัน สุดท้ายเจ้าก็ต้องเฝ้ามองคนเหล่านั้นสิ้นอายุขัยจากไปอยู่ดี”

“ซึ่งความจริงสิ่งนี้ก็เป็นหนึ่งในการฝึกฝนเพื่อยกระดับจิตใจในวิถีแห่งเต๋าเช่นกัน เมื่อเจ้าเลือกที่จะเดินในวิถีแห่งความเป็นอมตะเจ้าก็ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ หากเจ้าไม่อาจก้าวข้ามความเศร้าโศกในวันนี้ เจ้าจะไม่มีทางผ่านพ้นสามหายนะเก้าภัยพิบัติที่จะต้องเผชิญในอนาคตไปได้”

………

หลังจากน้อมส่งมู่เซียวจากไป ผู้เฒ่าเก้าอัคคีก็รีบเดินทางไปยังหุบเขาลับของเป่ยจื้อชานเพื่อจัดการเรื่องราวที่ยังคั่งค้าง อย่าว่าแต่ที่นั่นยังมีชุดเกราะแห่งเต๋าจำนวนมากมายถูกทิ้งเอาไว้

จี้หนิงเองก็ออกเดินทางเช่นกัน จุดหมายปลายทางของเขาคือทะเลสาบอสรพิษเหินหาว

“ยังมีความหวังอยู่ ท่านแม่จะต้องรอดชีวิตต่อไป” จี้หนิงละทิ้งความสะดวกสบายของการควบขี่บนหลังสัตว์ร้ายสีดำ ทุ่มเทพลังศักดิ์สิทธิ์ใช้ท่าร่างปีกวายุวิ่งตะบึงตัดผ่านป่าเขาจนบรรลุถึงทะเลสาบอสรพิษเหินหาวในเวลาเพียงสองชั่วโมง

“ต่อให้ไม่นับผู้สืบทอดของนิเวศน์ใต้วารีคนอื่น ผู้อมตะจูหัวเพียงผู้เดียวก็มีชีวิตถึงหลายล้านปี ตัวยาที่ใช้ยืดอายุขัยของมนุษย์ธรรมดาอาจมีเก็บรักษาอยู่ที่นั่น”

จี้หนิงเหินบินบนผิวน้ำมุ่งหน้าสู่เกาะที่ใจกลางทะเลสาบ ผู้คนที่ใกล้ชิดกับเขาเช่นชิวเยี่ยและชิงฉีตลอดจนคนงานที่กำลังก่อสร้างที่พักอาศัยต่างพากันส่งเสียงร้องทักทาย

“ข้ามีธุระที่จะต้องทำ พวกเจ้าทุกคนตามสบาย” คำพูดเมื่อสิ้นสุดร่างก็กลับกลายเป็นเงาอันรางเลือนลับหายไป สร้างความงุนงงให้แก่ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

จี้หนิงล่วงลึกเข้าไปภายในถ้ำจนถึงจุดที่เขาเข้าสู่นิเวศน์ใต้วารีเมื่อครั้งก่อนแล้วส่งเสียงตะโกนเรียกอย่างร้อนรน

“ผู้อาวุโส! ผู้อาวุโส! ได้โปรดเปิดทางให้ข้าด้วย ข้ามีเรื่องสำคัญยิ่งต้องการพบท่าน”

อุโมงค์ถ้ำยังคงมืดมิดเงียบสงัดไม่มีปฏิกริยาตอบรับใดเกิดขึ้น จี้หนิงยิ่งแตกตื่นร้อนรน โคชราสีดำเคยบอกต่อเขาแล้วว่าจะสามารถกลับเข้าสู่นิเวศน์ได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อเขาสามารถสร้างพันธะครอบครองเครื่องรางกุญแจนิเวศน์ได้แล้วเท่านั้น แต่กำหนดสามเดือนกำลังจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเขาไหนเลยสามารถบรรลุระดับตำหนักม่วงได้ทัน เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเขาได้แต่บากหน้ามาร้องขอความกรุณา

“ผู้อาวุโส นี่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตาย… ข้าอ้อนวอนท่าน… โปรดปล่อยให้ข้าผ่านเข้าไปอีกสักครั้ง…”

ห้วงมิติเวลาพลันบิดผัน ศีรษะของหมียักษ์อ้าปากอันกว้างใหญ่กลืนร่างของจี้หนิงแล้วหายลับไปในพริบตา

………

ห้วงมิติของห้องโถงโบราณบิดผันก่อนคืนสภาพ จี้หนิงปรากฎร่างขึ้นที่ใจกลางของห้องท่ามกลางหมู่อาสนะ โคชราเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า มันทอดถอนใจพลางเอ่ยถาม “จี้หนิง ข้ามิใช่เคยบอกเจ้าแล้วหรือ ว่าต่อเมื่อเจ้าสามารถสร้างพันธะครอบครองกุญแจนิเวศน์ได้ เจ้าจึงมีสิทธิ์กลับมาที่นี่อีกครั้ง เหตุใดเจ้ายังร้องขอกลับเข้ามาอีก?”

“ผู้อาวุโส…” จี้หนิงรีบกล่าว “ท่านแม่ของข้าป่วยหนักยิ่งนัก ข้าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว…”

“เมื่อเจ้าเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสู่วิถีแห่งความเป็นอมตะ นี่คือสิ่งที่เจ้ามิอาจหลีกเลี่ยง” โคชราสีดำส่ายหน้ากล่าวตัดบทขึ้น

จี้หนิงรีบกล่าวแย้งว่า “แต่ท่านแม่ของข้ายังอายุน้อยนัก ท่านยังไม่สมควรต้องจากไปด้วยวัยเพียงเท่านี้… ข้าเคยขอร้องให้ปรมาจารย์หมื่นสำแดงช่วยตรวจอาการของนาง เขากล่าวว่าพลังชีวิตของท่านแม่ถูกใช้จนใกล้หมดสิ้น นางจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงสามเดือนนอกจากจะได้รับยาวิเศษที่จะใช้ยืดชีวิตของมนุษย์ที่ไร้พลังฝีมือ ทว่าแม้แต่ปรมาจารย์ผู้นั้นก็เพียงเคยได้ยินถึงตัวยาดังกล่าวเท่านั้น อาจมีเพียงแค่เซียนสวรรค์อมตะที่มีมันในครอบครอง…”

โคชราทอดถอนใจอีกครั้ง “สิ่งที่เจ้ากล่าวถึงนั้นไม่ต่างอันใดกับยาอายุวัฒนะ ข้าเกรงว่าจะมีเพียงแค่บรรดาผู้อมตะเท่านั้นที่สามารถปรุงกลั่นมันขึ้นมาได้”

“ท่านเซียนจูหัวไม่ใช่ผู้อมตะเสเพลทั่วไป ท่านใช่มียาวิเศษเช่นนี้ในครอบครองบ้างหรือไม่?”

โคชราจ้องมองจี้หนิงก่อนส่ายหน้า “ท่านเซียนจูหัวมีอายุยืนยาวหลายล้านปี ญาติมิตรของท่านล้วนเสียชีวิตไปแต่แรก ท่านย่อมไม่แยแสสนใจยาวิเศษเหล่านี้”

หัวใจของจี้หนิงสั่นสะท้าน สูญเสียความเยือกเย็นทั้งมวลที่เคยมี

“เช่นนั้น… ท่านเซียนย่อมต้องมีสมบัติวิเศษอื่นๆตกทอดมาบ้างกระมัง? ขอเพียงท่านมอบสิ่งของเหล่านั้นให้แก่ข้า ข้าจะนำมันไปแลกเปลี่ยน…”

“โง่เขลาสิ้นดี!!” โคชราตะโกนขัดขึ้นอย่างเหลืออด “เจ้าเองมิใช่หรือที่กล่าวว่าแม้แต่ปรมาจารย์หมื่นสำแดงก็ยังเพียงแค่ ‘เคยได้ยินมา’ เช่นนั้นแล้วเจ้ายังคิดจะไปทำการแลกเปลี่ยนกับผู้ใด?”

“เจ้า… สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติอันต่ำต้อย พกพาสมบัติวิเศษอันสูงค่าออกป่าวประกาศขอทำการแลกเปลี่ยน? จุดจบเพียงหนึ่งเดียวที่เจ้าจะได้รับคือการถูกสังหารช่วงชิงสิ่งของ แลกเปลี่ยนงั้นหรือ? หากไม่มีพลังอำนาจที่ทัดเทียมกันเจ้าอาศัยอันใดทำการต่อรองแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น?”

“ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าเมื่อไม่อาจสร้างพันธะครอบครองกุญแจแห่งนิเวศน์ เจ้าอาศัยอันใดร้องขอให้ข้าส่งมอบสมบัติวิเศษของท่านเซียนออกไป?” เอ่ยถึงตอนนี้โคชราค่อยสงบลงบ้าง มันทอดถอนใจยาวนาน “อย่าว่าแต่สุดท้ายแล้วอำนาจในการตัดสินใจนั้นมิได้อยู่ที่ตัวข้า…”

จี้หนิงนิ่งอึ้งไป “ท่านหมายความว่า…”

“กล่าวถึงที่สุด ตัวข้าเป็นเพียงจิตวิญญาณของอาวุธคู่ใจท่านเซียนจูหัวเท่านั้น ผู้มีอำนาจตัดสินใจในทิพยสถานแห่งนี้อย่างแท้จริงคือจิตวิญญาณแห่งนิเวศน์ใต้วารี”

เมื่อเห็นจี้หนิงยังคงมีสีหน้ามึนงงโคชราจึงอธิบายสืบต่อ “ทิพยสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้านิเวศน์รุ่นที่หนึ่งผู้ลึกลับ ท่านเซียนจูหัวเองแม้จะทราบดีว่านิเวศน์แห่งนี้ซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้ แต่จวบจนท่านสิ้นชีวิตก็ยังไม่สามารถคลี่คลายได้”

“จิตวิญญาณแห่งสมบัติวิเศษนั้นแตกต่างจากมนุษย์เช่นพวกเจ้า พวกเราเพียงทำตามกฎและเจตจำนงค์ของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง สุดที่ผู้ใดหรือสิ่งใดจะโยกคลอนได้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อครั้งที่ผู้สืบทอดรุ่นที่สี่เสียชีวิตลงที่โลกภายนอก สิ่งที่จิตวิญญาณแห่งนิเวศน์กระทำได้ก็เพียงแค่ค้นหาผู้สืบทอดรุ่นถัดไปเท่านั้น”

จี้หนิงเข้าใจในที่สุด นับเป็นความเข้าใจที่เจ็บปวดยิ่งนัก

โคชราสีดำเขม้นมองจี้หนิงอีกครั้ง “บนเส้นทางสู่วิถีแห่งความเป็นอมตะเจ้าจะต้องเฝ้ามองญาติสนิทและมิตรสหายล้มตายลงไปทีละคน ไม่ว่าจะจากการต่อสู้หรือด้วยอายุขัยก็ตาม เจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับมันให้ได้! ตอนนี้เจ้ากลับออกไปได้แล้ว!”

เงามหึมาของหมียักษ์พลันปรากฎขึ้นส่งร่างของจี้หนิงออกจากนิเวศน์ใต้วารี

………

เมื่อจี้หนิงหวนคืนสู่เมืองเขตปกครองตะวันตกก็เป็นเวลาดึกไม่น้อยแล้ว แต่สิ่งแรกที่เขาทำยังคงเป็นการแวะไปเยี่ยมเยียนผู้เป็นมารดา

“ลูกหนิง” ยู้จี่เซาะนอนพักอยู่บนเตียงในห้องของนาง “ข้าไม่เห็นเจ้ามาตลอดทั้งวัน เจ้าออกไปข้างนอกมาหรือ?”

“ท่านแม่” จี้หนิงรีบเดินไปคุกเข่าลงที่ข้างเตียงยื่นมือออกไปยึดกุมมือของมารดาเอาไว้ “เพียงไปจัดการกับธุระเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนี้ข้าจะไม่ออกห่างจากข้างกายของท่านอีกแล้ว”

ยู้จี่เซาะหัวเราะเบาๆพลางลูบศีรษะบุตรชายด้วยความรักเอ็นดู “มารดามิได้ตำหนิเจ้า หากมีสิ่งที่พึงกระทำก็จงไปทำเถิด เพียงแค่แวะมาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าบ้างเท่านั้น”

“ทราบแล้วท่านแม่” จี้หนิงก้มหน้าลงรับคำ พยายามซ่อนหยาดน้ำอันสุกใสที่ไหลรินออกมา

สิ่งเดียวที่หลงเหลือให้เขาทำเพื่อตอบแทนพระคุณยิ่งใหญ่ของมารดา คือการอยู่ร่วมกับนางตลอดช่วงเวลาสามเดือนสุดท้ายนี้

………

วิกาลดึกสงัด จี้ยี่ฉวนและจี้หนิงสองบิดาบุตรชายนั่งสนทนาอยู่ในห้องโถงของบ้านพัก

“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าถึงเวลาอันสมควรที่ข้าจะได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตแล้ว”

จี้ยี่ฉวนมองดูบุตรชาย ในใจนึกทบทวนวีรกรรมในหุบเขาที่เมิ่งหยูและผู้รอดชีวิตของตระกูลจี้บอกเล่าให้ฟัง เด็กชายในวันนั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ

“ในครั้งนั้นที่มารดาของเจ้าตั้งครรภ์และพวกเราทั้งสองตัดสินใจเดินทางกลับสู่ตระกูลจี้ พี่ชายของมารดาเจ้าบังเกิดความเป็นห่วงจึงขอร่วมทางกลับมาพร้อมกับพวกเรา”

จี้หนิงรับฟังอย่างตั้งใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทราบว่าตนเองยังมีท่านลุงผู้หนึ่ง

ดวงตาของจี้ยี่ฉวนเต็มไปด้วยความหวนรำลึก “ท่านลุงของเจ้ามีนามว่า ‘ยู้จี่ซาน’ เขาไม่เพียงมีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์เป็นเยี่ยม เขายังเป็นยอดอัจฉริยะที่บรรลุระดับตำหนักม่วงตั้งแต่เยาว์วัย หากมิใช่เพราะเขาร่วมทางกับพวกเราในครานั้น อาจบางทีเขาจะสามารถฟื้นฟูตระกูลยู้จี่ให้กลับคืนมาอีกครั้งได้สำเร็จไปแล้ว ทว่าสุดท้ายเขากลับต้องเสียชีวิตลงอย่างน่าเสียดายเพื่อให้พวกเราทั้งสามมีชีวิตอยู่สืบไป หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้สุดที่พวกเราจะตอบแทนได้หมดสิ้น…”

‘ยู้จี่ซาน’ นามของบุรุษที่เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกนี้ฝังลึกลงไปในหัวใจของจี้หนิง

“ท่านลุงของเจ้ายังมีบุตรีอยู่ผู้หนึ่งซึ่งถือว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้า เพียงเสียดายที่ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใด” จี้ยี่ฉวนสั่นศีรษะทอดถอนใจ “ข้าช่างไร้ความสามารถ ชั่วชีวิตนี้คงไม่อาจทดแทนพระคุณของเขาได้”

“ท่านพ่อ” จี้หนิงไม่อาจยับยั้งความสงสัยเอาไว้ได้ เขารีบถามขึ้น “ที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? ใครสังหารท่านลุง? ใครที่เป็นต้นเหตุให้ท่านแม่ต้องรับบาดเจ็บสาหัส?”

……………………………………………………………………………………………………………………………..

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/desolateera

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

28 thoughts on “เล่มที่5 บทที่8: เรียนรู้และยอมรับ”

  1. จี้หนิง:ท่านแม่ข้าจะตามหาคนมาช่ายท่านให้ได้ว่าแต่จะใหเใครมาช่วยท่านดี
    ???: เรื่องยาวิเศษมาหาข้าข้าเป็นหมอเทวดาเเล้วผูเยี่ยมยุทธ
    จี้หนิง:ท่านคือ??
    ???:ข้าคือหยุนเช่อไม่มีโรคใดที่ข้ารักษาไม่ได้
    จี้หนิง:ผิดเรื่องแล้วโว้ย
    หยุนเช่อ:อ่าวหรอโทดๆ

    Like

  2. จี้หนิงเร็วเข้าเหลือเวลา 3เดือน รีบรวบรวม หยกแก้ววิเศษ 7 ชิ้นเพื่อช่วยเหลือแม่ หยกวิเศษที่จะมีดวงดารา หนึ่งถึงเจ็ดดวงตามลำดับ เมื่อรวบรวมครบมันจะเปล่งแสงให้เราสามารถขอพรได้ หยกโบราณขอพรได้ 1ขอ หยกจากต่างดาวเคาระห์ในจักรวาลขุนเขาอันไกลโพนที่จอมยุทธพิโกโร่อาศัยอยู่สามารถขอพรได้สามขอ

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s