เล่มที่4 บทที่9: ระบบข้าหลวงมณฑลปกครอง

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 9: ระบบข้าหลวงมณฑลปกครอง

“ความแข็งแกร่งของลูกหนิงในตอนนี้นับได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาผู้ที่ยังไม่บรรลุระดับตำหนักม่วง ข้าคิดว่าเทือกเขานางแอ่นคงจะเล็กเกินไปแล้วสำหรับเขา” จี้ยี่ฉวนหันไปกล่าวกับภรรยา

ยู้จี้เซาะผงกศีรษะ นางทราบดีถึงความหมายในวาจาของผู้เป็นสามี

จี้หนิงใช้สายตาที่งุนงงมองสลับไปมาระหว่างบุพการีทั้งสอง

“เจ้าสมควรทราบดีว่าในดินแดนแห่งเทือกเขานางแอ่นนี้ประกอบไปด้วยขั้วอำนาจทั้งหก” จี้ยี่ฉวนหันมากล่าวกับบุตรชาย

“ข้าทราบดี” จี้หนิงรีบรับคำ “ขั้วอำนาจทั้งหกนั้นประกอบไปด้วย ตระกูลจี้ ตระกูลเจี้ยงปาง ตระกูลกู่ นิกายอัคคีทมิฬ ตระกูลเที้ยมู่ และภูเขามังกรหิมะ ในทั้งหมดนับสี่ขั้วอำนาจแรกเป็นพันธมิตรกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่สองขั้วอำนาจหลังเป็นพันธมิตรอีกกลุ่มหนึ่ง”

ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของเทือกเขานางแอ่น พันธมิตรทั้งสองกลุ่มรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกันมิได้หยุดหย่อน ยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าของแต่ละฝ่ายต้องเสียชีวิตลงในสงครามแห่งการช่วงชิงความเป็นใหญ่นี้

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูลเที้ยมู่และภูเขามังกรหิมะทั้งสองจึงสามารถต่อกรกับสี่ขั้วอำนาจที่เหลือได้?” จี้ยี่ฉวนถามสืบต่อ

“เรื่องนั้นข้ามิอาจทราบได้” จี้หนิงให้คำตอบด้วยใจเต้นระทึก นี่สมควรเป็นเรื่องลับสุดยอดที่ไม่ถูกบันทึกอยู่ในตำราเล่มใด

“ขั้วอำนาจทั้งหกที่ยืนหยัดอยู่เหนือผู้อื่นก็เพราะทุกฝ่ายล้วนมียอดฝีมือตำหนักม่วงปกปักอยู่เบื้องหลัง ด้วยความสำเร็จของเจ้าในทุกวันนี้การก้าวขึ้นสู่ระดับตำหนักม่วงเพียงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น จึงสมควรถึงแก่เวลาที่เจ้าจะได้รับรู้เรื่องเหล่านี้เอาไว้” จี้ยี่ฉวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ตระกูลเที้ยมู่นั้นก็แค่ชนชั้นสุนัขรับใช้” ดวงตาของจี้ยี่ฉวนทอแววอำมหิตฉายชัด “ศัตรูที่แท้จริงของพวกเราคือภูเขามังกรหิมะซึ่งเป็นสาขาของพรรคภูเขามังกรหิมะอันยิ่งใหญ่”

“เพียงสาขาแห่งหนึ่งเท่านั้น?” จี้หนิงทวนคำ

“พรรคภูเขามังกรหิมะที่แท้จริงนั้นเข้มแข็งกว่าสาขาที่เทือกเขานางแอ่นหลายพันเท่า เช่นเดียวกับที่เข้มแข็งกว่าตระกูลจี้เราหลายพันเท่า พวกมันถือเป็นมหาอำนาจซึ่งไม่ด้อยไปกว่าตระกูลยู้จี่ของมารดาเจ้าในอดีต”

ยู้จี่เซาะกล่าวเสริมว่า “เมื่อเจ้าฝึกฝนคัมภีร์ ‘ท่าร่างปีกวายุ’ เจ้าคงมีโอกาสได้รับทราบแล้วว่าตระกูลยู้จี่นั้นเป็นชาติตระกูลโบราณที่ยิ่งใหญ่เพียงใด… โอ… แต่เรื่องทั้งมวลล้วนเป็นอดีตไปแล้ว…”

………

ยิ่งได้รับฟังเรื่องราวจากคำบอกเล่าของบิดามารดา จี้หนิงยิ่งอยากเดินทางออกจากเทือกเขานางแอ่นสู่โลกกว้างเพื่อสัมผัสกับเหล่ามหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นด้วยตนเอง

ยู้จี่เซาะมองดูก็รู้ใจบุตรชาย นางกล่าวถามว่า “เจ้ารู้แล้วหรือว่าจักรวรรดิเซี่ยนั้นกว้างใหญ่เพียงใด?”

“ข้าไม่ทราบ” จี้หนิงตอบตามความสัตย์

จักรวรรดิเซี่ยนั้นถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ในยุคสมัยแห่งเทพอสูร หลังจากที่กวาดล้างเหล่าผู้ต่อต้านจนศิโรราบหมดสิ้น ก็สถาปนาจักรวรรดิของตนขึ้นปกครองโลกทั้งโลกเอาไว้เป็นเวลาหลายพันล้านปี ตำรับตำราทุกเล่มล้วนนิยามขอบเขตของจักรวรรดิเซี่ยไว้เช่นเดียวกันหมดนั่นคือ ‘ไม่อาจประมาณได้’

“เนื่องจากโลกใบนี้กว้างขวางจนแม้แต่เซียนสวรรค์อมตะหรือเทพอสูรผู้ใดก็ไม่อาจดูแลได้อย่างทั่วถึง หลังจากที่จักรวรรดิเซี่ยปกครองโลกไว้ได้โดยเบ็ดเสร็จก็แต่งตั้งข้าหลวงจำนวน 800 คน ขีดแบ่งพื้นที่ขึ้นเป็นมณฑลปกครอง 3,600 แห่งซึ่งมีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศและความเข้มแข็งของข้าหลวงแต่ละคน”

“เพียง ‘มณฑลไร้ระลอก’ ของเราที่มี ‘นครไร้ระลอก’ ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี้ประมาณหนึ่งล้านกิโลเมตรเป็นเมืองหลวง ก็ครอบคลุมพื้นที่ของเทือกเขานางแอ่นและพื้นที่ในลักษณะเดียวกันนี้อีกนับหมื่นแห่ง เจ้าลองคิดดูว่าจักรวรรดิเซี่ยนั้นยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน?”

ยู้จี่เซาะกล่าวต่อในขณะที่จี้หนิงปากอ้าตาค้างไปกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับทราบ

“ดังคำกล่าวที่ว่า ‘สวรรค์อยู่สูงส่ง ผู้ปกครองอยู่ห่างไกล’ บรรดาข้าหลวงมณฑลปกครองล้วนถือสิทธิ์ขาดในการปกครองเหนือพื้นที่ของตนเอง แน่นอนว่าในประวัติศาสตร์อันยาวนานย่อมเคยมีบางครั้งที่ข้าหลวงบางคนรวมตัวกันก่อกบฏต่อจักรวรรดิ สงครามที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งล้วนสั่นสะท้านภูติเทพ ทุกครั้งล้วนปรากฎเซียนสวรรค์อมตะและเทพอสูรจำนวนมากมายล้มตายลง”

จี้หนิงรวบรวมสติก่อนผงกศีรษะลง นี่กลับมิใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพียงแค่ในมณฑลไร้ระลอกแห่งนี้ ข้าหลวงผู้เป็นเจ้านครไร้ระลอกก็ยังมิอาจดูแลได้อย่างทั่วถึง จนเป็นเหตุให้ผู้ดูแลเขตปกครองและชนเผ่าต่างๆก่อหวอดสร้างความวุ่นวาย รบราฆ่าฟันกันเองไม่หยุดหย่อน

“ภายหลังจักรวรรดิเซี่ยจึงได้กำหนดพื้นที่ปกครองเพิ่มเติม โดยสร้างเมืองเขตปกครองขึ้นภายในมณฑลปกครอง โดยผู้ดูแลเมืองเขตปกครองจะได้รับ ‘ป้ายพระราชทาน’ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการปกครองเมือง ป้ายพระราชทานนี้นับเป็นสมบัติวิเศษมีอันดับที่มีแต่ยอดฝีมือระดับตำหนักม่วงจึงจะสามารถสร้างพันธะครอบครอง เมื่อสร้างพันธะครอบครองได้ก็เท่ากับว่าเป็นเจ้าเมืองโดยชอบธรรมที่ได้รับการคุ้มครองจากจักรวรรดิเซี่ย หากผู้ใดกล้าก่อความไม่สงบภายในเมืองเขตปกครองเท่ากับท้าทายต่อจักรวรรดิเซี่ยโดยตรง มีโทษสถานเดียวคือต้องตาย”

จี้ยี่ฉวนกล่าวเสริมว่า “ในพื้นที่เทือกเขานางแอ่นแห่งนี้มีเมืองเขตปกครองสิบแห่ง หนึ่งในนั้นคือ ‘นครแห่งเขานางแอ่น’ ซึ่งมีกองทัพของจักรวรรดิเซี่ยประจำอยู่ ตระกูลจี้เราเองก็ครอบครองเมืองเขตปกครองแห่งหนึ่งนั่นคือ ‘นครหมื่นกระบี่’ ซึ่งก็คือที่ซึ่งตระกูลจี้เขตปกครองกลางตั้งอยู่ นิกายอัคคีทมิฬครอบครองเมืองเขตปกครองสองแห่ง และภูเขามังกรหิมะครอบครองสามแห่ง ส่วนที่เหลือนั้น ตระกูลเจี้ยงปาง ตระกูลกู่ และตระกูลเที้ยมู่ครอบครองคนละแห่ง”

“แรกเริ่มเดิมทีนั้น ดินแดนแห่งเทือกเขานางแอ่นมีเพียงตระกูลจี้ ตระกูลเจี้ยงปาง ตระกูลกู่ ตระกูลเที้ยมู่ และนิกายอัคคีทมิฬ แต่ไม่รู้ว่าภูเขามังกรหิมะใช้วิธีการใดจนสามารถครอบครองป้ายพระราชทานใบหนึ่งและขยายอำนาจเข้ามา ตระกูลเที้ยมู่ซึ่งเป็นตระกูลที่อ่อนแอที่สุดจึงรีบสวามิภักดิ์ต่อพวกมัน คงเหลือเพียงพวกเราสี่ตระกูลที่จับมือกันต้านทานจนมีสภาพเช่นทุกวันนี้”

จี้หนิงรับฟังถึงตรงนี้จึงกล่าวถามขึ้น “ท่านพ่อท่านแม่ เมื่อทุกฝ่ายล้วนครอบครองป้ายพระราชทานที่ปกป้องตัวเมืองภายใต้นามของจักรวรรดิเซี่ย การบุกรุกทำลายล้างซึ่งกันและกันไยมิใช่ยากเย็นยิ่งนัก?”

ยู้จี่เซาะหัวเราะอย่างเย็นชา “มิใช่เพียงไม่ยากเย็นทั้งยังง่ายดายยิ่ง ต่อให้เป็นสาวกตำหนักม่วงก็ยังคงถูกจำกัดด้วยอายุขัย หากไม่มีผู้รับช่วงสืบต่อชาติตระกูลนั้นย่อมล่มสลายไปเอง อย่าว่าแต่ยอดฝีมือระดับตำหนักม่วงผู้หนึ่งไหนเลยเอาแต่ซุกตัวอยู่ในเมืองเขตปกครองได้ ทว่ายามใดที่ออกจากเมืองนั่นคือโอกาสลอบสังหารช่วงชิงป้ายที่ทุกฝ่ายรอคอย นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีการอื่นอีกมากมาย เช่นส่งยอดฝีมือลอบเร้นเข้าไปทำการลอบสังหาร หลังเหตุการณ์หากไม่หลงเหลือหลักฐานทิ้งไว้จักรวรรดิเซี่ยยังจะกล่าวโทษผู้ใดได้?”

“จดจำไว้สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือต่อให้เจ้าไม่รุกรานคนคนยังคงรุกรานเจ้า มีแต่ต้องเข้มแข็งขึ้นจนไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องตอแยจึงเป็นหนทางแห่งการอยู่รอดของชาติตระกูลอย่างแท้จริง!” มารดาของจี้หนิงกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นในที่สุด

………

“นอกจากกองกำลังของข้าหลวงมณฑลปกครองและกองทัพจักรวรรดิเซี่ยที่ประจำการอยู่ในดินแดนแต่ละแห่งแล้ว จักรวรรดิเซี่ยยังจัดตั้งหน่วยงานที่ชื่อ ‘องครักษ์มังกรวรุณ’ กระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน สมาชิกทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์หมื่นสำแดงขึ้นไป นี่เป็นหน่วยงานที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้าล่วงเกิน”

………

“ลูกหนิง ด้วยพรสวรรค์ในการฝึกปรือของเจ้าการฝากตัวเข้าเป็นศิษย์ของค่ายพรรคขนาดใหญ่หรือสำนักที่มีชื่อเสียงย่อมมิใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เจ้าต้องใคร่ครวญให้ดีก่อนตัดสินใจ วันหนึ่งข้างหน้าค่ายสำนักที่ทรงอำนาจเหล่านั้นจะเป็นผู้หนุนหลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่เจ้า”

………

จากกันวันนี้ไม่ทราบว่าเมื่อใดจึงจะได้พบพานกันอีก เกร็ดความรู้ สถานที่สำคัญ บุคคลและค่ายพรรคที่มีชื่อเสียง ข้อถือสาและมารยาทในการปฏิบัติ เรื่องราวต่างๆทยอยหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความทรงจำของจี้หนิง

จี้ยี่ฉวนและยู้จี่เซาะระดมสมองกล่าววาจามากหลายสอนสั่งบุตรชาย พวกเขาล้วนทราบดีว่าถึงเวลาแล้วที่บุตรชายจะออกจากอ้อมอกของพวกตนไปสู่ดินแดนที่เหนือล้ำขึ้นไปกว่าเขตปกครองของตระกูลจี้ หรือแม้กระทั่งก้าวขึ้นเป็นบุคคลสำคัญในมณฑลไร้ระลอก

หัวใจที่ติดปีกโบยบินออกไปสู่โลกภายนอกของจี้หนิงถูกดึงกลับมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นของผู้เป็นบิดา

“ข้าจะนำเอาซากของอสรพิษเหินหาวกลับไปยังตระกูลจี้เอง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาอันเหมาะสมที่จะให้โลกภายนอกรับรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเจ้า มิเช่นนั้นเจ้าจะตกเป็นเป้าหมายอันเด่นชัดของฝ่ายศัตรู”

“ท่านพ่อสอนสั่งถูกต้องแล้ว…” เขาหยุดชั่วขณะก่อนกล่าวต่อไป

“ท่านพ่อจะช่วยสั่งการให้ผู้คนสร้างบ้านพักขึ้นที่นี่ให้แก่ข้าได้หรือไม่? ในอนาคตข้าอยากกลับมาใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้”

จี้ยี่ฉวนสองสามีภรรยาเหลียวมองสำรวจรอบกาย

“ที่นี่นับเป็นสถานที่อันสงบงดงามอย่างแท้จริง ข้าจะสั่งให้ผู้คนปลูกสร้างบ้านพักขึ้นที่นี่ให้แก่เจ้าเอง” จี้ยี่ฉวนผงกศีรษะ “ข้าและมารดาของเจ้าคงต้องกลับสู่ตระกูลจี้แล้ว ในอนาคตเมื่อเจ้าออกเดินทางไกลอย่าลืมหมั่นกลับมาเยี่ยมเยียนพวกเรา”

“อีกไม่กี่วันข้าก็จะย้อนกลับไปที่เมืองเขตปกครองตะวันตกเพื่อเตรียมการเดินทางเช่นกัน” จี้หนิงรับคำ เขามีแผนที่จะเดินทางไปยังเผ่าฟันดำเพื่อรับตัวน้องชายของชุนเฉาตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้

“จงรักษาตัวให้ดี” มารดาของจี้หนิงลูบศีรษะของบุตรชายเป็นครั้งสุดท้าย

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s