เล่มที่4 บทที่20: รอคอยผู้บุตรหวนคืน

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 20: รอคอยผู้บุตรหวนคืน

วิหคอัคคีฟ้าโผลงสู่พื้นดิน ‘ผู้เฒ่าเก้าอัคคี’ ก้าวลงจากหลังของมันอย่างไรไม่มีผู้ใดเห็นชัดตา แต่ในชั่วพริบตาร่างในชุดยาวสีเทาก็ยืนอยู่ที่หน้าห้องพักของยู้จี่เซาะแล้ว

“ยี่ฉวน” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีเผยรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงความสงบสันติ ภาพลักษณ์ของมันในตอนนี้บันดาลให้ผู้คนคาดคิดไม่ถึงเป็นอันขาดว่านิสัยอันวู่วามราวเปลวเพลิงของมันเมื่อเกือบสี่ร้อยปีก่อนตอนที่มันมีอายุราวหนึ่งร้อยปีเป็นเช่นใด เวลาอันเนิ่นนานที่ผ่านพ้นชะล้างตัวตนของมันเช่นเดียวกับเรื่องราวชื่อเสียงของมันให้จางหายจนหลงเหลือเพียงในตำนานเรื่องเล่าของตระกูลไม่กี่เรื่อง

“ท่านผู้นำตระกูล” ประกายตาของจี้ยี่ฉวนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นร้อนรน “ภรรยาของข้า… นาง…”

“ผู้บัญชาการฮัวเล่าให้ข้าฟังมาบ้างแล้ว” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีผงกศีรษะ “ให้ข้าได้พบนางเถิด”

จี้ยี่ฉวนเบี่ยงกายเปิดทางให้ชายชราเข้าสู่ห้อง ส่วนยู้จี่เซาะรีบดิ้นรนลุกขึ้นจากเตียงย่อกายทำความเคารพ

“ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแออยู่มากนัก ยังคงนอนพักก่อนเถิด นี่มิใช่เวลาจะมาใส่ใจมากความกับระเบียบพิธีการ”

เมื่อยู้จี่เซาะนอนลงเรียบร้อยอีกครั้ง ผู้เฒ่าเก้าอัคคีจึงลากเก้าอี้มาตั้งที่ข้างเตียงแล้วหลับตาลงยื่นมือออกแตะตรวจที่ข้อมือของนางภายใต้สายตาห่วงกังวลของจี้ยี่ฉวน พลังแสงสีแดงแผ่ออกปกคลุมร่างของยู้จี่เซาะเอาไว้ราวกับนางกำลังนอนอยู่ในกองเพลิง

เวลาผ่านไปราวชั่วน้ำเดือดแสงสีแดงจึงได้จางหายไป ผู้เฒ่าเก้าอัคคีลืมตาขึ้นกล่าวกับจี้ยี่ฉวน “ต้นเหตุของอาการหยั่งรากฝังลึก โอกาสทุเลาหายดียากที่เกิดขึ้นได้”

ใบหน้าของจี้ยี่ฉวนซีดขาวไร้สีเลือด

ชายชราทอดถอนใจกล่าวต่อ “ครั้งนั้นภรรยาของเจ้าที่เป็นสุดยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติกลับได้รับบาดเจ็บจนพื้นฐานพลังฝีมือถูกกระทบกระเทือน หากตอนนั้นนางยินยอมรับการรักษาทันทียังอาจจะพอมีหนทางทุเลาลงได้ ทว่านางกลับตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามจนร่างกายถูกทำร้ายซ้ำสอง ทำให้ไม่มีหนทางรักษาอื่นใดนอกจากได้รับยอดโอสถยืดอายุขัยสำหรับคนสามัญ”

“ยอดโอสถยืดอายุขัยสำหรับคนสามัญ?” จี้ยี่ฉวนและภรรยาหันมาสบตากันและกัน ยู้จี่เซาะรีบกล่าวขึ้นว่า “ท่านไม่ต้องคิดมากไปแล้ว ข้ารู้สภาพร่างกายของตัวเองดี”

ยอดโอสถยืดอายุขัยทั่วไปนั้นแม้ว่าจะมีราคาสูงเทียมฟ้า หากจี้ยี่ฉวนยินยอมเสียสละทรัพย์สินทั้งมวลที่มีบวกกับหยิบยืมส่วนที่เหลือจากตระกูลจี้ เขายังพอจะมีความหวังในการได้ครอบครองมัน ปัญหากลับอยู่ที่คำ ‘สำหรับคนสามัญ’

คิดยืดอายุขัยของผู้คนต้องฝ่าฝืนเจตนารมณ์แห่งฟ้าดิน ในขณะที่ตัวยายิ่งทรงประสิทธิภาพยิ่งส่งผลกระทบรุนแรง หากคิดปรุงยาประเภทนี้โดยควบคุมผลกระทบให้อยู่ในระดับที่ร่างกายของสามัญชนที่ไม่ใช่ยอดฝีมืออันเข้มแข็งสามารถทนทานรับได้ ต่อให้รวบรวมทรัพย์สินทั้งมวลของตระกูลจี้ก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะซื้อหาแลกเปลี่ยน

“ยี่ฉวน” ผู้เฒ่าเก้าอัคคีกล่าวสืบต่อ “ก่อนหน้านี้ข้าเคยปรุงยาวิเศษเอาไว้จำนวนหนึ่ง ข้าจะใช้สอยให้คนไปนำมันมามอบให้แก่เจ้า ภรรยาของเจ้าสมควรยืดชีวิตออกไปได้อีกสามเดือน”

“สามเดือน?!” สีหน้าของจี้ยี่ฉวนยิ่งมายิ่งปั้นยาก

ยู้จี่เซาะกลับเผยอรอยยิ้มขึ้นมา “เวลาสามเดือนกลับมากกว่าที่ข้าคาดคิดเอาไว้ ชีวิตนี้ของข้าได้รับมาจนเพียงพอแล้ว ข้าไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ หากครั้งนั้นข้าเลือกที่จะไม่คลอดลูกหนิง ต่อให้ข้ามีชีวิตต่อไปได้อีกยี่สิบปีแล้วจะเป็นไร ข้าคงใช้ชีวิตภายใต้การติเตียนตนเองตลอดทุกวันของยี่สิบปีนั้น แต่ว่าหนทางที่ข้าเลือกกลับทำให้ข้าได้รับชีวิตอันงดงามในทุกวันของสิบปีที่ผ่านมา นี่นับว่าคุ้มค่าจนเกินพอแล้ว ในตอนนี้ข้าเพียงต้องการให้ลูกหนิงกลับมาอยู่ข้างกาย ขอเพียงได้พบเขาอีกครั้งข้าก็ไม่ต้องการอันใดอีกแล้ว”

“ตกลง… ตกลง…” จี้ยี่ฉวนยังจะกล่าวอันใดได้อีก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งเสียงเรียกออกไป “เจ้าดำ! วิหคอัคคีฟ้า!”

อสรพิษดำและวิหคอัคคีฟ้าในร่างของชายชุดดำและสตรีชุดสีฟ้ารีบก้าวเข้ามาภายในห้อง

“เจ้าดำ ลูกหนิงจดจำเสียงของเจ้าได้เป็นอย่างดี ข้าขอให้เจ้าเดินทางร่วมกับวิหคอัคคีฟ้าไปยังชายแดนระหว่างตระกูลจี้กับตระกูลเที้ยมู่” จี้ยี่ฉวนดึงเอาแผนที่ออกมา รวบรวมสมาธิค้นหาตำแหน่งของกระบี่หยกแล้วกำหนดลงไปก่อนส่งต่อให้แก่อสรพิษดำ “ลูกหนิงสมควรอยู่ที่ใดที่หนึ่งในหุบเขาแห่งนี้ ขอเพียงพวกเจ้าบินวนเวียนอยู่เหนือหุบเขาแล้วส่งเสียงร้องแจ้งข่าว ด้วยพลังการฝึกปรือของเขาจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน”

จี้ยี่ฉวนหยุดแล้วหันไปมองร่างจำแลงของวิหคอัคคีฟ้า “ต้องขอพึ่งพาเจ้าอีกแล้ว”

“เพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” เสียงของนางอ่อนโยนและนุ่มนวล “พวกเราจะรีบออกเดินทางทันที”

“ถูกแล้ว” อสรพิษดำพยักหน้ารับคำแล้วรีบหันกายติดตามนางออกจากห้องไป

“ลูกหนิง” ยู้จี่เซาะมองตามร่างของวิหคอัคคีฟ้าที่เหินบินออกไปจนลับตา คล้ายกับว่าจิตใจของนางได้โบยบินออกไปหาบุตรชายสุดที่รักพร้อมกับพวกมัน

………

ภายในหุบเขา เหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติยังคงรับทัณฑ์ทรมานต่อไปไม่หยุดหย่อน ต่อให้พวกมันคิดตกตายก็ไม่อาจสมมาดปรารถนา คำสั่งของเป่ยจื้อชานเฉียบขาดชัดเจนเสมอมา ยิ่งเหล่าเชลยโกรธแค้นสิ้นหวังอย่างหนักหนายาวนานมากขึ้นเท่าใดภูตพยาบาทที่ถือกำเนิดขึ้นก็ยิ่งทรงพลังเท่านั้น

“นายน้อยจี้หนิง ท่านแม่ของท่านป่วยหนักยิ่งนัก ขอให้ท่านรีบกลับไปหานางโดยด่วน…” เสียงตะโกนดังแว่วมาจากขอบฟ้าอันห่างไกลและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

แม้ว่าเป่ยจื้อชานจะสะกดหุบเขาแห่งนี้อยู่ภายใต้อำนาจของค่ายกลและข่ายมนตราจนเสียงกรีดร้องคร่ำครวญของเหล่าผู้ถูกทรมานถูกปกปิดจากโลกภายนอก แต่สุ้มเสียงจากภายนอกยังคงสามารถผ่านเข้ามาภายในได้เพื่อประโยชน์ในการตั้งรับระวังภัยของมัน

“เสียงที่ชัดเจนทรงพลังนัก”

“นั่นเป็นเสียงของผู้ใดกัน?”

ศิษย์บุรุษสตรีทั้งหกแหงนหน้าขึ้นมอง พวกมันจับใจความในเสียงตะโกนนั้นได้ในที่สุด

ชายที่ไว้เครารกรุงรังกล่าวขึ้นก่อน “นั่นเป็นเสียงแจ้งข่าวต่อจี้หนิง”

สตรีที่มีแมงป่องเกาะอยู่บนร่างกล่าวขึ้นเช่นกันว่า “มารดาของมันคล้ายดั่งเจ็บป่วยร้ายแรงยิ่ง?”

“ถูกแล้ว ตัวมันในขณะนี้คงทั้งโกรธเกรี้ยวทั้งสิ้นหวัง” ชายหนุ่มรูปงามกล่าวเห็นพ้อง

ชายร่างใหญ่ที่ไว้เคราสีเขียวเปล่งเสียงหัวเราะ “สัตว์ประหลาดน้อยนั้นเพียงมีชีวิตได้อีกสามวันทั้งยังถูกกักอยู่ในค่ายกล ต่อให้ตะโกนเรียกจนเสียงแหบแห้งมันก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่ดี ช่างเป็นจุดจบที่น่าสมเพชของยอดอัจฉริยะ ฮาฮาฮา”

เหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ถูกล่ามติดกับเสาหินโดยเฉพาะพวกที่มาจากเขตปกครองตะวันตกต่างเคียดแค้นกังวลไปกับข่าวอันน่าตระหนกที่ได้ยินและคำพูดของคนทั้งหก หรือฟ้าจะริษยาอัจฉริยะจนลิขิตให้นายน้อยและนายหญิงของพวกมันต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนี้จริงๆ?

………

จี้หนิงที่อยู่ท่ามกลางค่ายกลหมอกดำมีสภาพดังเช่นที่ถูกกล่าวมาทุกประการ ความโกรธแค้นสิ้นหวังลุกลามท่วมท้นหัวใจของเขา

“ท่านแม่!” น้ำตาไหลรินออกมาอาบใบหน้าอย่างสุดที่จะระงับ จี้หนิงรู้สึกราวกับมีมีดกรีดคว้านลงไปบนหัวใจของตน สตรีที่รักห่วงใยเขาตั้งแต่ทันทีที่เขาลืมตาขึ้นดูโลก สตรีที่ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นโลกทั้งใบของนาง บัดนี้นางกำลังจะจากไป ความหวังสุดท้ายของนางคือการให้เขากลับไปอยู่ข้างกายแต่ตัวเขากลับต้องติดอยู่ในที่แห่งนี้

จี้หนิงแหงนหน้าขึ้นกู่ร้องด้วยความปวดร้าวสุดบรรยาย

เสียงกู่อันกราดเกรี้ยวโหยหวนไม่อาจหลุดออกสู่โลกภายนอกแต่ยังคงดังสะท้านทั่วทั้งหุบเขา สำนึกแห่งความเคียดแค้นและอับจนปัญญาที่แฝงมากับน้ำเสียงบันดาลให้ศัตรูของเขาต้องขนลุกเกรียวและมิตรสหายของเขาต้องลอบทอดถอนใจ

“ไม่ ข้าจะต้องไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้ ข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป” ร่างของน้ำเสียงของเขาสั่นสะท้าน “ทลายค่ายกล ข้าต้องทลายค่ายกลออกไปให้ได้!”

จี้หนิงบังคับตนเองให้นั่งและหลับตาลงอีกครั้ง พลังแห่งจิตที่มุ่งมั่นพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง หากไม่สามารถกลับไปพบหน้ามารดาเป็นครั้งสุดท้ายเขาไม่เพียงแต่จะต้องเสียใจไปชั่วชีวิต แต่ความสำนึกเสียใจนี้จะคงติดตามเขาตลอดไปแม้ในยามที่ต้องลงสู่ยมโลกอีกครั้ง

“ทลายค่ายกลออกไป!” เปลือกตาที่ปิดสนิทของจี้หนิงสะท้านไหว ดวงวิญญาณถูกห้วงอารมณ์อันเชี่ยวกรากเติมเต็มจนล้นเอ่อยิ่งกว่าในช่วงเวลาที่เผชิญหน้ากับความเป็นความตาย เส้นชีพจรทั่วร่างไม่อาจรับแรงกดดันอันหนักหน่วงที่กระแทกทำร้ายจนโลหิตหลั่งไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้า

ในห้วงสำนึกของเขาที่บรรจุเต็มไปด้วยความซับซ้อนและตัวแปรทั้งมวลของค่ายกลหมอกดำพลันสว่างวาบขึ้น รูปแบบอันชัดเจนก่อเกิดขึ้นเป็นแผนภูมิที่แจ่มชัด ดวงตาของจี้หนิงเปิดออก

“ท่านแม่!” จี้หนิงแหงนหน้ากู่ร้อง “ข้าจะกลับไปหาท่านอย่างแน่นอน โปรดรอคอยผู้บุตรหวนคืนกลับไป!”

ร่างของจี้หนิงกลับกลายเป็นเงาอันรางเลือนเคลื่อนไหวอยู่ภายในค่ายกลราววิญญาณภูตพรายจนบรรลุถึงตำแหน่งที่ธงค่ายกลถูกปักอยู่บนชีพจรธรณี อักขระมนตราเหนือผืนธงยังคงเปล่งประกาย จี้หนิงยื่นมือออกถอนดึงมันขึ้นมาทันที

หมอกดำสลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์ ภาพของหุบเขาทั้งแนวกลับคืนสู่สายตาของเขาอีกครั้ง ทาสร่างยักษ์หลายคนและเหล่าศิษย์ทั้งหกที่แท้จริงแล้วเพียงยืนห่างออกไปเล็กน้อยเท่านั้น พวกมันจ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง

จี้หนิงกำธงค่ายกลไว้ในมือ สองตาทอประกายคลุ้มคลั่งอำมหิต

“ฆ่ามัน ฆ่ามันเดี๋ยวนี้ อย่าได้ปล่อยให้มันหลุดรอดออกจากหุบเขาแห่งนี้ได้!” เสียงคำสั่งแหบโหยหวนดังลอดขึ้นมาจากใต้ผืนดิน

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s