เล่มที่4 บทที่4: พยุหะพันกระบี่จำลอง

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 4: พยุหะพันกระบี่จำลอง

จี้หนิงกลั้นใจมองจากด้านข้าง ปล่อยให้พู่กันในอากาศขีดวาดเคล็ดวิชาและแผนภาพลงบนแผ่นหนังสัตว์โดยไม่กล้าส่งเสียงรบกวน

สำเร็จแล้ว พู่กันถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป มุมปากของโคชราเผยอรอยยิ้มอันภาคภูมิขึ้น

เด็กน้อยจี้หนิงเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการใช้พลังแห่งจิตซึ่งนับว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขข้อแรกของ พยุหะพันกระบี่จำลอง ส่วนเงื่อนไขข้อที่สองคือการครอบครองสมบัติวิเศษประเภทกระบี่จำนวนมาก…”

ซึ่งข้าก็มีอยู่ไม่น้อยจี้หนิงสอดคำพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เมื่อเจ้าเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง สมบัติไร้อันดับเหล่านั้นจะกลับกลายเป็นไร้คุณค่า โคชราส่ายหน้าและกล่าวเตือน เมื่อเวลานั้นมาถึงหากเจ้าไม่สามารถหากระบี่วิเศษที่มีอันดับมาทดแทน เจ้าจะไม่อาจแสดงพลังที่แท้จริงของพยุหะกระบี่ออกมาได้

ที่แท้พยุหะกระบี่นี้ต้องประกอบขึ้นจากกระบี่ทั้งสิ้นกี่เล่มกันแน่?”

พยุหะพันกระบี่จำลองคือการจำลองลักษณ์ของพันกระบี่ลงมาเป็นระดับต่างๆ จำนวนสูงที่สุดที่พยุหะจำลองนี้สามารถใช้ออกได้คือเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าเล่ม!”

จี้หนิงอ้าปากค้าง ไร้คำพูดไปชั่วขณะ

กระบี่วิเศษมีอันดับเจ็ดร้อยกว่าเล่ม! ต่อให้รวบรวมทรัพย์สินทั้งมวลของตระกูลจี้ในห้าเขตปกครองเข้าด้วยกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะเพียงพอให้ซื้อหาแลกเปลี่ยนมาได้ครบถ้วน

เมื่อพลังการฝึกปรือของเจ้ารุดหน้าสูงขึ้น ระดับของกระบี่ที่ใช้ก็ต้องสูงขึ้นตาม จากสมบัติระดับมนุษย์ ขึ้นสู่ ระดับพิภพ’ ‘ระดับสวรรค์ และระดับเซียน’…”

นี่นี่…” จี้หนิงรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ เซียนอมตะจูหัวสังหารศัตรูผู้ใช้วิชานี้ลงแล้วมิใช่หรือ? ท่านเซียนใช่ยังเก็บรักษากระบี่วิเศษเหล่านั้นไว้สักหลายร้อยเล่มหรือไม่?”

โคชราสีดำส่ายหน้าอีกครั้ง ศัตรูผู้นั้นถูกขนานนามว่า เซียนพันกระบี่ ท่านเซียนต้องทุ่มเทชีวิตเข้าเสี่ยงกว่าที่จะสังหารมันลงได้ กระบี่เหล่านั้นย่อมไม่ถูกทิ้งเอาไว้ให้เปล่าประโยชน์ พวกมันถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นวัสดุอันสูงค่าเพื่อเอามาใช้หลอมตียกระดับให้กับข้า วิถีแห่งการต่อสู้บนเส้นทางสู่ความอมตะก็เป็นเช่นนี้เอง ทุกผู้คนแก่งแย่งช่วงชิงทรัพยากรอันจำกัดจากกันและกันเพื่อพัฒนาตนเองและอาวุธคู่มือ ไม่ปล่อยทิ้งสิ่งใดให้สูญเปล่า

ข้าเข้าใจแล้ว จี้หนิงกล่าวด้วยสีหน้าผิดหวัง

จงอย่าได้คิดมากไป การที่เจ้าสามารถผ่านการทดสอบจนได้เป็นผู้สืบทอดของนิเวศน์แห่งนี้ มิได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถประสบความสำเร็จทุกประการได้ในชั่วข้ามคืน

อย่าลืมว่าทั่วหล้านั้นมีทิพยสถานนับร้อยนับพันแห่งที่ถูกตกทอดสืบมา แต่ผู้ที่สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจักรวรรดิเซี่ยได้มีเพียงสักกี่คน? บี่ผู้เป็นประมุขคนที่สี่นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพียงสามารถบรรลุถึงระดับปรมาจารย์หมื่นสำแดงก็ต้องจบชีวิตลงที่เบื้องนอก เจ้าจงอย่าได้เป็นเช่นนั้น

โคชราทอดถอนใจพลางหันเหหัวข้อสนทนา พวกเรายังคงย้อนกลับมาที่พยุหะพันกระบี่จำลอง…”

จี้หนิงรีบสงบอารมณ์รวบรวมสมาธิรับฟัง

พยุหะพันกระบี่จำลองขั้นแรกอาศัยขบวนกระบี่บินเก้าเล่มเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนขบวนกระบี่อีกแปดขบวนรวมทั้งสิ้นแปดสิบเอ็ดเล่ม

เมื่อเจ้าสามารถควบคุมกระบี่บินอีกแปดสิบเอ็ดเล่มได้จึงถือว่าสำเร็จขั้นที่สอง พลังทำลายจะสูงขึ้นทบเท่าทวีคูณ

ต่อเมื่อเจ้าสามารถควบคุมได้สามขบวนรวมทั้งสิ้นสองร้อยสี่สิบสามเล่ม จะนับเป็นขั้นที่สาม พลังทำลายก็จะเพิ่มสูงยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า เป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนถึงขั้นที่เก้าอันเป็นขั้นสูงสุดซึ่งเจ้าจะต้องควบคุมกระบี่บินจำนวนเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าเล่มพร้อมกัน

ทว่าหากระดับของอาวุธเปลี่ยนแปลงไป ความยากในการควบคุมก็จะยิ่งสูงขึ้น ยกตัวอย่างเจ้าในปัจจุบันอาจสามารถใช้งานกระบี่วิเศษไร้อันดับได้หลายร้อยเล่มพร้อมกัน แต่หากเปลี่ยนไปใช้กระบี่บินระดับมนุษย์ เจ้าอาจสามารถควบคุมได้เพียงไม่กี่สิบเล่ม ทั้งนี้หากมองในมุมกลับจะพบว่าอานุภาพของพยุหะพันกระบี่จำลองนี้สามารถพัฒนาเติบโตไปพร้อมกับตัวเจ้า แม้ในยามที่เจ้าบรรลุระดับเซียนสวรรค์อมตะไปแล้วก็ตาม…”

………

เนิ่นนานให้หลัง จี้หนิงค่อยทำความเข้าใจกับพยุหะพันกระบี่จำลองโดยคร่าวๆ เขาอดมิได้ต้องแสดงความชื่นชมออกมา หากเปรียบเทียบกันแล้วค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์มีค่าไม่ต่างอะไรกับเศษขยะเท่านั้น

เขาเริ่มต้นด้วยการฝึกใช้ปลายนิ้วกรีดวาด เส้นผนึกพันจำลอง ซึ่งเป็นเคล็ดสำคัญของ พยุหะพันกระบี่จำลอง ด้วยพลังในการจดจำของจี้หนิง เขาสามารถกรีดวาดได้ตามแผนภาพโดยไม่ผิดเพี้ยน ทว่าโคชราสีดำยังคงไม่พอใจ มันกล่าวย้ำว่า เพียงกรีดวาดเส้นผนึกได้อย่างถูกต้องนั้นยังไม่เพียงพอ เจ้าต้องเข้าถึงสำนึกแห่งฟ้าดินที่ซ่อนเร้นอยู่ในเส้นผนึกพันจำลองนี้ให้ได้ด้วย

จี้หนิงใช้จิตสมาธิอันตั้งมั่นจดจ่อเป็นพื้นฐาน ลงมือทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากผ่านไปหลายร้อยครั้งในที่สุดเขาก็สามารถเข้าถึงสำนึกแห่งฟ้าดินที่ซ่อนเร้นอยู่ในเส้นผนึกพันจำลอง

ประเสริฐ โคชราส่งเสียงร้องชมเชยออกมา ความสามารถในการตีความตลอดจนสัมผัสของเจ้าในการเข้าถึงสำนึกแห่งฟ้าดินช่างยอดเยี่ยมเหนือธรรมดา จดจำไว้ว่าเส้นผนึกพันจำลองนั้นเป็นแก่นแท้แห่งพยุหะพันกระบี่จำลอง เจ้าไม่อาจเปิดเผยสิ่งนี้ออกไป มิเช่นนั้นเหล่ายอดฝีมือผู้มีความรู้อันกว้างขวางจะสามารถคลี่คลายความลับแห่งพยุหะกระบี่และสามารถลอกเลียนแบบหรือทำลายมันลงได้อย่างง่ายดาย

จี้หนิงผงกศีรษะจดจำคำสอนจนขึ้นใจ

เขาเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปด้วยการนำเอาชามอ่างพร้อมกับกระบี่วิเศษไร้อันดับจำนวนเก้าเล่มออกมา ทำการกรีดเลือดของตนบรรจุลงไปภายในชามอ่างจนเกือบเต็ม จากนั้นใช้นิ้วมือจุ่มเลือดขึ้นมากรีดวาดเส้นผนึกพันจำลองลงบนตัวกระบี่ทีละเล่ม

ทุกครั้งที่เขาทำการกรีดวาดเสร็จรัศมีสีโลหิตจะปรากฎขึ้นและผนึกจะจารึกลงบนตัวกระบี่เล่มนั้น

จี้หนิงเรียกเอากระบี่อีกเก้าเล่มออกมาแล้วลงมือกรีดวาดซ้ำ ทำอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งครบทั้งเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าเล่ม

สำเร็จแล้ว โคชราผงกศีรษะรับรอง

ตั้งขบวนพื้นฐาน จี้หนิงนั่งขัดสมาธิแผ่พุ่งพลังแห่งจิตออกมา

กระบี่วิเศษเก้าเล่มลอยฉวัดเฉวียนก่อตั้งเป็นพยุหะกระบี่พื้นฐานหลังหนึ่ง แต่จี้หนิงยังคงรู้สึกว่าพยุหะกระบี่ที่เบื้องหน้านี้ไม่สมบูรณ์ คล้ายกับว่ายังขาดอะไรไปบางอย่าง

หลอมรวมเข้ากับสำนึกแห่งฟ้าดิน…” โคชราส่งเสียงเตือน

หนึ่งชั่วน้ำเดือดให้หลัง พยุหะกระบี่พื้นฐานที่ลอยอยู่เบื้องหน้าของจี้หนิงเริ่มฉายประกายแห่งสำนึกอันไร้ลักษณ์ออกมา สำนึกของกระบี่ทั้งเก้าเล่มที่เป็นเอกเทศสอดผสานซึ่งกันและกันอย่างสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว

พยุหะพันกระบี่จำลองขั้นที่หนึ่ง!” จี้หนิงเร่งเร้าจิตสำนึกของตน ส่งกระบี่อีกเจ็ดสิบสองเล่มให้ลอยเข้าขบวนโดยอาศัยกระบี่ทั้งเก้าในพยุหะพื้นฐานเป็นแกน

กระบี่ทั้งแปดสิบเอ็ดเล่มในยามนี้ลอยวนเวียนอยู่รอบกายของจี้หนิง เปล่งประกายรัศมีที่เกิดจากพลังปราณระดับเหนือธรรมชาติอันเจิดจ้าบาดตา พลังกระบี่ที่ก่อกำเนิดถูกปรับเปลี่ยนผ่านรูปแบบอันน่าอัศจรรย์ของพยุหะกระบี่จนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

โคชราสีดำที่เฝ้ามองอยู่ด้านข้างลอบยอมรับนับถืออยู่ในใจ ถึงแม้นี่จะเป็นเพียงพยุหะกระบี่ขั้นที่หนึ่งแต่ระดับความยากลำบากนั้นสูงกว่าการบังคับสิ่งของให้ลอยไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียวเช่นที่จี้หนิงใช้ในการผ่านด่านทดสอบอย่างมากมายมหาศาล เขาจะต้องควบคุมรักษาตำแหน่งของกระบี่แต่ละเล่มเพื่อให้หลอมรวมเข้ากับสำนึกแห่งฟ้าดินได้อย่างสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว

………

กระบี่หลายร้อยเล่มหมุนวนอยู่ในอากาศรอบร่างของจี้หนิง ทุกเล่มล้วนเปล่งประกายแห่งพลังอันเข้มแข็งแกร่งกร้าว

เด็กน้อยก้าวขึ้นสู่ขั้นที่สามได้สำเร็จ พลังทำลายของพยุหะกระบี่ในยามนี้ข้ามผ่านการผนึกพลังของศัสตราทั้งหลายพันในการทดสอบไปไกลแสนไกลแล้ว โคชรายิ่งเฝ้ามองยิ่งรู้สึกทึ่งต่อพรสวรรค์และพลังซ่อนเร้นของจี้หนิง

ความคิดไม่ทันสิ้นสุดลงกระบี่อีกแปดสิบเอ็ดเล่มก็ดีดตัวขึ้นแล้วพุ่งเข้าสู่รูปกระบวน

ใบหน้าและร่างกายของจี้หนิงหลั่งเหงื่อดุจสายฝน ท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้าและแรงสั่นสะเทือนของมวลอากาศรอบห้อง กระบี่อีกแปดสิบเอ็ดเล่มถูกส่งเข้าสู่ขบวนพยุหะ!

โคชราตกตะลึงเนิ่นนานก่อนเอ่ยออกมา พยุหะพันกระบี่จำลองขั้นที่ห้า…”

ทันใดนั้นกระบี่วิเศษทั้งสี่ร้อยห้าเล่มพลันร่วงหล่นลงสู่พื้น จี้หนิงเอ่ยพึมพำกับตนเอง ขั้นที่ห้านี้หนักหน่วงกินแรงเกินไป ในการต่อสู้ยังคงจำกัดไว้เพียงขั้นที่สี่เถิด

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s