เล่มที่4 บทที่18: เสียงกู่ร้องอันห้าวหาญรันทด

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 18: เสียงกู่ร้องอันห้าวหาญรันทด

ควันสีขาวนี้เป็นพิษเชื้อศพที่ถูกสกัดออกจากซากศพที่เน่าเปื่อย มันจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเป้าหมายกัดกร่อนร่างกายของผู้ถูกพิษจนหลงเหลือเพียงน้ำหนองกองหนึ่ง

ด้วยความสำเร็จในวิชากายาเทพอสูรของชายชุดดำก็ยังไม่อาจต้านทานพิษชนิดนี้ได้ แม้แต่ตัวมันเองยังต้องกินยาถอนพิษเข้าไปล่วงหน้าจึงมั่นใจมากว่าจี้หนิงที่เพิ่งเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติได้ไม่นานไม่มีทางรอดชีวิตไปได้

“ไม่ว่าเจ้าจะมีอัจฉริยภาพสูงส่งถึงเพียงไหน เมื่อพลังกายาเทพอสูรของเจ้ายังด้อยไปกว่าข้าเจ้าไม่มีทางต้านทานพิษนี้ได้อย่างแน่นอน”

สีหน้าของจี้หนิงแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก เพียงชั่วพริบตาอาการชาด้านก็แทบจะแพร่กระจายไปทั่วร่างของเขาแล้ว นี่นับว่ามีอาจารย์เช่นใดก็มีศิษย์เช่นนั้น เขาตั้งข้อสังเกตุไว้แต่แรกว่าสาวกตำหนักม่วงผู้นี้สมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้พิษ ชายชุดดำที่เป็นศิษย์คนโตผู้นี้ก็ใช้วิชาพิษออกมาไม่หยุดหย่อน

จี้หนิงรีบโคจรพลังศักดิ์สิทธิ์ของประกายชาดเก้าชั้นฟ้าเข้าต้านพิษ ในขณะเดียวกันก็ตัดสินใจรีบเผด็จศึก ปีกโลหะที่กลางหลังกระพือออกอย่างรุนแรง ร่างของจี้หนิงเหินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วโถมลงใส่ชายชุดดำที่เบื้องล่าง ไม่ว่าเขาจะสามารถขับพิษออกจากร่างได้หรือไม่เขาตัดสินใจแล้วว่าต้องสังหารชายชุดดำลงให้จงได้

“ต่อสู้เยี่ยงสัตว์จนตรอกงั้นรึ? ฮาฮา ยิ่งเจ้าเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่เจ้าก็ยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้น” ชายชุดดำควงพลองยาวด้วยพลังขั้นสูงสุดเข้ารับมือกระบี่ของจี้หนิงที่จู่โจมลงมา แต่ละเท้าที่ก้าวออกของมันกดกระแทกผืนปฐพีจนสะเทือนเลื่อนลั่น

ด้วย ‘ท่าร่างเงาวายุ’ ร่างของจี้หนิงบิดพลิกกลางอากาศอย่างพิสดาร กระบี่ในมือเปลี่ยนเป็นวกจู่โจมชายชุดดำจากทางด้านข้าง ชายชุดดำก็ยอดเยี่ยมยิ่งบิดพลิกข้อมือเพียงเล็กน้อยพลองยาวก็ปัดป่ายท่าจู่โจมที่แผ่วพริ้วราวภูตพรายนั้นไว้

กระบี่อันแผ่วพริ้วพิสดารและพลองที่หนักหน่วงทรงพลังปะทะกันไม่หยุดหย่อน คู่ต่อสู้ทั้งสองล้วนทุ่มเทสมาธิจิตใจอยู่กับคู่ต่อสู้ตรงหน้า

ทันใดนั้นก้อนหินขนาดใหญ่เท่าศีรษะมนุษย์ก้อนหนึ่งพลันลอยขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งเข้าหาด้านหลังศีรษะของชายชุดดำด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ!

หินก้อนนี้ถูกเคลื่อนย้ายด้วยพลังแห่งจิตตานุภาพของจี้หนิง ความรวดเร็วรุนแรงของมันไม่ต่างอะไรกับก้อนหินที่ถูกยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติขว้างออกไปอย่างสุดแรง ชายชุดดำที่กำลังจดจ่อกับการรับมือกระบี่ของจี้หนิงอย่างลำบากกินแรงไหนเลยหลบหลีกได้ทัน ท้ายทอยถูกก้อนหินกระแทกใส่อย่างรุนแรงจนหินก้อนนั้นแตกละเอียด ส่วนแรงกระแทกส่งร่างของชายชุดดำให้เสียหลักทรุดลง

จี้หนิงย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านพ้นไป ประกายกระบี่สองสายแยกย้ายออก สายที่หนึ่งปัดป่ายพลองยาวให้พ้นทาง สายที่สองแทงทะลวงใส่ใบหน้าของชายชุดดำจนทะลุออกทางด้านหลังของกระโหลกศีรษะ

ปลายพลังจากพลองยาวที่กระแทกกลับมายังจี้หนิงส่งร่างของเขาให้ถอยไปด้านหลังลากเอาคมกระบี่ให้หลุดออกจากหน้าผากของชายชุดดำ ส่งผลให้โลหิตและมันสมองพุ่งทะลักออกจากโพรงที่ว่างเปล่า

“เจ้า… เจ้า…” ชายชุดดำสมกับที่เป็นยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุด มันยังคงหลงเหลือพลังเฮือกสุดท้ายกล่าววาจาออกมา แต่เมื่อตำแหน่งสำคัญได้รับบาดแผลที่สาหัสถึงเพียงนี้ต่อให้เป็นผู้ฝึกปรือประกายชาดเก้าชั้นฟ้าเช่นจี้หนิงก็ไม่อาจรอดชีวิตไปได้ ร่างของมันล้มลงในที่สุด

จี้หนิงหอบหายใจอย่างรุนแรงจ้องมองซากร่างของชายชุดดำที่ตราบจนตายยังไม่เชื่อว่าตนเองจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในขั้นสุดท้าย จี้หนิงจงใจเก็บพลังแห่งจิตนี้ไว้จนถึงที่สุด เขาทราบดีว่าหากลงมือผิดพลาดอีกฝ่ายจะใช้ผนึกแห่งเต๋าในการหลบหนีไปทันที เมื่อถึงเวลานั้นกระทั่งไม้ตายก้นหีบนี้ก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

ในการต่อสู้แลกชีวิตกระบวนท่าลับเหล่านี้มีผลอย่างยิ่งในการตัดสินชี้ขาด หากมิใช่ก้อนหินก้อนนั้นกระแทกทำร้ายชายชุดดำอย่างไม่คาดฝันจนเพลงไม้เท้าของมันบังเกิดช่องว่างที่ไม่พึงมีขึ้นจุดหนึ่ง ต่อให้เพลงกระบี่ของจี้หนิงลึกล้ำสูงส่งกว่านี้ก็ไม่อาจเจาะทะลวงจุดตายของชายชุดดำได้ในคราเดียวเช่นนี้

“ฮาฮาฮา…” จี้หนิงแหงนหน้าเปล่งเสียงหัวเราะก่อนกู่ร้องด้วยน้ำเสียงอันรันทดห้าวหาญ “มาเถิด! หากผู้ใดไม่เกรงกลัวความตายก็จงดาหน้าเข้ามา! ไม่ว่าจะมีสักกี่คนข้าก็จะประหารฆ่าให้หมดสิ้น! ฮาฮาฮา…”

เรื่องราวเลวร้ายที่ถาโถมเข้าใส่กดดันให้จี้หนิงแทบคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ เมื่อสามารถประหารฆ่าศัตรูที่ร้ายกาจลงได้ผู้หนึ่งอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้ก็ระเบิดออกมาอย่างน่ากลัว

“พิษร้าย?” ถึงตอนนี้จี้หนิงค่อยมีเวลาสำรวจร่างกายของตนเอง ที่แท้พิษร้ายกลับถูกพลังศักดิ์สิทธิ์ของประกายชาดเก้าชั้นฟ้าในร่างขับสลายออกจนเกือบหมดสิ้น ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากร่างกายของจี้หนิงก่อกำเนิดจากพลังหยางแท้แห่งสุริยันและพลังหยินแท้แห่งจันทราซึ่งเหนือล้ำกว่าร่างเหนือธรรมชาติที่กำเนิดจากวิชากายาเทพอสูรอื่นใดทั้งสิ้น “ดูเหมือนว่าพิษชนิดนี้ก็ไม่ได้เหนือล้ำไปกว่ากายาเทพอสูรของข้า”

“ชายชุดดำผู้นี้มีพลังฝีมือเข้มแข็งกว่าชายหนุ่มคนก่อนหน้านี้มากนัก คาดว่ามันคงมีศักดิ์ฐานะที่ไม่ธรรมดาในหมู่ศัตรู อาจบางทีในร่างของมันจะมีเบาะแสอันใดให้สืบค้นได้” จี้หนิงลงมือค้นร่างของชายชุดดำแต่ทว่าน่าเสียดายที่บนร่างของมันไม่มีสิ่งของหรือข้อมูลใดๆที่จะช่วยให้ฝ่าออกจากค่ายกลได้ เขาเพียงค้นพบผนึกแห่งเต๋าจำนวนหนึ่งและขวดยาหลายขวดที่เขาไม่กล้าเสี่ยงเปิดจุกออกตรวจสอบ สุดท้ายเขาจึงทำได้แค่เก็บรวบรวมข้าวของทั้งหมด แล้วลงมือศึกษาวิชาค่ายกลต่อไป

………

ภายในหุบเขา

บุรุษสตรีที่แต่งกายงดงามทั้งหกต่างปฎิบัติตามคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่ลงทัณฑ์ทรมานเหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติด้วยมือตนเอง แต่ยังคงสนทนากันไม่ขาดปาก

“เฮอะ เมื่อศิษย์พี่ใหญ่ลงมือด้วยตนเอง นายน้อยตระกูลจี้ย่อมต้องตายอย่างแน่นอน”

“ข้าได้ยินมาว่านายน้อยตระกูลจี้เป็นอัจฉริยะเยาว์วัย ศิษย์น้องเล็กปีนี้อายุย่างสามสิบ หรือจี้หนิงผู้นี้ยังจะอ่อนเยาว์กว่าเจ้าเจ็ดอีก?”

ชายศีรษะล้านร่างกายเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผลที่ถูกล่ามติดกับเสาในบริเวณนั้น ตะโกนขึ้นมาว่า “นายน้อยตระกูลจี้เพิ่งมีอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้น หากจะเปรียบเทียบกัน พวกเจ้าก็เป็นเพียงตัวหนอนอันน่าสมเพชที่คิดประชันกับพญามังกรบนชั้นฟ้า”

“หุบปาก!” ทาสรับใช้ที่ทำหน้าที่ทรมานชายศีรษะล้านรีบใช้เหล็กเผาไฟนาบไปบนร่างของมัน

“พวกขี้ขลาดที่รู้จักแต่วิธีลอบกัดกลับกล้าเผยอตัวขึ้นเทียบกับนายน้อย”

“ฮาฮา อายุสามสิบปียังคิดสมอ้างเป็นอัจฉริยะเยาว์วัย ข้าหัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้ว”

เหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติแห่งเทือกเขานางแอ่นต่างฉวยโอกาสนี้ก่นด่าแดกดันระบายความแค้นในอกออกมา

ศิษย์ทั้งหกล้วนอับอายจนกลายเป็นโทสะพากันร้องสั่งการ “บัดซบ ทรมานพวกมันให้หนักมือขึ้นอีก!”

ทันใดนั้นเองที่เสียงกู่ร้องอันห้าวหาญรันทดดังขึ้น

“มาเถิด! หากผู้ใดไม่เกรงกลัวความตายก็จงดาหน้าเข้ามา! ไม่ว่าจะมีสักกี่คนข้าก็จะประหารฆ่าให้หมดสิ้น! ฮาฮาฮา…”

“เป็นไปไม่ได้!” สีหน้าของคนทั้งหกเปลี่ยนไป พวกมันย่อมจดจำออกว่าเจ้าของเสียงกู่ไม่ใช่ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกมัน

“หรือว่าศิษย์พี่ใหญ่กลับพลาดท่าเสียทีให้กับมัน?” ความตื่นตระหนกของคนทั้งหกพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ความแข็งแกร่งของศิษย์พี่ใหญ่ทุกคนล้วนทราบดี ต่อให้ไม่ใช้พิษหรือสมบัติวิเศษอันใดก็สามารถปลิดชีพพวกมันได้อย่างง่ายดาย แต่แล้วยอดฝีมือไร้เทียมทานในสายตาของพวกมันทั้งหกกลับพ่ายแพ้เสียชีวิตให้แก่ศัตรู พวกมันต่างไม่อาจยอมรับความเป็นจริงพากันร่ำร้องเรียกหาชายชุดดำ แต่สิ่งที่ตอบกลับมาย่อมมีเพียงความเงียบเท่านั้น

ในที่สุดเมื่อถูกความเป็นจริงบังคับให้ต้องยอมรับ ทั้งหกต่างทำอะไรไม่ถูกได้แต่หันมองกันและกัน

“เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสองปีกลับสามารถสังหารศิษย์พี่ใหญ่ได้? นี่เป็นปีศาจอันใดของมันกันแน่? ต่อให้เป็นที่สำนักของพวกเราก็ไม่มีทางที่จะพบพานได้ สถานที่ที่สามารถให้กำเนิดอัจฉริยะเยี่ยงนี้คงมีเพียงตระกูลชั้นสูงที่ได้รับการสนับสนุนจากเซียนสวรรค์อมตะเท่านั้น” คนทั้งหกล้วนมีประสบการณ์อันช่ำชองและมาจากค่ายสำนักที่มีชื่อเสียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกจะเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว

ในระหว่างที่บุรุษสตรีทั้งหกยังคงไม่อาจสงบจิตใจลงประตูเหล็กกล้าก็เปิดขึ้นอีกครั้ง รังสีแห่งความชั่วร้ายเยียบเย็นที่พวยพุ่งออกมายังคงทำให้พวกมันต้องสยิวกายด้วยความหวาดกลัวเช่นดังทุกครั้ง

“ลูกกัง!” เสียงสั่นสะท้านโหยหวนดังลอดออกมาจากภายใน “เดียรัจฉานน้อยกลับกล้าสังหารลูกกังของข้า มันจะต้องตาย!”

หัวใจของบุรุษสตรีทั้งหกสะท้านหวั่นไหว ในขณะที่เหล่าทาสรับใช้ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พวกมันต่างก็ไม่เคยเห็นคนผู้นั้นโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้มาก่อน

“เดียรัจฉานน้อยนี้กลับเป็นเด็กปีศาจที่มีพรสวรรค์ หากมันมิใช่ศัตรูของพวกเรา ข้าอาจบางทีจะแนะนำมันให้เข้าสู่สำนัก แต่เมื่อมันกล้าแข็งข้อกับพวกเราทั้งยังปลิดชีวิตของลูกกัง ข้าจะให้มันต้องตายอย่างทรมาน” เสียงที่แหบโหยแสดงความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจน “เจ้าเจ็ด เข้ามาหาข้า”

“เข้าไป?” ชายหนุ่มรูปงามสะดุ้งสุดตัว ห้องลับใต้ดินเป็นสถานที่หวงห้ามสูงสุด มันไม่เคยเข้าไปมาก่อน

“เข้ามาเดี๋ยวนี้” เพลิงโทสะลุกไหม้อยู่ในเสียงคำสั่งนั้น

“ศิษย์ทราบแล้ว” ชายหนุ่มรูปงามไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อยรีบพุ่งกายเข้าไปในห้องใต้ดินทันที

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s