เล่มที่4 บทที่16: พี่น้องร่วมตระกูล

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 16: พี่น้องร่วมตระกูล

“เรียนศิษย์พี่ใหญ่ มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งบุกรุกเข้ามาในค่ายกลของท่านอาจารย์” ชายหนุ่มรูปงาม ‘ศิษย์น้องเจ็ด’ รีบกล่าวรายงาน “พลังฝีมือของมันสูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ กระทั่ง ‘เฮยเจิน’ ที่เป็นสัตว์อสูรรับใช้ของท่านอาจารย์ก็ถูกมันฆ่าทิ้ง ตัวข้าเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเงื้อมมือของมันเช่นกัน”

ชายชุดดำมีสีหน้าจริงจังขึ้น “ร้ายกาจถึงเพียงนั้น?”

“ศัตรูผู้นี้สมควรเป็นยอดฝีมือที่ฝึกปรือทั้งกายาเทพอสูรและพลังปราณจนบรรลุถึงระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุด ข้าเกรงว่านอกจากศิษย์พี่ใหญ่แล้วคงไม่มีใครในพวกเราที่จะรับมือมันได้”

“ไม่ว่ามันจะร้ายกาจเพียงไหน เมื่อเผชิญกับ ‘น้ำลายมังกรเมามาย’ ของศิษย์พี่ใหญ่ มันก็มีแต่ต้องรามือรับการจับกุม”

บรรดาศิษย์ทั้งหกต่างรีบฉวยโอกาสสอพลอเอาใจศิษย์พี่ใหญ่

ชายชุดดำกวาดตามองบรรดาศิษย์ผู้น้องแล้วกล่าว “ในยามที่ท่านอาจารย์ไม่อาจปลีกตัวจากการจัดสร้างสมบัติวิเศษ เพียงแค่มีผู้บุกรุกคนสองคนพวกเจ้าก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว? หากพวกเจ้าไร้ค่าถึงเพียงนี้ก็จงไปลงมือทรมานเชลยด้วยตนเองซะ อย่างน้อยยังจะนับได้ว่าพวกเจ้าทำอะไรเพื่อท่านอาจารย์บ้าง!”

ศิษย์น้องทั้งหกย่อมไม่กล้าเอ่ยวาจาใดออกมาอีก พวกมันได้แต่ก้มหน้ารับคำ เดินไปหยิบอุปกรณ์ลงทัณฑ์ แล้วแยกย้ายไปยังเสาหินที่ผูกยึดบรรดาสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติซึ่งถูกทำลายจุดตันเถียนเอาไว้

“ขั้นสูงสุดของระดับเหนือธรรมชาติทั้งด้านพลังปราณและกายาเทพอสูรงั้นหรือ? หวังว่ามันจะทำให้ข้าสนุกขึ้นได้บ้าง” ชายชุดดำแค่นเสียงกล่าวกับตนเอง

………

“พลังจากฟ้า ดิน และมนุษย์เป็นรากฐาน…” จี้หนิงเปรียบเทียบเนื้อหาของ ‘เก้าคัมภีร์ค่ายกล’ กับค่ายกลหมอกดำที่รายล้อมรอบ “ผสมผสานเบญจธาตุ มีน้ำและดินเป็นธาตุหลัก ที่หลงเหลือคอยสนับสนุนส่งเสริม…”

จี้หนิงลุกยืนขึ้น ร่างกลับกลายเป็นควันอันเบาบางเคลื่อนไหวในทุกทิศทาง ขณะเดียวกันก็สังเกตุและจดจำปฏิกริยาตอบสนองของค่ายกลต่อความเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ

“ค่ายกลหลังนี้ลึกซึ้งสูงส่งกว่าระดับที่ข้าตีความออกได้มากนัก” เขาได้แต่ส่ายศีรษะ “หากเพียงว่าข้าจะมีโอกาสได้เห็นรูปแบบการวางธงหรือสัญลักษณ์ประจำจุด ข้าคงจะตีความมันได้ง่ายดายกว่านี้”

เขาทราบดีว่าค่ายกลหลังนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยสาวกตำหนักม่วง เพียงแต่ด้วยเหตุผลที่พิเศษเฉพาะบางประการ ยอดฝีมือที่น่ากลัวผู้นั้นยังไม่อาจปลีกตัวมาจัดการกับเขาได้ในตอนนี้ ทว่าสภาพอันดีงามจะไม่ยืนยาว เมื่อใดที่มันมุ่งเป้ามาที่เขา ด้วยความแตกต่างของระดับฝีมือบวกกับพลังของค่ายกลที่จะถูกขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพ เขาคงไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้

จี้หนิงทรุดกายลงนั่งทบทวนสิ่งที่เรียนรู้อีกครั้ง เขาทราบดีว่าตอนนี้จำเป็นต้องแข่งกับเวลา แต่แม้ว่าความทุ่มเทตลอดช่วงที่ผ่านมาจะทำให้เขามีความก้าวหน้าในวิชาค่ายกลไม่น้อย เขาก็ยังคงห่างไกลจากการฝ่าทำลายค่ายกลหมอกดำนี้อยู่อีกช่วงใหญ่

ควรทราบว่าวิชาค่ายกลนั้นมีความลึกซึ้งสูงส่งในตัวเอง การจะทำลายจำเป็นต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านในการหยุดยั้งการทำงานของมัน การใช้เพียงพละกำลังในการทำลายล้างแทบไม่อาจเป็นไปได้ นอกจากผู้ลงมือจะมีพลังอันร้ายกาจยิ่งกว่าโครงสร้างของค่ายกลหลายเท่า

………

ที่ไม่ไกลออกไปหมอกดำแหวกเปิดทางให้ชายในชุดดำก้าวเดินเข้ามา มันเขม้นมองร่างของจี้หนิงที่อยู่ท่ามกลางกลีบบงกชวารีอัคคีด้วยความสนใจ “วารีและอัคคี? นับเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

ชายชุดดำเปิดจุกของขวดที่ถืออยู่ในมือและปล่อยให้กลิ่นของ ‘น้ำลายมังกรเมามาย’ กระจายออกไป ยาพิษมอมประสาทประเภทนี้หากดื่มลงไปโดยตรงแม้แต่ปรมาจารย์หมื่นสำแดงก็ยังต้องสลบไสลโดยไม่อาจต้านทาน เพียงแค่กลิ่นของมันก็สามารถทำให้ยอดฝีมือเหนือธรรมชาติหมดสติลงได้อย่างง่ายดาย ชายชุดดำในฐานะศิษย์คนโตที่โดดเด่นที่สุดได้รับมอบยาพิษนี้จากท่านอาจารย์ของมันโดยตรง จุดประสงค์หลักก็เพื่อใช้จับตัวยอดฝีมือเหนือธรรมชาติกลับมาจัดสร้างเป็นภูตพยาบาทนั่นเอง

ในขณะเดียวกัน จี้หนิงที่นั่งวิเคราะห์โครงสร้างของค่ายกลหมอกดำรู้สึกได้ถึงกลิ่นประหลาดที่โชยเข้าจมูก เขารู้สึกอ่อนล้าและง่วงงุนขึ้นมาทันที ทว่าพลังแห่ง ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ กลับเกิดปฏิกริยาต่อต้านขับสลายขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

“ชนชั้นมุสิกใดกลับใช้วิธีอันต่ำช้าเช่นนี้?” จี้หนิงผุดลุกขึ้นตวาดออกไปด้วยโทสะ

“สมเป็นกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูง กลับสามารถต้านทานฤทธิ์ของ ‘น้ำลายมังกรเมามาย’ ยอดฝีมือด้านพลังปราณที่ข้ากวาดจับมาไม่มีผู้ใดต้านทานมันได้แม้แต่ผู้เดียว” ชายชุดดำเปล่งเสียงหัวเราะและก้าวเข้าหา แต่ภายในใจกลับอดมิได้ต้องครุ่นคิด “นี่คือสาเหตุที่ท่านอาจารย์กำชับให้ข้าเพียงมุ่งเป้าหมายในการจับกุมไปที่ยอดฝีมือพลังปราณ ยอดฝีมือกายาเทพอสูรมีความทนทานต่อพิษนานาชนิด ทั้งยังสามารถสร้างจุดตันเถียนขึ้นมาใหม่และทนทานต่อการทรมานจนการทำให้พวกมันกลายเป็นภูตพยาบาทออกจะยุ่งยากเกินไป”

จี้หนิงถือกระบี่จ้องมองชายชุดดำที่เคลื่อนที่เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆด้วยอาการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด เขาสามารถรับรู้ได้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ของยอดฝีมือกายาเทพอสูรและรังสีฆ่าฟันอันรุนแรงที่แผ่ออกจากร่างของมันได้อย่างชัดเจน

“เจ้าบอกว่าเจ้ากวาดจับเหล่ายอดฝีมือเหนือธรรมชาติมา?”

ชายชุดดำไม่ตอบคำถาม ใบหน้าของมันคล้ายยิ้มแย้มคล้ายบึ้งตึง ปากกล่าวว่า “เจ้าคงเป็นจี้หนิง นายน้อยแห่งตระกูลจี้กระมัง?”

จี้หนิงใจสั่นสะท้าน ในดินแดนอันรกร้างแห่งนี้ช่องทางการสื่อสารระหว่างบุคคลแทบไม่มีช่องทางอื่นใดนอกเหนือจากการใช้วาจา ต่อให้ยกระดับขึ้นมาก็จะเป็นการส่งข่าวผ่านเครือข่ายของชนเผ่าซึ่งต้องอาศัยรากฐานอันมั่นคง ยกตัวอย่างเช่นแม้ผู้นำของชนเผ่าปีกอัคคีจะเคยได้ยินเรื่องของเขาแต่ก็ไม่รู้ว่าเขามีรูปร่างหน้าตาเช่นใด แต่ชายชุดดำกลับสามารถระบุตัวตนของเขาได้ในครั้งแรก

“ดูเหมือนว่าข้าจะคาดเดาไม่ผิด” ชายชุดดำทอดถอนใจ “ภายในเทือกเขานางแอ่นนี้ สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่มีรูปโฉมอ่อนเยาว์แต่กลับมีพลังฝีมือที่ขู่ขวัญศิษย์น้องไม่เอาไหนของข้าจนหัวหด ย่อมมีเพียงจี้หนิงที่ถล่มกำแพงเมืองของเผ่าแม่น้ำในสามเท้า และอาศัยกระบวนท่าเดียวสยบเจี้ยงซันสี”

“เจ้ากลับทราบเรื่องไม่น้อย”

“นี่ย่อมแน่นอน เมื่อท่านอาจารย์มีคำสั่งให้กวาดจับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในเทือกเขานางแอ่นกลับมาให้มากที่สุด สิ่งแรกที่ข้าต้องทำคือศึกษาข้อมูลของยอดฝีมือทั้งหมดในละแวกนี้ มิเช่นนั้นหากข้าตอแยบิดาของเจ้าจี้ยี่ฉวน ซึ่งข้าสันนิษฐานว่าบรรลุระดับสาวกตำหนักม่วงไปแล้วอย่างลับๆ ข้าคงทำให้งานใหญ่ของท่านอาจารย์ต้องเสียหาย และมีแต่ศึกษาเป้าหมายให้กระจ่างชัด ข้าจึงสามารถลักพาตัวสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติจำนวนมากไปโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของพวกเรา”

จี้หนิงตกตะลึงไปกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับ ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติจำนวนมากในพื้นที่ของตระกูลจี้ถูกจับตัวไป แต่เขากลับไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อย?

“จนถึงบัดนี้ข้าจับตัวสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติของตระกูลจี้ไปแล้วยี่สิบสี่คน ที่มาจากเขตปกครองตะวันตกก็มีไม่น้อย เจ้าอยากทราบชื่อของพวกมันหรือไม่? จี้หยู จี้ซาน หวาฉง (ไร้กระเบื้อง) เจิ้นถู (สะท้านโลกา) เมิ่งหยู (มัจฉาโง่งม)…”

“เจ้า…” ใบหน้าของจี้หนิงกลับกลายเป็นซีดขาว จี้หนิงเกิดและเติบโตขึ้นในเมืองเขตปกครองตะวันตก บุคคลในรายชื่อที่ชายชุดดำเอ่ยมาล้วนรู้จักคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี จี้หยูเป็นบุตรรักของจี้หลี่ซึ่งคอยชิงดีชิงเด่นกับจี้หนิงอยู่เสมอ จี้ซานและหวาฉงล้วนเป็นยอดฝีมือรุ่นใหม่ของตระกูลจี้โดยเฉพาะจี้ซานสืบสายเลือดของตระกูลจี้โดยตรงได้รับความคาดหวังเป็นอย่างสูง เจิ้นถูเป็นถึงหนึ่งในสิบสองผู้บัญชาการกองกำลังตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตก ส่วนเมิ่งหยูนั้นเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาเกาทัณฑ์ของเขา!

ชายชุดดำส่งเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้าย มันแหงนหน้าตะโกนกลับเข้าไปภายในหุบเขา “จี้หยู จี้ซาน หวาฉง เจิ้นถู เมิ่งหยู รับฟังไว้ จี้หนิงที่เป็นนายน้อยของพวกเจ้าถูกกักอยู่ในหุบเขานี้แล้ว อีกไม่นานข้าจะนำมันกลับไปเป็นเพื่อนกับพวกเจ้า ฮาฮาฮา…”

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s