เล่มที่1 บทที่3: แรกกำเนิด

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 3: แรกกำเนิด

จี้หนิงลืมตาขึ้นและพบว่าเขากำลังถูกอุ้มโดยยักษ์ในชุดขนสัตว์สีขาว เขาใช้เวลาชั่วครู่จึงค่อยเข้าใจว่าที่เขาเห็นอีกฝ่ายเป็นยักษ์นั้นก็เพราะตัวเขาเป็นเด็กทารกนั่นเอง

“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” ชายผู้นั้นกล่าว

หญิงรับใช้ทั้งสามต่างรับคำพลางล่าถอยออกจากห้อง

ชายที่อุ้มจี้หนิงอยู่คงจะเป็นบิดาของเขา แต่แม้ว่าจะเพิ่งได้ลูกชาย ใบหน้าหน้าของชายผู้นี้ก็ยังคงเย็นชาราวก้อนน้ำแข็ง บันดาลให้ผู้คนรู้สึกไม่กล้าเข้าใกล้ ชุดขนสัตว์ที่เขาสวมใส่ดูงดงามสูงค่า ชุดของบรรดาหญิงรับใช้ที่เพิ่งเดินออกไปก็ตัดเย็บมาจากขนสัตว์เช่นกันแม้ว่าจะดูด้อยค่ากว่าหลายเท่าก็ตาม

ทั้งกำแพงและเครื่องเรือนของห้องนี้ ไม่ว่าจะเป็นตู้ โต๊ะ เก้าอี้ล้วนเป็นหินอ่อนสลักลวดลายงดงาม บนเตียงหินอ่อนยังปูไว้ด้วยขนสัตว์ขนาดใหญ่ยาวระลงมาจนถึงพื้น เพียงแค่มองก็รู้ว่าเป็นของหายากราคาแพง

สตรีหน้าแดงเปล่งปลั่งนอนพักอยู่บนเตียง

“จากวัสดุตกแต่งห้องและการแต่งกายของคนเหล่านี้ โลกใบนี้สมควรยังไม่ได้พัฒนาไปสักเท่าไหร่” จี้หนิงคาดคะเนอยู่ในใจ

“ลูกชาย” แม้สีหน้าของบิดาจี้หนิงจะยังคงเย็นชา แต่มิอาจกลบเค้าความยินดีที่ฉายออกมาจากดวงตาคู่นั้นได้

จี้หนิงพลันรู้สึกถึงพลังความเย็นสายหนึ่งชำแรกเข้าสู่ร่างกายของเขา ก่อนจะสูญหายไปอย่างรวดเร็ว

“ยี่ฉวน ลูกของเราเป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวที่นอนบนเตียงสอบถามอย่างกังวลใจ

“ไม่ผิดจากที่คิดไว้ เขามีร่างกายที่พื้นเพธรรมดา” จี้ยี่ฉวนกล่าวอย่างนุ่มนวล

ดวงตาของหญิงสาวปรากฎประกายน้ำตา “ขอให้ข้าอุ้มเขา”

จี้ยี่ฉวนประคองส่งทารกในมือให้กับหญิงสาว

“เด็กดี” หญิงสาวจ้องมองหนิงด้วยความรัก “ยี่ฉวน ลูกของเราได้รับบาดเจ็บตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะได้รับการบำรุงด้วยของวิเศษตามธรรมชาติหลายขนาน แต่ก็คงช่วยได้แค่ให้อาการทุเลาลง”

รับบาดเจ็บตั้งแต่อยู่ในครรภ์?

ของวิเศษตามธรรมชาติ?

ดูเหมือนว่าบุพการีของเขาในชาติภพนี้จะไม่ใช่คนธรรมดา

……….

แม้ว่าจะเพิ่งคลอดบุตร แต่มารดาของเขาก็สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้แล้ว นางแต่งกายด้วยหนังสัตว์สีขาวเช่นกัน บิดาของเขาช่วยประคองนางเดินออกจากห้อง

“พวกเจ้าเข้าไปทำความสะอาดห้องได้แล้ว” จี้ยี่ฉวนออกคำสั่งต่อสาวใช้ทั้งสาม

บนระเบียงภายนอกห้องนั่งไว้ด้วยสุนัขล่าเนื้อตัวใหญ่ที่มีขนสีขาวราวหิมะ สุนัขใหญ่ดูสุภาพและอ่อนโยนยิ่งนัก แววตาของมันที่จ้องมองมาที่จี้หนิงแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและเอ็นดู

ถัดออกไปในลานกว้างหน้าห้อง งูเหลือมยักษ์สีดำทะมึนขดนิ่งอยู่ ศีรษะใหญ่โตชูขึ้นสูงหลายสิบเมตร* ลำตัวอวบหนาปกคลุมไปด้วยเกล็ดเย็นยะเยียบสีดำ งูเหลือมยักษ์ค่อยๆโน้มศีรษะของมันลงมาใกล้

“สวรรค์!” จี้หนิงหวาดกลัวแทบขาดใจ สุนัขใหญ่สีขาวตัวนั้นยังพอว่า เขาเคยพบเห็นสุนัขมากมายในชาติภพก่อน สุนัขขาวตัวนั้นก็แค่ตัวโตกว่าบ้าง แต่กับงูที่ใหญ่ยักษ์ราวอสุรกายตัวนี้ เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันคืองูหรือตัวอะไรกันแน่ แค่ส่วนคอที่โน้มลงมาก็ยาวหลายสิบเมตรแล้ว ความยาวของลำตัวทั้งหมดคงราวๆ 200-300เมตร สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์นี้กลับขดรออยู่ที่ลานกว้างในบ้านของเขา?

“ลูกเรา” จี้ยี่ฉวนดูจะไม่สนใจว่าบุตรชายจะรู้สึกเยี่ยงไร บางทีผู้คนในโลกแห่งนี้คงคุ้นเคยกับเรื่องราวแบบนี้ เขาชี้มือไปทางสุนัขใหญ่สีขาว “นี่คือท่านลุงขาว สหายร่วมตายของข้า ท่านลุงขาวเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ นับแต่นี้ไปขอให้เจ้านับถือท่านลุงขาวดุจดั่งที่เจ้านับถือบิดา”

สุนัขใหญ่สีขาวจ้องมองมาที่จี้หนิง เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกรักเอ็นดูในดวงตาคู่นั้น

แต่ทว่า… นี่เขาต้องเรียกสุนัขตัวนี้เป็นท่านลุงจริงๆหรือ?

“ยี่ฉวน ลูกเพิ่งจะเกิดมาไม่นาน เขายังไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูดหรอก” มารดาของเขากล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“ต่อให้เขายังไม่เข้าใจ ข้าก็ต้องการบอกให้เจ้าขาวได้รับรู้ไว้”

“เจ้าดำ!” จี้ยี่ฉวนแหงนหน้าขึ้นมองไปยังงูเหลือมยักษ์

งูเหลือมยักษ์ส่งเสียงร้องคราหนึ่ง ร่างมโหฬารกลายสภาพเป็นกลุ่มหมอกสีดำ จากนั้นกล่มหมอกรวมตัวเข้าเป็นร่างของชายกลายคนผมสีดำที่กำลังยิ้มแย้ม “ยี่ฉวน ข้ายังจำได้ถึงครั้งนั้นที่ท่านสำแดงพรสวรรค์อันเลอเลิศจนข้ายอมรับนับถือและติดตามรับใช้ท่าน ผ่านไปพริบตาเดียวท่านก็เป็นบิดาของทารกแล้ว เจ้าหนูน้อย ไม่ต้องกลัวท่านลุงดำผู้นี้หรอกนะ”

“เราจะออกเดินทางกัน ท่านปู่คงกำลังรอคอยฟังข่าวอยู่” จี้ยี่ฉวนกล่าวแก่ทั้งหมด “เจ้าดำ เจ้าสามารถกลับสู่ร่างเดิมของเจ้าได้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่คุ้นเคยกับร่างจำแลงมนุษย์เช่นนี้”

ชายกลางคนที่ถูกเรียกว่าเจ้าดำกลายสภาพกลับเป็นหมอกสีดำอีกครั้ง ก่อนจะรวมร่างใหม่เป็นงูเหลือมยักษ์แล้วเลื้อยหายออกไปนอกกำแพงอย่างว่องไว

จี้หนิงยังคงค้างอยู่ในอารมณ์อกสั่นขวัญหาย แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะดูธรรมดาสามัญในสายตาของผู้คนในโลกแห่งนี้ แต่กับเขาที่เพิ่งจะจากโลกแห่งเดิมมา เขายังยากจะทำใจให้คุ้นเคยกับการเรียกงูยักษ์ขนาด 200-300เมตรที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ ว่าท่านลุงดำ

ปิศาจ!

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าสุนัขขาวตัวนั้นก็เป็นปิศาจเช่นกัน?” จี้หนิงรับรู้แล้วว่า โลกใบนี้ช่างมหัศจรรย์เกินกว่าจะจินตนาการ

………..

คู่สามีภรรยาอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน สุนัขขาวตัวใหญ่ติดตามอยู่ด้านข้าง ทั้งหมดก้าวเดินไปตามทางที่ปูด้วยแผ่นหินซึ่งทอดไปสู่สวนขนาดใหญ่ ภายในสวนปกคลุมไปด้วยหิมะหนาหนัก องครักษ์เกราะดำยืนรักษาการณ์อยู่โดยรอบ ท่ามกลางการอารักขา ผู้คนหลายสิบคนยืนสนทนากันอยู่กลางสวน ทุกคนล้วนครอบครองสิ่งมีชีวิตประหลาดนานาชนิด

จี้หนิงเข้าใจในทันที มิใช่ว่าบิดาของเขานั้นแปลกพิสดาร แต่เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนในโลกนี้จะเลี้ยงสัตว์ประหลาดเอาไว้

“คาดว่าอีกหน่อยเราเองก็คงต้องหัดสร้างความคุ้นเคยกับเหล่าสัตว์ประหลาดด้วยเช่นกัน” จี้หนิงพยายามปรับทัศนคติให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในโลกใหม่ พร้อมกับเริ่มสำรวจผู้คนรอบด้าน ผู้คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ดุร้ายแข็งแกร่งราวพยัคฆ์เสือดาว ส่วนใหญ่แต่งกายด้วยขนสัตว์ที่ตัดเย็บอย่างงดงาม มีเพียงสตรีสามคนที่แต่งกายด้วยชุดที่ทอขึ้นจากใยผ้าหรือเส้นไหม

ชายชราเส้นผมสีเงินเดินเข้ามาต้อนรับ “มา ยี่ฉวน ให้ข้าอุ้มหลานบ้าง”

“ท่านปู่” จี้ยี่ฉวนพยักหน้าแล้วรับทารกจากภรรยาส่งให้กับชายชรา

“น่ารักน่าชังจริง” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ยี่ฉวน ตามระเบียบของตระกูลเรา ตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองต้องเปลี่ยนทุกหนึ่งร้อยปี ข้าเองก็รั้งตำแหน่งนี้มาร่วมแปดสิบปีแล้ว ส่วนเจ้าก็ยืนยันแต่จะไล่ตามวิถีแห่งความเป็นอมตะ เมื่อเจ้ามีผู้สืบสกุลข้าก็จะได้สบายใจ ลูกชายของเจ้าจะได้เป็นผู้ดูแลเขตปกครองตะวันตกแห่งตระกูลจี้สืบต่อจากข้า”

ผู้ดูแลเขตปกครอง?

ท่ามกลางความประหลาดใจ จี้หนิงพบว่าตนเองอยู่ในสถานะที่สูงส่ง ดูจากท่าทางเคารพนบนอบของบรรดาบ่าวไพร่และเหล่าองครักษ์เกราะดำ ตระกูลจี้เองก็คงมิใช่ชาติตระกูลทั่วไป

“พี่ใหญ่!” เสียงเรียกอันดุร้ายดังขึ้น

มิทราบว่าเป็นผู้ใด กลับกล้าใช้น้ำเสียงเยี่ยงนี้ต่อผู้ดูแลเขตปกครอง?

จี้หนิงมองไปทางต้นเสียง เขาเห็นชายชราผมแดงที่มีรังสีอันร้อนแรงแผ่พุ่งออกจากร่าง ชายชราร้อยต่างหูสีแดงสดบนใบหูข้างขวา แต่เมื่อชายชราเคลื่อนเข้ามาใกล้จึงได้เห็นว่าที่แท้สิ่งที่ดูเหมือนต่างหูข้างนั้นคืออสรพิษสีแดงเพลิงขนาดเท่านิ้วมือ!

“ปัญหาเรื่องการสืบตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองไหนเลยสามารถตัดสินอย่างง่ายดายเช่นนี้ได้ อย่าว่าแต่เจ้าเด็กน้อยผู้นี้จะมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ก็ยังไม่มีผู้ใดรับรองได้”

“ทายาทของยี่ฉวนไหนเลยจะ…” ท่าทางของชายชราผมสีเงินเต็มไปด้วยความมั่นใจ ขณะกล่าววาจาเขายังแผ่พุ่งพลังเข้าตรวจสอบร่างของจี้หนิง

“ยี่ฉวน!” สีหน้าของชายชราผมสีเงินแปรเปลี่ยนกลับกลาย

ชายชราแทบไม่เชื่อสัมผัสของตนเอง นี่หรือคือบุตรชายของจี้ยี่ฉวนผู้อาศัยเพลงกระบี่พิรุณโปรยกวาดล้างเหล่าสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนจากยอดเขาสูงจนถึงใต้ท้องทะเลสาบของเขตปกครองตะวันตกจนได้รับฉายานามว่า’กระบี่พิรุณโปรย’ ที่จริงแล้วจำนวนของผู้ที่รู้จัก’กระบี่พิรุณโปรย’ยังมีมากกว่าผู้ที่รู้จักนามของผู้ดูแลเขตปกครองเสียอีก

“พี่ใหญ่” ชายชราอสรพิษหัวเราะเยาะ “ในเมื่อบุตรชายของยี่ฉวนเพียงมีความสามารถพื้นเพธรรมดา แล้วจะให้ผู้คนในตระกูลตลอดจนชนเผ่าต่างๆภายใต้เขตปกครองตะวันตกของตระกูลจี้ยอมรับนับถือได้อย่างไร”

บรรดาบุคคลสำคัญของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตกที่มารวมตัวกันก็เริ่มส่งเสียง

“ท่านผู้ดูแล เท่าที่เห็น เด็กผู้นี้คงมิใคร่เหมาะสม”

“เรื่องสำคัญอย่างการกำหนดตำแหน่งผู้สืบทอดควรต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน”

“หุบปาก!” จี้ยี่ฉวนหน้าตาเคร่งเครียด สายตาเย็นเยียบกวาดกราดไปโดยรอบ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณในทันที

“ที่นี่คือตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตก เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้พวกเราหุบปาก” ชายชราอสรพิษเอ่ยค้านอย่างดุเดือด “หากบุตรชายของเจ้ามีความสามารถเพียงพอ อาศัยคุณงามความดีที่เจ้าได้เคยทำให้แก่ตระกูลของเรา ย่อมไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่นี่เขาเพียงเป็นคนธรรมดา เขาจะอาศัยอะไรมาปกครองชนเผ่าน้อยใหญ่ใต้ร่มธงของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตก เขาจะอาศัยอะไรมานำพาพวกเราต่อต้านการรุกรานของตระกูลศัตรูจากรอบด้าน เขาจะอาศัยอะไรนำพาพวกเรากวาดล้างสัตว์อสูรที่ออกอาละวาด?”

“ข้าจะเป็นผู้จัดการสัตว์อสูรเหล่านั้นเอง” จี้ยี่ฉวนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าว่าเจ้าจะเป็นผู้จัดการสัตว์อสูรทั้งหมดเอง? ถ้าเช่นนั้นหากเจ้าสามารถสังหารสัตว์อสูรหนึ่งร้อยตัวได้ ข้า จี้หลี่ จะไม่โต้เถียงกับเจ้าในเรื่องตำแหน่งผู้สืบทอดอีกต่อไป”

สายตาของจี้ยี่ฉวนจับจ้องไปที่จี้หลี

สัตว์อสูรแต่ละตัวล้วนประกอบไปด้วยความเฉลียวฉลาดและความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา การสังหารสัตว์อสูรแม้เพียงสิบตัวยังนับว่าแทบเป็นไปไม่ได้ อย่าว่าแต่หนึ่งร้อยตัว

“พอได้แล้ว เด็กทารกเพิ่งถือกำเนิดเท่านั้น” ชายชราผมเงินออกคำสั่ง “คืนนี้เราจะจัดงานฉลองที่ห้องโถงหิมะโปรย ตอนนี้พวกเจ้าจงแยกย้ายกันไปก่อน”

“ตกลง”

จี้หลี่ตอบรับและเดินจากไปเป็นคนแรก เหล่าบุคคลสำคัญกว่าครึ่งติดตามเขาออกจากสวนไปทันที

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

*ขออนุญาตใช้หน่วยสากลตามต้นฉบับอังกฤษนะครับ แปลงยากเหลือเกิน เดี๋ยวในเนื้อเรื่องต่อไปยังจะมีพูดถึงอีกหลายครั้งหลายหน่วยวัด

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s