เล่มที่4 บทที่17: การปะทะอันบ้าคลั่ง

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 17: การปะทะอันบ้าคลั่ง

ภายในหุบเขา

“ทำได้เพียงเท่านี้เองหรือ? ตอนเป็นทารกเจ้าคงไม่ได้ดูดนมมารดาให้พอเพียง”

เมิ่งหยูถูกมัดติดกับเสาหิน โลหิตทั้งเก่าและใหม่ชโลมทั่วร่าง ตัวมันนั้นหมดสิ้นความหวังในการมีชีวิตไปตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับตัวมายังที่แห่งนี้ ทว่ายังคงกัดฟันรับการทรมานพลางก่นด่าเหล่าทาสผู้ลงทัณฑ์

ชั่วขณะนั้นเองที่เสียงหัวร่ออันชั่วร้ายดังขึ้น

“จี้หยู จี้ซาน หวาฉง เจิ้นถู เมิ่งหยู รับฟังไว้ จี้หนิงที่เป็นนายน้อยของพวกเจ้าถูกกักอยู่ในหุบเขานี้แล้ว อีกไม่นานข้าจะนำมันกลับไปเป็นเพื่อนกับพวกเจ้า ฮาฮาฮา…”

“นายน้อย!” ร่างของเมิ่งหยูสั่นสะท้าน มันรวบรวมเรี่ยวแรงที่ยังคงเหลือในร่างตะโกนออกไป “นายน้อยรีบหนีไป พวกมารนอกรีตกำลังจัดสร้างสมบัติวิเศษอันชั่วร้ายอยู่ในที่แห่งนี้!”

ในสภาพศีรษะตกห้อยไร้เรี่ยวสิ้นแรง จี้หยูที่ถูกมัดอยู่กับเสาหินต้นติดกันไม่ทราบรวบรวมเรี่ยวแรงจากที่ใด มันเงยหน้าขึ้นตะโกนออกไปสุดเสียง “จี้หนิง! หนีไป! เจ้าต้องรีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

ในอดีตแม้ว่ามันจะมุ่งหวังให้สายตระกูลของตนโดดเด่นเหนือกว่า ทว่าเมื่อตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการเดิมพัน มันก็ยึดถือจี้หนิงเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองตะวันตกโดยชอบธรรม สำหรับมันและบิดาชื่อเสียงและความอยู่รอดของตระกูลจี้อยู่เหนือสิ่งอื่นใด มันไม่ต้องการให้ยอดอัจฉริยะของตระกูลต้องมาเสี่ยงชีวิตเพื่อคนพิการที่จุดตันเถียนถูกทำลายเช่นพวกมัน

เหล่ายอดฝีมือที่หลงเหลือของตระกูลจี้ต่างตะโกนเร่งเร้าให้จี้หนิงหลบหนีไป พวกมันเห็นกับตาตนเองว่าภูตพยาบาทถูกดึงดูดออกไปรวบรวมที่ใต้หุบเขาเยี่ยงไร พวกมันทราบดีกว่าผู้ใดว่ารังอสูรแห่งนี้เป็นสถานที่อันตรายถึงเพียงไหน

………

ท่ามกลางหมอกดำที่ล้อมรอบกาย จี้หนิงได้ยินเสียงร่ำร้องอันห้าวหาญรันทดของพี่น้องร่วมตระกูลดังขึ้นไม่ขาดสาย

สุ้มเสียงเหล่านั้นล้วนแหบแห้งแปร่งหู แต่กับจี้หนิงแล้วเขาสามารถจดจำเจ้าของเสียงทุกคนได้ในทันที เพียงแต่ในขณะนี้เขาทำได้แค่ข่มกลั้นความโกรธแค้นเอาไว้ในใจ

“อัจฉริยะน้อยแห่งตระกูลจี้อย่าได้มีโทสะไป พวกมันจะเร็วช้าล้วนต้องตายอย่างทรมาน เจ้าเองก็เช่นเดียวกัน” ชายชุดดำส่งเสียงเยาะหยัน เป้าหมายของมันคือการหลอกล่อให้จี้หนิงสูญสิ้นความเยือกเย็น

“ไปตายซะ!” จี้หนิงไม่อาจทานทนอีกต่อไป เขาระเบิดพลังเหินจู่โจมเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม

“หุนหันพลันแล่นเช่นนี้ยังนับเป็นยอดฝีมืออันใด มันจะอย่างไรยังเยาว์วัยเกินไป” ชายชุดดำกล่าวกับตนเองด้วยความลิงโลดยินดี มือทั้งสองข้างแยกย้ายหมุนควงกระสวยทอผ้าสีดำที่แผ่พุ่งเข็มดำจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าใส่ร่างของจี้หนิงที่โถมเข้าหา

กลยุทธ์ของชายชุดดำชั่วร้ายอำมหิตยิ่ง ร่างที่พุ่งโถมอยู่กลางอากาศของจี้หนิงไม่อาจเปลี่ยนทิศทาง กระบี่ในมือก็ไม่อาจป้องกันการจู่โจมของเข็มดำที่มีจำนวนมากมายได้ทั้งหมด เพียงแต่ยังนับว่าโชคดีที่กลีบบงกชทั้งสองชั้นทำหน้าที่ป้องกันร่างกายไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ตำแหน่งที่เข็มดำถูกปัดป่ายร่วงหล่นลงสู่พื้นบังเกิดเสียงดังของชั้นดินหินที่ถูกหลอมละลาย

“พิษที่อำมหิตนัก” จี้หนิงส่งเสียง กระชับกระบี่อุดรทมิฬทั้งสองเล่ม ทั้งคนทั้งกระบี่พุ่งทะลวงเข้าใส่ชายชุดดำ

ชายชุดดำเคลื่อนร่างอย่างลี้ลับราวเงาพราย ไม่เพียงหลบเลี่ยงกระบี่ที่ทิ่มแทงเข้าหา ยังยิงเข็มดำเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ในใจของมันอดครุ่นคิดด้วยความหวั่นไหวมิได้ “จี้หนิงผู้นี้ร้ายกาจสมคำร่ำลือ กลีบบงกชวารีอัคคียิ่งไม่ธรรมดา นอกจากคุ้มกันร่างของมันแล้วยังสามารถส่งผลคุกคามต่อตัวข้า หากชุดยาวที่ข้าสวมไม่ใช่สมบัติวิเศษข้าคงได้รับบาดเจ็บไปแล้ว”

พริบตาที่มันสูญเสียสมาธิกระบี่ในมือของจี้หนิงก็แทงทะลุแขนข้างหนึ่งของมัน ชายชุดดำรีบถลันร่างล่าถอย กล่าววาจาด้วยความอาฆาต “กลีบบงกชที่ร้ายกาจกลับสกัดกั้น ‘เข็มโลหิตทมิฬ’ เอาไว้ได้ ข้าคงจำเป็นต้องบดขยี้เจ้าด้วยพละกำลังที่แท้จริง”

มันพลันเชื่อมต่อกระสวยทั้งสิ้นหกชิ้นขึ้นเป็นพลองยาวขนาดใหญ่ เมื่อลงมือกวัดแกว่งก็บังเกิดประกายพลังอันร้อนแรงแผ่พุ่งออกมา

จี้หนิงครุ่นคิดขึ้นว่าเยี่ยงนี้จึงสมเหตุสมผล ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกประหลาดใจว่าถึงแม้เข็มโลหิตทมิฬจะมีพิษร้ายแรงแต่กระบวนท่ากระสวยของอีกฝ่ายกลับพื้นเพธรรมดา ที่แท้อาวุธคู่มือที่มันเชี่ยวชาญคือพลองยาวอันหนาหนัก

“รับกระบวนท่า” ร่างของชายชุดดำกลับกลายเป็นเงารางเลือน พลองยาวเพิ่มพูนน้ำหนักขึ้นอีกหลายร้อยเท่าฟาดกระหน่ำลงบนศีรษะของจี้หนิง

กระบี่อุดรทมิฬทั้งสองเล่มถูกยกขึ้นต้านทาน แต่ไหนเลยสู้พลังของพลองยาวได้ ร่างของจี้หนิงกระเด็นไถลไปบนพื้นจนเกิดเป็นร่องลึก เลือดหลั่งจากสองมือย้อมด้ามกระบี่จนเป็นสีแดงฉาน

“พลังอันแข็งแกร่งยิ่งนัก ยังเข้มแข็งกว่าประกายชาดเก้าชั้นฟ้าขั้นที่สี่ของข้าอีก ชายชุดดำผู้นี้คงบรรลุถึงขั้นสูงสุดของกายาเทพอสูรในระดับเหนือธรรมชาติแล้ว” จี้หนิงสำนึกตัวว่าเผชิญพบคู่มือที่ร้ายกาจ ความสำเร็จในวิชากายาเทพอสูรของอีกฝ่ายยังสูงส่งกว่าเขาอีก

“ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้าจะรับข้าได้สักกี่กระบวนท่า?” ดวงตาของชายชุดดำเปล่งประกายสีเขียวลี้ลับ สืบเท้ามาด้านหน้าด้วยท่วงท่าราวกับพญามังกร พลองยาวในมือแทงทะลวงเข้าใส่อย่างหักโหม

“พลองยาวพึ่งพาพละกำลัง กระบี่พึ่งพากระบวนท่า” จี้หนิงตวาดก้อง ปีกโลหะสีเขียวพลันปรากฎขึ้นกลางหลัง นี่เป็นหนึ่งในสมบัติวิเศษที่เขาได้รับมาจากนิเวศน์ใต้วารี ด้วยการหนุนเสริมจากสมบัติวิเศษชิ้นนี้พลังของ ‘ท่าร่างปีกวายุ’ จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

ปีกโลหะสั่นกระพือคราหนึ่ง ร่างของจี้หนิงเหินบินอย่างรวดเร็วและทรงพลังประหนึ่งพญาปักษา กระบี่อุดรทมิฬในมือตวัดฟันเข้าใส่ชายชุดดำในตำแหน่งที่พลิกแพลงพิสดารในขณะที่พลองยาวในมือของชายชุดดำหวดจู่โจมสวนกลับไปราวลมคลุ้มฝนคลั่ง พลังปราณของมันถูกส่งเข้ากระตุ้นการทำงานของอักขระอาคมเพิ่มน้ำหนักให้กับพลองยาวจนหนักหน่วงราวกับขุนเขาลูกหนึ่งโดยที่ตัวมันอาศัยพลังศักดิ์สิทธิ์ของกายาเทพอสูรในการยกควงใช้ออก ผสมผสานจุดเด่นของการเป็นยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติของพลังทั้งสองสายออกมาอย่างเต็มที่

“กระบวนท่าอันหนักหน่วงทรงพลังแล้วจะเป็นไร หากจู่โจมไม่โดนเป้าหมายก็ไร้ค่า” จี้หนิงเองก็ลงมือต่อสู้อย่างลืมตาย ความหวาดระแวงว่ายอดฝีมือระดับตำหนักม่วงของอีกฝ่ายอาจสอดมือเข้ามาได้ทุกเมื่อและความกังวลในตัวพี่น้องร่วมตระกูลกดดันหัวใจและความคิดของเขาจนแทบคลุ้มคลั่ง

จี้หนิงอาศัยความเร็วที่เหนือกว่าและความคมกล้าของกระบี่อุดรทมิฬที่ผ่านพิธีกรรม ‘โลหิตเทพอสูรหลอมศัสตรา’ ใช้กระบวนท่าที่แฝงไว้ด้วย ‘ความรู้แจ้งแห่งเต๋า’ เกาะกุมความได้เปรียบระดมจู่โจมกระบี่เข้าใส่ชายชุดดำจนสามารถสร้างบาดแผลสาหัสจำนวนไม่น้อยที่หว่างเอว กลางหลัง และใบหน้าของมัน แต่ไม่นานบาดแผลเหล่านั้นก็กลับฟื้นฟูขึ้นใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชายชุดดำยิ่งต่อสู้ยิ่งบ้าคลั่ง มันอาศัยร่างกายที่เกือบเป็นอมตะและเพลงพลองระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมอาละวาดไปทั่วแผ่นดินโดยไม่เคยมีคู่มือในระดับเดียวกันที่ต้านติด คิดไม่ถึงวันนี้กลับต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้แก่เด็กหนุ่มที่มีพลังอ่อนด้อยกว่ามัน

ทั้งคู่โถมเข้าหากันอีกครั้งโดยครั้งนี้ต่างตัดใจใช้ออกด้วยกระบวนท่าแลกชีวิต ในเสียงปะทะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ชายชุดดำถูกกระบี่ฟันเข้าที่หว่างเอวจนร่างขาดเป็นสองท่อน มันยังสามารถกล่าววาจา “พลังฝีมืออันยอดเยี่ยม แต่เจ้าอย่าได้คิดว่าจะมีชีวิตรอดต่อไป”

ชายชุดดำพลันขว้างขวดใบหนึ่งลงบนพื้นจนแตกกระจาย กลุ่มควันสีขาวแตกระเบิดออกปกคลุมทั่วบริเวณ

จี้หนิงรีบปิดกั้นลมหายใจใช้ท่าร่างด้วยระดับความเร็วสูงสุดล่าถอยออกไป ทว่ากลิ่นอันฉุนเฉียวกลับแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเขาไปแล้ว

“หลอมละลายกลายเป็นของเหลวไปเถิด!” ชายชุดดำส่งเสียงตวาดไล่หลัง มันกัดฟันใช้พลังดึงดูดร่างทั้งสองซีกให้กลับมาต่อติดกันอีกครั้ง

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s