เล่มที่4 บทที่19: กร่อนหัวใจ

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 19: กร่อนหัวใจ

อุโมงค์นั้นทอดลึกตัดตรงลงไปใต้ผืนดินกว่าสามร้อยเมตร ถึงชายหนุ่มรูปงามจะโคจรพลังปราณจนร่างล่องละลิ่วอย่างแผ่วเบาราวขนห่านป่าก็ยังต้องอาศัยมือเท้าแตะสัมผัสผนังอุโมงค์เพื่อชะลอความเร็วเป็นระยะจนกระทั่งบรรลุถึงพื้นเบื้องล่าง

“ที่นี้อยู่ลึกยิ่งนัก ไม่ทราบห้องลับของท่านอาจารย์ตั้งอยู่ที่ใด?” ชายหนุ่มรีบกวาดตามองหาเส้นทางภายในความมืดมิดจนพบประตูหินที่มีระลอกพลังสีเขียวอันน่าสะพรึงกลัวลอดผ่านออกมา

“ท่านอาจารย์” มันหยุดเท้าลงที่หน้าประตูหินแล้วกล่าวแสดงความเคารพ

“เจ้าเข้ามา” เสียงกรีดแหลมดังลอดผ่านช่องประตูออกมา

ชายหนุ่มรูปงามข่มความหวาดกลัวในจิตใจเปิดประตูหินก้าวเท้าเข้าไป ที่ด้านหลังของประตูเป็นห้องศิลาขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบเมตร ชายร่างผอมบางสวมชุดยาวสีดำนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ที่กึ่งกลางของห้อง ใบหน้าซูบเซียวที่ปล่อยผมยาวสยายถูกกลบบดบังไว้ด้วยประกายตาสีเขียวที่สาดรัศมีแห่งความชั่วร้ายราวกับปิศาจจากอเวจี

ที่ด้านหน้าของชายชุดดำวางไว้ด้วยกระถางขนาดใหญ่ เปลวเพลิงสีเขียวลุกไหม้อยู่เหนือกระถางทว่ากระแสพลังที่เปล่งออกมากลับเย็นยะเยียบ ที่ใต้เปลวเพลิงเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนยาวที่มีสีแดงเลือดลอยวนเวียนอยู่ภายใต้ประกายแสงสีดำที่แผ่ปกคลุม ใบหน้าของผู้คนมากหลายผลุบโผล่บนผืนธง ทุกใบหน้าล้วนกรีดร้องสาปแช่งและพยายามกัดกินซึ่งกันและกัน

ชายหนุ่มร่างสั่นสะท้าน ร้องตะโกนอยู่ภายในใจ “บาปอันร้ายแรงนัก”

ผู้เดินในเส้นทางสายวิสุทธิมรรคมุ่งสะสมกรรมดี ผู้เดินในเส้นทางสายอวิชชามุ่งสะสมกรรมชั่ว ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดที่ผู้ฝึกวิชามารนอกรีตจะถูกปกคลุมด้วยรัศมีแห่งบาปอันหนาหนัก ทว่าบาปที่ร้ายแรงจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านี้ปรากฎขึ้นบนวัตถุสิ่งของกลับนับเป็นเรื่องอันน่าตระหนก

“นี่เป็นสมบัติวิเศษที่หลอมสร้างจากบาปอันไร้ที่สุด” ชายหนุ่มรูปงามทั้งเลื่อมใสและหวาดหวั่นไปในเวลาเดียวกัน ผู้ที่ใช้อวิชชานอกรีตสร้างสมบาปกรรมเยี่ยงนี้ ‘สามหายนะเก้าภัยพิบัติ’ ที่จะต้องเผชิญจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าปกติหลายเท่า แต่ที่ยังมีผู้คนมากหลายเลือกเดินในเส้นทางสายนี้ก็เพราะพวกมันมั่นใจว่าวิชาที่ตนฝึกฝนนั้นจะสูงส่งจนช่วยให้พวกมันผ่านพ้นหายนะทั้งหลายไปได้ และในความเป็นจริงก็มีเซียนสวรรค์อมตะจำนวนไม่น้อยที่ถือกำเนิดจากวิถีมาร

“มิน่าเล่าท่านอาจารย์จึงกล่าวว่าหากสมบัติวิเศษชิ้นนี้หลอมสร้างเสร็จสิ้น ต่อให้ต้องเผชิญกับปรมาจารย์หมื่นสำแดงก็ไม่มีอันใดต้องกลัวอีกต่อไป”

“เจ้าเจ็ด” ชายชุดดำกล่าวจากท่านั่งขัดสมาธิ “ศิษย์พี่กังของเจ้าเป็นศิษย์คนแรกของข้า เป็นศิษย์รักที่เปรียบเสมือนบุตรในสายเลือดของข้า ‘เป่ยจื้อชาน’ ข้าจะไม่มีวันให้อภัยแก่ผู้ที่สังหารมัน”

ดวงตาสีเขียวชั่วร้ายของเป่ยจื้อชานจ้องมองศิษย์คนเล็ก “ตอนนี้การหลอมสร้างสมบัติวิเศษมาถึงขั้นตอนสำคัญ ข้าไม่อาจปลีกตัวไปจัดการกับมันด้วยตนเอง” การเดินทางลัดย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายออกไป การหลอมสร้างสมบัติแห่งบาปเช่นนี้มิใช่อยากหยุดยั้งหรือยกเลิกเมื่อใดก็สามารถทำได้ตามใจชอบ ที่ผ่านมาปรากฎยอดฝีมือจำนวนไม่น้อยที่ถูกสมบัติวิเศษที่ตนเองหลอมสร้างกลืนกินดวงวิญญาณ

“ที่จริงหากไม่มีความจำเป็นจนถึงที่สุดข้ายังไม่อาจตัดใจใช้ของล้ำค่าเช่นนี้ออกไป แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นข้าจะมอบ ‘ผงกร่อนหัวใจ’ ให้แก่เจ้า” มันโยนกระปุกเคลือบใบหนึ่งให้ผู้เป็นศิษย์อย่างไม่ใส่ใจเท่าใด แต่ชายหนุ่มรูปงามกลับต้องปลุกปลอบสมาธิในการรับและประคองเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง มันรู้ซึ้งถีงความร้ายกาจของพิษชนิดนี้เป็นอย่างดี

ราคาของพิษชนิดนี้ยังสูงกว่าสมบัติวิเศษที่มีอันดับ ยอดฝีมือระดับตำหนักม่วงจำนวนมากมายล้มตายลงเพราะมัน อย่าว่าแต่ต่อให้มีทรัพย์สินเงินทองก็ใช่ว่าจะสามารถซื้อหามาครอบครองได้ ยาพิษขวดนี้เป็นอาจารย์ของมันดำเนินการผ่านเส้นสายภายในสำนักจึงสามารถได้มาไว้ในครอบครอง

“จดจำไว้ทุบกระปุกให้แตกภายในระยะไม่เกินสามสิบเมตรจากตัวมัน ต่อให้พิษชนิดนี้ต้องใช้เวลากว่าสามวันจึงกำเริบถึงชีวิตแต่ยามใดที่พิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างจะไม่มีหนทางใดสามารถกำจัดออกได้ ต่อให้วิชาที่มันฝึกฝนคือประกายชาดเก้าชั้นฟ้าก็ตาม”

“ส่วนตัวเจ้าเมื่อทำงานสำเร็จให้รีบถอนตัวล่าถอย หากพลาดพลั้งถูกพิษให้รีบกลับมารับยาถอนพิษที่ข้า”

ชายหนุ่มรูปงามรีบผงกศีรษะรับคำด้วยความนอบน้อมกลัวเกรง

“ท่านอาจารย์โปรดวางใจ ธุระอันเล็กน้อยเพียงนี้ศิษย์ย่อมต้องทำจนสำเร็จสมบูรณ์”

“เจ้าไปได้แล้ว” เป่ยจี้ซานออกปากขับไล่แล้วหันเหความสนใจทั้งหมดกลับที่ธงสีแดงเลือดอีกครั้ง เหล่าภูตพยาบาทบนผืนธงยังคงกรีดร้องอย่างคลั่งแค้น บางตนพยายามยื่นหน้าออกมาปรารถนาจะกัดกินเลือดเนื้อและวิญญาณของเป่ยจี้ซาน แต่ดวงตาสีเขียวชั่วร้ายคู่นั้นหาได้มีความหวั่นไหวอันใด ยังคงมุ่งมั่นประกอบพิธีกรรมต่อไป

ชายหนุ่มรูปงามย่อมไม่มีกำลังขวัญเยี่ยงนั้น มันรีบแสดงความเคารพอย่างรวดเร็วคราหนึ่งแล้วล่าถอยออกจากห้องลับใต้ดินทันที

ประตูเหล็กกล้าปิดสนิทลงไล่หลังของมัน กลิ่นอายแห่งความตายอันชั่วร้ายรุนแรงถูกตัดขาดลงอีกครั้ง

………

ภายใต้หมอกสีดำที่ปกคลุม

จี้หนิงทุ่มเทสมาธิจิตใจในการตีความและหาหนทางทลายค่ายกล รุปแบบความเป็นไปได้ต่างๆนับไม่ถ้วนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผ่านห้วงสมองของเขาไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วสัมผัสอันแหลมคมของเขาพลันไหววูบขึ้น

“อันตราย?” จี้หนิงลืมตาขึ้นสำรวจรอบกาย

ทันใดนั้นหมอกดำที่ด้านขวาของเขาแหวกออกเป็นแนว ขนของแส้ปัดหางม้าพุ่งทะลวงเข้ามาหมายรัดพันร่างกายของจี้หนิง ที่ไกลออกไปชายหนุ่มรูปงามที่ลอบโจมตีล้มเหลวในครั้งก่อนถือด้ามของแส้ปัดอยู่ในมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งกำผนึกแห่งเต๋าเอาไว้

จี้หนิงขมวดคิ้วเข้าหากันตระเตรียมอาศัยกลีบบงกชวารีอัคคีต้านทานการโจมตีพลางเรียกกระบี่ออกมาถือไว้ในมือทั้งสอง

แต่เมื่อขนของแส้ปัดปะทะกับกลีบบงกชกลับปรากฏเสียงระเบิดเบาๆขึ้นคราหนึ่ง จี้หนิงเพิ่งสังเกตว่าภายในขนอันหนาแน่นนั้นซ่อนไว้ด้วยกระปุกยาใบหนึ่ง ใบหน้าของจี้หนิงแปรเปลี่ยนไปด้วยความตระหนก สัมผัสแห่งอันตรายกรีดร้องเตือนภัยอยู่ภายในจิตวิญญาณของเขา

จี้หนิงยกมือขึ้นกุมหน้าอกส่งเสียงอุทานด้วยความแตกตื่น กระแสความเจ็บปวดทิ่มทะลวงหัวใจจนใบหน้าของเขากลับกลายเป็นซีดขาว พลังศักดิ์สิทธิ์ของประกายชาดเก้าชั้นฟ้าโคจรหมุนเวียนสำรวจไปรอบร่างแต่กลับไม่อาจตรวจพบพิษหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ สิ่งผิดปกติเพียงหนึ่งเดียวที่รู้สึกได้คือความเจ็บปวดที่ตำแหน่งหัวใจซึ่งค่อยๆแพร่กระจายไปสู่อวัยวะส่วนต่างๆเท่านั้น

พริบตาที่ลงมือประสบผลชายหนุ่มรูปงามก็ไม่รั้งรออีกต่อไป พลังปราณในร่างส่งผ่านเข้าสู่ผนึกแห่งเต๋าที่เตรียมพร้อมไว้แต่แรก ร่างของมันหายลับไปในทันที

ห้วงสมองของจี้หนิงหวนนึกไปถึงคำตักเตือนของโคชราสีดำแห่งนิเวศน์ใต้วารี เหล่าผู้ฝึกฝนสู่เส้นทางแห่งความเป็นอมตะล้วนไม่อาจดูแคลน ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ได้ว่าศัตรูที่ต้องเผชิญนั้นมีความสามารถเช่นไรซ่อนเร้นอยู่ ต่อให้มีพลังฝีมือสูงเยี่ยมเทียมฟ้า ฝ่ายตรงข้ามก็ยังมีวิธีอีกมากมายหลายหลากที่จะสังหารตนลงได้โดยไม่จำเป็นต้องลงมือต่อสู้

“ฮาฮาฮา” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากที่ไกลออกไป “จี้หนิง ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอัจฉริยะหรือปิศาจอันใด คราครั้งนี้เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน”

สีหน้าของจี้หนิงแปรเปลี่ยนจนปั้นยาก พิษชนิดนี้ไม่เพียงไร้สีไร้กลิ่นยังไร้สภาพจนพลังปราณและพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจตรวจสอบได้ แต่เขาสามารถรับรู้ได้ถึงประสิทธิภาพอันร้ายกาจของมันที่ค่อยๆแทรกซึมกัดกร่อนทุกอณูในร่างกายของเขาอย่างช้าๆ

“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เพียงแค่สองถึงสามวันข้าคงไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป” ประกายตาของจี้หนิงแทนที่จะทดท้อกลับลุกไหม้ไปด้วยเพลิงแห่งความมุ่งมั่น “เมื่อไม่อาจหนีพ้นก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องทลายค่ายกลนี้ออกไปให้ได้ภายในสามวัน ต่อให้ต้องตายก็ขอลากพวกมันลงนรกไปด้วยกัน”

………

เมื่อชายหนุ่มรูปงามเดินกลับเข้าสู่ภายในหุบเขาด้วยความยินดี เขาพบว่าเหล่ายอดฝีมือของตระกูลจี้ล้วนใช้สายตาที่เคียดแค้นจ้องมองมาที่ตนเอง

“จ้องมองอันใด? นายน้อยของพวกเจ้าต้องตายแน่นอน ต่อให้สาวกตำหนักม่วงถูกพิษชนิดนี้เข้าไปก็ต้องตายภายในสามวันเช่นกัน”

“ท่านผู้นำตระกูลจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปอย่างแน่นอน”

“ไม่เพียงพวกเจ้าทั้งหมดจะถูกกวาดล้าง นายน้อยจี้หนิงก็จะถูกช่วยเหลือเช่นกัน”

เหล่าเชลยยังคงพยายามโต้เถียง พวกมันจะอย่างไรไม่อาจยอมรับในสิ่งที่ได้ยิน

“ผู้นำของตระกูลเล็กๆในเทือกเขานางแอ่นอันห่างไกลจะสามารถทำอันใดได้? สิ่งนี้หาใช่พิษธรรมดาสามัญไม่… พวกเจ้าไม่ต้องจ้องมองข้า ข้าไม่มีทางแพร่งพรายนามของพิษชนิดนี้ออกไปแน่”

เหล่ายอดฝีมือของตระกูลจี้เริ่มต้นก่นด่าสาบแช่งมันอีกครั้ง ครานี้กระทั่งยอดฝีมือของตระกูลอื่นก็พากันสาปแช่งมันด้วยความสิ้นหวังเช่นกัน

………

เมืองเขตปกครองตะวันตกแห่งตระกูลจี้

จี้ยี่ฉวนนั่งอยู่เป็นเพื่อนภรรยา สายตาของเขาอดมิได้ที่จะต้องหันไปมองเส้นขอบฟ้าอยู่บ่อยครั้ง

ทันใดนั้นเงาเพลิงสีฟ้าก็ปรากฎแก่สายตา บนหลังของวิหคอัคคีฟ้านอกจากสตรีชุดแดงแล้วยังมีชายชราผมแดงในชุดยาวสีเทานั่งมาด้วย นี่เป็นบุคคลที่จี้ยี่ฉวนเฝ้ารอคอย ประมุขแห่งตระกูลจี้ทั้งห้าเขตปกครอง ‘ผู้เฒ่าเก้าอัคคี’

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s