เล่มที่4 บทที่8: ผลลัพธ์ของการเดินทาง

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 8: ผลลัพธ์ของการเดินทาง

“เจ้าสังหารอสรพิษเหินหาวลงแล้ว?” จี้ยี่ฉวนทวนคำ ทั้งเขาและยู้จี่เซาะจ้องมองดูบุตรชายด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ถึงแม้ทั้งคู่จะรู้ดีว่าจี้หนิงไม่ใช่คนที่จะนำเรื่องเช่นนี้มากล่าวล้อเล่น ทว่าสิ่งที่เพิ่งได้รับฟังออกจะเหลือเชื่อจนเกินไป บุตรชายเยาว์วัยของพวกเขากลับทำในสิ่งที่ยอดฝีมือตระกูลจี้ทั้งห้าเขตปกครองทำไม่ได้จนสำเร็จ

“ท่านพ่อโปรดตรวจดู” จี้หนิงรีบกล่าวพลางส่งซากมหึมาของอสรพิษเหินหาวออกจากสมบัติวิเศษ ลำตัวยาวเหยียดและปีกอันใหญ่โตคู่นั้นช่วยยืนยันตัวตนในอดีตของร่างที่ไร้ชีวิตนี้ได้เป็นอย่างดี

บิดาและมารดาของจี้หนิงหันมาสบตากัน ทั้งคู่ต่างค้นพบแววแห่งความฉงนและตื่นเต้นยินดีในดวงตาของอีกฝ่าย ความแข็งแกร่งของบุตรชายพวกตนยังยิ่งกว่าที่ทั้งสองเคยคาดคำนวณไว้หลายเท่านัก

“ท่านพ่อท่านแม่ ตอนที่ข้าเดินทางผ่านทะเลสาบตะวันออก ข้ายังได้มีโอกาสประมือกับเที้ยมู่ซาน…”

จี้หนิงอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง ทยอยบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของตนออกไป ในขณะที่ผู้รับฟังทั้งสองกลับยิ่งมายิ่งแตกตื่น

“ข้าคิดว่ามันคงเดินทางมาเพื่อจับตัวจอมอสรพิษฟ้าครามกลับไปเป็นสัตว์อสูรรับใช้…”

เมื่อเล่าถึงเรื่องราวในช่วงนี้ จี้หนิงอดมิได้ต้องลอบทอดถอนใจด้วยความห่วงใยในคู่มือที่รู้ใจตนนี้ อย่างไรก็ตามในเมื่อเขาทั้งไม่พบเห็นซากของมันในสมบัติวิเศษของเที้ยมู่ซานและไม่เห็นมันถูกจับกุมเป็นบ่าวทาส เขาคาดเดาว่ามันคงสามารถบรรลุพลัง ‘เคลื่อนย้ายในพริบตา’ และเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของเที้ยมู่ซานไปได้ในที่สุด

แต่เมื่ออีกฝ่ายสามารถบรรลุพลังอันวิเศษเฉพาะของเผ่าพันธุ์ก็เปรียบประดุจมัจฉาวิเศษที่กลายร่างเป็นมังกร มันคงออกเดินทางสู่โลกกว้าง ยากนักที่จะมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง

ห้วงความคิดของจี้หนิงหวนกลับคืนสู่ปัจจุบันอีกครั้ง เขารีบเล่าสืบต่อ “ข้าฉวยโอกาสตอนที่เที้ยมู่ซานต่อสู้พัวพันอยู่กับอสรพิษฟ้าครามหลบหนีออกมาจนถึงริมบึงแห่งหนึ่งที่ห่างไกลออกไปนับพันกิโลเมตร ขณะที่ข้ากำลังพักผ่อนฟื้นฟูพลังที่ริมบึงนี้เองที่บุญวาสนาส่งให้ข้าสัมผัสได้ถึงพลังแห่งเต๋า”

สองสามีภรรยาสบตากันด้วยความตื่นเต้นประหลาดใจอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างรับฟังอย่างจดจ่อจนแทบลืมหายใจ

“ขณะที่ข้ากำลังจมอยู่ท่ามกลางห้วงภวังค์แห่งการตื่นรู้นั้นเอง เที้ยมู่ซานก็ติดตามมาถึง” จี้หนิงอดมิได้ต้องส่ายหน้าด้วยความเศร้าเสียดายในโอกาสที่ผ่านพ้น “ข้าในยามโกรธแค้นจึงหลอมรวมพลังแห่งหยินและหยางเข้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งประกายชาดเก้าชั้นฟ้าแล้วทะลวงขึ้นสู่ระดับเหนือธรรมชาติ จากนั้นจึงสังหารเที้ยมู่ซานกับสัตว์อสูรประจำตัวของมัน”

จี้หนิงรีบดึงเอา ‘แส้เถาไม้ดำ’ ออกมายืนยันคำพูดของตน

จี้ยี่ฉวนย่อมรู้จักอาวุธชิ้นนี้เป็นอย่างดี เขาผงกศีรษะพลางกล่าวว่า “ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติเจ้าก็สังหารเที้ยมู่ซานลงได้ พลังแห่งเต๋าที่เจ้าสัมผัสได้ในครั้งนั้นคงมิใช่ธรรมดา มันช่วยให้วิชาฝีมือของเจ้าก้าวกระโดดจนมิอาจหยั่งวัดได้ด้วยหลักเกณฑ์ทั่วไป”

“ท่านพ่อกล่าวถูกต้องแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นคับขัน ข้ากลับโชคดีเข้าถึงชายขอบของความรู้แจ้งแห่งเต๋าโดยบังเอิญ”

คราครั้งนี้บิดามารดาของจี้หนิงแปรเปลี่ยนจากความตื่นเต้นสงสัยเป็นแตกตื่นตระหนก จี้ยี่ฉวนถามย้ำว่า “เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าสัมผัสถึงชายขอบของความรู้แจ้งแห่งเต๋าได้จริงๆ”

การทะลวงข้ามขั้นของระดับการฝึกปรือนั้นยิ่งสูงส่งยิ่งยากเย็น ระดับที่เหนือขึ้นไปกว่า ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ นั้นก็คือ ‘ความรู้แจ้งแห่งเต๋า’ ซึ่งช่วยให้เข้าถึงพลังแห่งเต๋าได้โดยตรงไม่ต้องพึ่งหาการหลอมรวมกับสภาวะแวดล้อม ความสำเร็จในระดับนี้แม้แต่สาวกตำหนักม่วงบางคนก็ยังไม่อาจก้าวไปถึง ตัวจี้ยี่ฉวนนั้นเมื่อครั้งอดีตก็ต้องอาศัยเงื่อนไขและสภาวะแวดล้อมพิเศษบางประการจึงสามารถบรรลุถึงระดับขั้นนี้ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความลับที่ตระกูลจี้เก็บงำเอาไว้อย่างเข้มงวด บุคคลภายนอกเพียงรับรู้ว่าจี้ยี่ฉวนมีความสามารถถึงระดับ ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ เท่านั้น

ดวงตาของยู้จี่เซาะทอประกายงดงามอบอุ่น “เจ้าเพิ่งมีอายุเพียงสิบเอ็ดปีก็สามารถฝึกปรือจนถึงระดับ ‘ความรู้แจ้งแห่งเต๋า’ นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีพรสวรรค์เหมาะสมกับการฝึกปรือยอดวิชากายาเทพอสูรอันดับหนึ่ง ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ อีก หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เหล่ายอดคนและค่ายสำนักชั้นนำจะต้องส่งคนมาเชื้อเชิญเจ้าเข้าเป็นศิษย์ภายใต้สังกัดอย่างแน่นอน”

“เรื่องราวมีก่อนหลัง ตอนนี้คงยังไม่ต้องเร่งร้อนคิดถึงเรื่องเช่นนั้น” จี้ยี่ฉวนหันไปทางจี้หนิงพลางสอบถาม “แล้วเจ้าสามารถนำเอาสิ่งที่เจ้าเรียนรู้นั้นออกมาใช้ได้หรือไม่?”

จี้ยี่ฉวนสมเป็นยอดฝีมือ เขาเข้าใจดีว่า การรับรู้ถือเป็นเรื่องหนึ่งการสามารถตีความเพื่อนำออกไปใช้กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จี้หนิงเองหลังจากที่ได้รับรู้ก็ต้องรอจนถึงในห้วงคับขันเป็นตายระหว่างการทดสอบในนิเวศน์ใต้วารีค่อยสามารถใช้เพลงกระบี่ที่แฝงไว้ด้วย ‘ความรู้แจ้งแห่งหยาดพิรุณ’ ออกมาได้

“ท่นพ่อโปรดชี้แนะ” กระบี่อุดรทมิฬกลับคืนสู่มือของจี้หนิงอีกครั้ง เขาทิ่มแทงกระบี่ขึ้นสู่ท้องฟ้าคราหนึ่ง พลังกระบี่ดุจหยาดฝนตัดฝ่าอากาศเบื้องบนจนลับหายไป เนิ่นนานให้หลังท้องฟ้าที่ปั่นป่วนจึงกลับคืนสู่สภาพปกติ

“ประเสริฐ!” จี้ยี่ฉวนผงกศีรษะชมเชยด้วยความปลาบปลื้ม “เจ้าสามารถสำแดง ‘ความรู้แจ้งแห่งเต๋า’ ผ่านสำนึกของ ‘กระบี่พิรุณโปรย’ จนก่อเกิดเป็น ‘ความรู้แจ้งแห่งหยาดพิรุณ’ ได้จริงๆ ทอดตาทั่วทั้งเทือกเขานางแอ่นคาดว่าไม่มีอัจฉริยะคนใดในวัยเดียวกับเจ้าที่สามารถทำได้เช่นนี้”

“นี่เป็นสิ่งที่ข้าเพิ่งกระทำได้เมื่อตอนที่ถูกกักอยู่ในทิพยสถาน… ข้าคาดว่าพวกท่านคงคาดเดาได้แต่แรกแล้วว่าข้าถูกดึงดูดเข้าสู่ทิพยสถานในช่วงเวลาที่ผ่านมา”

สองสามีภรรยาพากันผงกศีรษะรับ

เมื่อเห็นสายตาแห่งความรักห่วงใยของบุพการีที่ทอดมอง จี้หนิงพลันเข้าใจในเรื่องราว รีบกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

“ผู้บุตรอกตัญญู กลับหายตัวไปเป็นเวลานาน สร้างความเป็นห่วงให้กับท่านพ่อท่านแม่…”

ก่อนหน้านี้เขากลับไม่ได้ใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง การที่บิดามารดาของเขาพลันปรากฎกายขึ้นที่ทะเลสาบแห่งนี้ย่อมสืบเนื่องจากการที่กระบี่หยกสาบสูญร่องรอยไปพร้อมกับเขาที่ถูกดึงดูดเข้าสู่ทิพยสถานต่างมิติ ทั้งคู่คงแตกตื่นกังวลจนรุดมารอคอยในพื้นที่บริเวณที่เขาคงอยู่เป็นครั้งสุดท้าย ช่างน่าละอายที่เมื่อได้พบกันตัวเขาเองกลับเอาแต่พูดคุยโอ้อวดจนถึงบัดนี้ค่อยรู้สึกตัว

“นี่ไม่อาจโทษว่าเจ้าได้” จี้ยี่ฉวนกล่าวพลางทอดถอนใจ “เมื่อครั้งที่ข้าออกเดินทางเพื่อฝึกฝีมือ ข้าก็มีโอกาสได้พบพานทิพยสถานหลายแห่ง ทว่าตัวข้าในครั้งนั้นกลับไม่อาจตัดใจรวบรวมความกล้าบุกฝ่าเข้าไปในสภาพเก้าตายหนึ่งรอดได้ เจ้าเองเมื่อสามารถรอดชีวิตกลับมา ข้าและมารดาของเจ้าย่อมมีแต่จะยินดีและภาคภูมิ”

ยู้จี่เซาะโอบกอดบุตรชาย ลูบไล้ผมเผ้าด้วยความทะนุถนอม ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไหนเลยมีช่วงเวลาใดที่นางไม่วิตกกังกล?

“ข้าคาดว่าเจ้าเองก็คงได้รับวาสนาไม่น้อยจากภายในทิพยสถานแห่งนั้น จึงสามารถสังหารอสรพิษเหินหาวลงได้ในที่สุด” จี้ยี่ฉวนชวนสนทนาต่อไปด้วยความอยากรู้ ตัวเขาเองก็บรรลุถึง ‘ความรู้แจ้งแห่งหยาดพิรุณ’ มาเนิ่นนานแล้วเช่นกัน แต่เขาก็ทำได้แค่เพียงทำร้ายอสรพิษเหินหาวรับบาดเจ็บหลบหนี ไม่อาจพิฆาตสังหารมันลงได้

“ท่านพ่อกล่าวถูกต้องแล้ว ข้าอาศัย ‘พยุหะพันกระบี่จำลอง’ ที่เพิ่งได้รับนี้ในการสังหารมัน” จี้หนิงนำเอาม้วนหนังสัตว์ที่บันทึกเคล็ดวิชาออกมายื่นส่งให้บิดามารดาชมดู

“นี่… นี่…” จี้ยี่ฉวนและยู้จี่เซาะล้วนไม่อาจกล่าววาจาใดออกมา ทั้งคู่ล้วนมีประสบการณ์อันช่ำชอง ย่อมรู้ดีถึงความลึกล้ำในวิชาฝีมือที่อ่านผ่านตาอยู่นี้

จี้ยี่ฉวนรวบรวมสติได้ก่อน เขาสูดลมหายใจลึกก่อนกล่าว “นี่กลับเป็นวิชาฝีมือที่ยังลึกล้ำยิ่งกว่าเพลงกระบี่ขั้นสูงสุดทั้งห้าของตระกูลจี้ อาจบางทีสามารถเทียบเคียงได้กับ ‘ท่าร่างปีกวายุ’ ของตระกูลฝ่ายมารดาเจ้า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นจี้หนิงอดมิได้ต้องครุ่นคิดสืบต่อด้วยความหนักใจ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อผู้ศึกษากายาเทพอสูรก็คือ ‘เทพวิชา’ ซึ่งอาจบางทียังสำคัญกว่า ‘พยุหะพันกระบี่จำลอง’ ที่มุ่งเน้นการฝึกฝนพลังปราณอีก หากทว่าทุกสำนักทุกชาติตระกูลล้วนแล้วแต่หวงแหนรักษาเคล็ดวิชาเหล่านี้ไว้ไม่ถ่ายทอดให้แก่บุคคลภายนอก ตระกูลของมารดาเขาเองหากมิใช่มีบุญคุณช่วยชีวิตเซียนสวรรค์อมตะเอาไว้จนได้รับถ่ายทอดเทพวิชาและตกทอดมาจนถึงตัวเขา จนบัดนี้เขาคงยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเทพวิชาคือสิ่งใด

“เคล็ดวิชานี้เลิศล้ำพิสดาร สามารถทำให้ผู้ใช้ต่อกรกับยอดฝีมือในระดับที่สูงกว่าได้ เพียงแต่เงื่อนไขในด้านความต้องการรวบรวมกระบี่วิเศษออกจะมากมายเกินไป”

“นั่นก็ถูกแล้ว จะมีผู้ใดที่สามารถรวบรวมกระบี่วิเศษได้มากมายถึงเพียงนั้น…”

จี้หนิงหวนกลับคืนจากห้วงความคิดและแว่วเสียงสนทนาของมารดาบิดา เขารีบกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ระหว่างที่อยู่ในทิพยสถาน ข้าเก็บรวบรวมสมบัติวิเศษได้มากมายยิ่งนัก” ระหว่างที่กล่าววาจาเขาก็เรียกสมบัติวิเศษทั้งหมดออกมาวางเรียงราย

“มากมายถึงเพียงนี้?” บิดามารดาของจี้หนิงล้วนตกตะลึง ต่อให้สมบัติทั้งมวลล้วนเป็นสมบัติที่ไร้อันดับ แต่ด้วยจำนวนที่มีนับหลายพันชิ้นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลจี้ทั้งห้าเขตปกครองต้องหวั่นไหว นี่ยังไม่นับว่านอกจากอาวุธแล้วสมบัติเหล่านี้ครอบคลุมไปถึงผนึกแห่งเต๋า สมบัติวิเศษประเภทปีก และประเภทอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก

จี้หนิงคัดเลือกสิ่งของที่ต้องการออกมาก่อนกล่าวว่า “ข้าคนเดียวไม่อาจใช้งานสมบัติจำนวนมากมายถึงเพียงนี้ ขอท่านพ่อได้โปรดนำกลับไปจัดสรรและส่งมอบให้แก่ผู้คนตามที่เห็นสมควร”

เมื่อเห็นบุพการีทั้งสองยังยืนนิ่งคล้ายยังไม่อาจย่อยสลายข้อมูลอันเหลือเชื่อทั้งมวล จี้หนิงจึงกล่าวต่อ “นอกจากสมบัติพวกนั้น ขอท่านพ่อโปรดนำสิ่งนี้กลับไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตระกูลจี้เรา”

“เจ้ายังจะนำสิ่งของที่น่าตระหนกอันใดออกมาอีก?”

จี้หนิงยิ้มพลางดึงเอาม้วนหนังสัตว์ที่จารึกเคล็ดวิชา ‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’ ออกมาคลี่แสดง

“เคล็ดวิชาเพ่งจิต!” บุคคลทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน

ครานี้จี้หนิงต้องเป็นฝ่ายงุนงงแทน “ที่แท้ท่านทั้งสองรู้จักเคล็ดวิชานี้อยู่ก่อนแล้ว”

“ข้าย่อมต้องรู้จัก” ยู้จี่เซาะกล่าวราวกำลังรำพึง “เมื่อก่อนนี้ตระกูลยู้จี่เองก็มีภาพวาดที่ใช้ฝึกเคล็ดวิชาเพ่งจิตเช่นกัน เพียงแต่มันได้หายสาบสูญไปในช่วงที่ตระกูลเผชิญพบกับภัยพิบัติ”

เมื่อรู้สึกตัวนางจึงกล่าวต่อ “ลูกหนิง เจ้าสมควรพกพาภาพวาดนี้ติดตัวและหมั่นฝึกฝนจึงจะถูกต้อง”

จี้หนิงรีบตอบว่า “ภาพวาดนี้มีชื่อว่า ‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’ ภายในทิพยสถานนั้นข้าบังเอิญได้รับการประทับภาพวาดลงในความทรงจำโดยตรงแล้ว นั่นยังชัดเจนยิ่งกว่าภาพที่เบื้องหน้านี้อีก”

ยู้จี่เซาะจะอย่างไรคุ้นเคยกับเคล็ดวิชาเพ่งจิตมาก่อนจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี “ดูท่าบุตรชายข้าผู้นี้สร้างสมบุญกุศลอันดีงามมาแต่ชาติปางก่อน นี่เป็นเช่นเดียวกับที่บรรพบุรุษตระกูลยู้จี่เล่าไว้ ท่านเองก็ได้รับการประทับภาพของเคล็ดวิชาเพ่งจิตลงในความทรงจำโดยเซียนสวรรค์อมตะผู้นั้นเช่นกัน”

“ลูกหนิง” จี้ยี่ฉวนที่สงบนิ่งใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลากล่าวช้าๆ “เคล็ดวิชาเพ่งจิต ‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’ นี้จะส่งผลต่อความยิ่งใหญ่ในระยะยาวของตระกูลจี้เรา ข้าจะนำมันกลับไปส่งมอบให้กับตระกูลพร้อมกับสมบัติวิเศษเหล่านั้น ทว่า ‘พยุหะพันกระบี่จำลอง’ กลับยังไม่สมควรเผยแพร่ออกไปด้วยเหตุผลหลายประการ อย่าว่าแต่ผู้คนในตระกูลเองก็คงยังไม่พร้อมที่จะฝึกปรือมันเช่นกัน ส่วนตัวเจ้าจงเร่งฝึกฝนให้ดี หลังจากนั้นเจ้าจงตัดสินใจเองว่าจะถ่ายทอดให้แก่ผู้ใด”

“ทุกประการล้วนแล้วแต่ท่านพ่อจะเห็นสมควร” จี้หนิงกล่าวด้วยความเคารพ

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s