เล่มที่5 บทที่7: พบท่านแม่

Desolate Era เล่ม5: สาวกตำหนักม่วง

บทที่ 7: พบท่านแม่

ใบไม้วิเศษบรรทุกร่างของจี้หนิงและผู้ร่วมทางอีกยี่สิบกว่าคนเหินบินดั้นเมฆามุ่งหน้าสู่เมืองเขตปกครองตะวันตก

“ปรมาจารย์มู่ ก่อนหน้านี้ท่านเคยกล่าวว่าเป่ยจื้อชานมาจากภูเขามังกรหิมะ?” จี้หนิงสบโอกาสสอบถามสิ่งที่ยังคงติดค้างในหัวใจ

“ถูกต้องแล้ว” มู่เซียวผงกศีรษะ “ภูเขามังกรหิมะนับเป็นหนึ่งในมหาอำนาจที่มีรากฐานอันมั่นคงอยู่ในมณฑลปกครองไร้ระลอก มียอดฝีมือระดับ ‘นักพรตจักรวาลแรกกำเนิด’ หลายคนคอยปกป้องดูแล”

มีนักพรตจักรวาลแรกกำเนิดหลายคนคอยปกป้องดูแล? จี้หนิงแตกตื่นจนไร้คำพูด

“ค่ายสำนักแห่งนี้ทั้งใหญ่โตและมีแนวทางวิชาฝีมือที่กว้างขวางครอบคลุมไปถึงอวิชชานอกรีต จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมียอดฝีมือแนวทางอธรรมมากหลายในสังกัด เนื่องจากภูเขามังกรหิมะเพียงสนใจในพลังอำนาจและความแข็งแกร่งโดยไม่สนใจที่มา พวกมันจึงมียอดฝีมือหลากหลายรูปแบบทั้งแนวทางพุทธ แนวทางเต๋า แนวทางอธรรม และแนวทางอื่นๆ” มู่เซียวทอดถอนใจกล่าวต่อ “นี่นับว่าตรงกับคำกล่าวที่ว่า ทั้งมัจฉาและมังกรว่ายวนปะปนกัน”

“ยอดฝีมือตั้งแต่ระดับตำหนักม่วงขึ้นไปบางส่วนจะแยกตัวออกไปตั้งตัวเป็นใหญ่ในดินแดนอันห่างไกลและก่อตั้งสาขาของภูเขามังกรหิมะ สาขาเหล่านี้จะเฟ้นหาอัจฉริยะอายุเยาว์เพื่อส่งเข้าสู่สำนักใหญ่ ด้วยแนวนโยบายเช่นนี้ภูเขามังกรหิมะจึงเติบโตเข้มแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว… แต่แน่นอนว่าพวกมันยังไม่อาจเทียบได้กับพวกเราองครักษ์มังกรวรุณ”

มู่เซียวหัวร่ออย่างอารมณ์ดี “ขอเพียงผู้ใดผู้หนึ่งใน ‘ผู้อมตะเสเพล’ ของเราที่ประจำการณ์อยู่ในมณฑลไร้ระลอกเสนอหน้าออกไป ภูเขามังกรหิมะทั้งลูกจะถูกลบหายไปอย่างสิ้นเชิง”

จี้หนิงยอมรับอย่างปราศจากข้อกังขา ภูเขามังกรหิมะจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็เป็นเพียงค่ายสำนักแห่งหนึ่ง ในขณะที่องครักษ์มังกรวรุณเป็นหน่วยงานที่จักรวรรดิเซี่ยจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลโลกทั้งใบ ไหนเลยหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกันได้

“สามารถมองเห็นเมืองเขตปกครองตะวันตกแล้ว” มู่เซียวกล่าวพลางชี้นิ้วไปข้างหน้า

“รวดเร็วถึงเพียงนี้?” จี้หนิงนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง ความรวดเร็วของสมบัติวิเศษที่ปรมาจารย์หมื่นสำแดงครอบครองช่างน่าตระหนก กลับข้ามผ่านระยะทางหลายพันกิโลเมตรได้ในชั่วพริบตา

เมื่อความแตกตื่นผ่านพ้นความกังวลก็ถาโถมกลับมา “ไม่ทราบว่าอาการป่วยของท่านแม่เป็นเช่นใดกันแน่ ไฉนจึงได้ทรุดหนักลงอย่างกะทันหันเช่นนี้?”

………

ภายในเมืองปกครองตะวันตก

ยู้จี่เซาะยังคงพักผ่อนอยู่ในห้อง จี้ยี่ฉวนนั่งสนทนาอยู่กับผู้เฒ่าเก้าอัคคีที่ด้านนอก

“เรื่องทั้งหมดยังคงสืบเนื่องจากเคราะห์กรรมในครั้งนั้น” จี้ยี่ฉวนส่ายหน้า

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีพยักหน้า “โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของพวกเจ้าสองสามีภรรยาไปโดยสิ้นเชิง ทั้งๆที่เจ้านั้นคือยอดอัจฉริยะในรอบพันปีของตระกูลจี้เรา เด็กหนุ่มที่เพิ่งสูญเสียบิดากลับสามารถจัดตั้งตำหนักม่วงขึ้นสำเร็จ… แต่แล้วทุกประการล้วนกลับกลายเป็นสูญเปล่า”

“ข้าไม่เคยสำนึกเสียใจที่ต้องสูญเสียเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ” จี้ยี่ฉวนสั่นศีรษะทอดถอนใจ “ในครั้งนั้นพี่ชายของนางซึ่งเป็นผู้ที่เข้มแข็งที่สุดในหมู่พวกเราทั้งสามสละชีวิตเพื่อเปิดหนทางหลบหนี ภรรยาข้ายินยอมรับผลของการบั่นทอนพลังชีวิตใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเพื่อให้กำเนิดลูกหนิง สุดท้ายตัวข้าเองกลับเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด…”

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีอดมิได้ต้องส่งเสียงทอดถอนใจออกมาเช่นกัน โชคชะตาช่างเล่นตลกกับผู้คนนัก

การออกเดินทางสู่โลกภายนอกย่อมอันตรายกว่าการเก็บตัวฝึกฝนในเทือกเขานางแอ่นหลายเท่า ยอดฝีมือระดับสูงมีอยู่มากมายราวกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า มาตรว่ามีโอกาสวาสนารอคอยอยู่ทุกแห่งหน มหันตภัยร้ายแรงก็ซุ่มซ่อนอยู่ในทุกฝีก้าวเช่นกัน

ทันใดนั้นผู้เฒ่าเก้าอัคคีพลันรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวที่ภายนอก เมื่อยกศีรษะแหงนมองจึงพบเห็นใบไม้สีเขียวขนาดใหญ่แล่นฝ่าอากาศมุ่งหน้าเข้ามาและร่อนลงในสวน

“นี่…” จี้ยี่ฉวนจ้องมองผู้ที่โดยสารมาบนใบไม้ด้วยความงุนงง “จี้หยู จี้ซาน เมิ่งหยู… พวกมันล้วนกลับมาแล้ว? เกิดอะไรขึ้นกับพวกมันกันแน่? ทำไมจึงได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้?”

“คารวะท่านผู้นำตระกูล” เมื่อพบว่าผู้เฒ่าเก้าอัคคีก็อยู่ด้วย ผู้ที่มาจากตระกูลจี้ย่อมไม่กล้าชักช้า ต่างรีบแสดงความเคารพ

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีเองก็บังเกิดความสงสัยไม่ด้อยไปกว่าจี้ยี่ฉวน ยอดฝีมือและบุคคลสำคัญยี่สิบกว่าคนที่สูญหายโดยไร้ร่องรอยกลับปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งทำให้มันทั้งแตกตื่นทั้งยินดี มันจึงเอ่ยถามขึ้นเช่นกัน “เมื่อได้รับข่าวว่าพวกเจ้าหายตัวไป ทั้งตระกูลต่างกระจายกำลังกันออกพลิกแผ่นดินค้นหา เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับพวกเจ้ากันแน่?”

“จุดตันเถียนของพวกเราถูกทำลาย แต่พวกเรายังโชคดีที่รอดชีวิตกลับมาได้” จี้หยูใช้เสียงที่แหบแห้งตอบคำถามแทนทั้งหมด

“จุดตันเถียนถูกทำลาย?” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีเบิกตาจนโตกว้าง

เด็กหนุ่มคนหนึ่งในหมู่ผู้รอดชีวิตกล่าวเสริมขึ้นว่า “ต้องขอบคุณจี้หนิงและท่านปรมาจารย์หมื่นสำแดงผู้นี้ที่ช่วยให้พวกเรามีชีวิตรอดกลับมา”

“ปรมาจารย์หมื่นสำแดง?” ทั้งเฒ่าเก้าอัคคีและจี้ยี่ฉวนสะท้านขึ้นราวกับถูกสายฟ้าฟาด ปรมาจารย์หมื่นสำแดงที่ไม่เคยปรากฎขึ้นในเทือกเขานางแอ่นกลับเดินทางมาถึงตระกูลจี้

ทั้งสองรีบเบือนหน้ามาทางมู่เซียว แม้ว่าพวกมันจะรู้สึกได้ว่าคนผู้นี้มีระดับการฝึกปรือที่ลึกล้ำสุดจะหยั่งแต่ไม่ว่าอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นถึงปรมาจารย์หมื่นสำแดง ยิ่งเมื่อเห็นจี้หนิงยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอีกฝ่ายก็ยิ่งสร้างความสงสัยให้แก่พวกมันว่าจี้หนิงไปสนิทสนมกับผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้ได้อย่างไร

“คารวะท่านปรมาจารย์” เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งทั้งสองจึงรีบกล่าวทำความเคารพ

“อันที่จริงข้าเองก็ต้องขอบคุณจี้หนิงเช่นกัน” มู่เซียวหัวเราะอย่างเป็นกันเอง

ผู้เฒ่าเก้าอัคคีและจี้ยี่ฉวนมึนงงราวกับถูกยัดเข้าไปในหมอกหนาทึบ ทั้งสองต่างหันไปมองจี้หนิง

ใบหน้าของจี้หนิงเต็มไปด้วยความสับสนยุ่งยากใจ เขากล่าวออกมาเบาๆ “ข้าทราบมาว่าท่านแม่ป่วยหนักจึงได้เรียนเชิญปรมาจารย์มู่มายังเมืองเขตปกครองตะวันตก…”

“มารดาของเจ้าอยู่ในห้องด้านใน” จี้ยี่ฉวนค่อยเข้าใจเรื่องราวจึงรีบบอกออกมา

มู่เซียวพยักหน้าคราหนึ่งก้าวนำออกไปก่อน จี้ยี่ฉวนและจี้หนิงรีบสาวเท้าตาม จี้หนิงกล่าวถามผู้เป็นบิดา “ท่านพ่อ… เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่กันแน่?”

“นี่เป็นอาการป่วยที่เรื้อรังมายาวนาน ข้าจะเล่ารายละเอียดให้เจ้าฟังในภายหลัง”

………

หญิงรับใช้ถูกขับไล่จากไป ภายในห้องนอกจากยู้จี่เซาะที่ยังคงนอนป่วยอยู่บนเตียง มีเพียงมู่เซียว จี้หนิง จี้ยี่ฉวน และผู้เฒ่าเก้าอัคคี

ยู้จี่เซาะลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง

“นี่คือท่านปรมาจารย์มู่ซึ่งลูกหนิงเชื้อเชิญมาตรวจรักษาเจ้า” จี้ยี่ฉวนรีบชิงแนะนำ

เมื่อทราบว่าผู้มาเป็นใคร ยู้จี่เซาะรีบยันกายทรงตัวขึ้น “คารวะท่านปรมาจารย์”

“ยื่นมือขวาของเจ้ามา” มู่เซียวทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ศิลาที่ข้างเตียง

ยู้จี่เซาะยื่นมือที่ขาวซีดออกไป จนบัดนี้นางจึงสังเกตเห็นบุตรชายที่ยืนอยู่เคียงข้างมู่เซียว ใบหน้าของนางค่อยบังเกิดรอยยิ้มขึ้นมา

มู่เซียวใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวแตะลงที่ข้อมือของมารดาจี้หนิง ประกายแสงสีเขียวที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตแผ่พุ่งออกปกคลุมร่างของนางเอาไว้ จี้ยี่ฉวนและจี้หนิงสะกดกลั้นใจรอคอยด้วยความกระวนกระวาย ผ่านไปครู่ใหญ่มู่เซียวจึงขมวดคิ้วกล่าวพึมพำ “ประหลาดแท้…”

จี้หนิงมิอาจอดทนอีกต่อไป เขากล่าวถามขึ้น “ท่านปรมาจารย์… ท่านแม่ของข้า… นาง…”

มู่เซียวกล่าวโดยที่คิ้วซึ่งขมวดมุ่นยังไม่คลายออก “แม้ว่าข้าจะไร้ความเชี่ยวชาญด้านการตรวจรักษา แต่ข้ายังสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางมิใช่โรคภัยไข้เจ็บ หากแต่สืบเนื่องจากพลังชีวิตในร่างเสื่อมสูญหมดสิ้น ด้วยอาการเช่นที่เป็นอยู่นี้ นางคงไม่อาจมีชีวิตผ่านเดือนที่สาม…”

จี้ยี่ฉวนรีบอธิบายขึ้น “ภรรยาข้าเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อตอนที่นางท้องแก่ใกล้คลอด ภายหลังจากนั้นนางยังใช้วิชาต้องห้ามในการถ่ายเทพลังชีวิตของตนเพื่อปกป้องทารก”

มู่เซียวผงกศีรษะ “ด้วยพลังปราณอันบริสุทธิ์ของนางข้าคาดว่านางคงเคยเป็นยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุดมาก่อน ต่อมาอาการบาดเจ็บที่นางได้รับสมควรกระทบกระเทือนถึงจุดตันเถียนที่ท้องน้อยทำให้ไม่อาจอุ้มท้องต่อไป ถึงแม้นางจะใช้วิชาฝีมือต้องห้ามในการอาศัยพลังชีวิตของตนเพื่อยืดชีวิตทารกจนคลอดออกมา แต่ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายออกไปนั้นหนักหนาสาหัส พลังชีวิตที่สูญเสียไปไม่อาจสร้างกลับคืนมาได้ตลอดกาล”

คำพูดแต่ละคำเรื่องราวแต่ละเรื่องกระแทกกระทั้นเข้าใส่หัวใจจนสีหน้าของจี้หนิงซีดเผือดไร้สีเลือด ที่แท้เกิดเรื่องราวอันใดขึ้นเมื่อครั้งที่มารดาของเขาตั้งครรภ์กันแน่ ที่ผ่านมาบิดามารดาของเขาจงใจปิดบังอำพรางเรื่องราวเหล่านี้มาโดยตลอด

“ท่านปรมาจารย์ได้โปรดช่วยท่านแม่ข้า…” จี้หนิงแตกตื่นจนร่างสั่นสะท้าน

“หนทางที่จะสามารถช่วยยืดชีวิตของนาง…” มู่เซียวหยุดถอนหายใจยาวแล้วจึงกล่าวต่อ “ในโลกนี้มีตัวยาที่ใช้ยืดชีวิตอยู่ไม่น้อย แม้แต่ข้าเองก็มีติดตัวอยู่ แต่ตัวยาเหล่านั้นถูกปรุงขึ้นเพื่อใช้กับผู้ทรงพลังฝีมือเท่านั้น ตัวยาที่สามารถใช้กับผู้ไร้พลังฝีมือ… ข้าเกรงว่ากระทั่งในหมู่พวกเราองครักษ์มังกรวรุณเองก็เคยได้ยินเพียงในเรื่องเล่าเท่านั้น คงมีเพียงเซียนสวรรค์อมตะที่สามารถปรุงยาเช่นนั้นขึ้นมาได้”

ในขณะที่ผู้เฒ่าเก้าอัคคีตกตะลึงกับศักดิ์ฐานะที่แท้จริงของอีกฝ่าย หัวใจของจี้หนิงกลับกลายเป็นเย็นเฉียบราวถูกแช่ในหล่มน้ำแข็ง

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/desolateera

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

30 thoughts on “เล่มที่5 บทที่7: พบท่านแม่”

  1. ในความรู้สึกของผมต้องมีวิธีรักษาสิ
    ค้าง ๆ ค้างสุดยอด
    อีกสักหลายตอนเถอะครับ
    ขอบคุณท่านเซียวเปียกลี้มนกๆครับ

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s