เล่มที่4 บทที่15: ภูตพยาบาท

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 15: ภูตพยาบาท

เสียงแหลมแต่ชัดเจนดังออกมาจากห้วงแห่งความมืดมิดภายในถ้ำ “เจ้าเจ็ด เจ้านับเป็นผู้ที่ฉลาดหลักแหลมที่สุดหมู่ศิษย์ทั้งหลาย หน้าที่จัดการกับผู้บุกรุกมอบให้แก่เจ้า”

“ศิษย์น้อมรับบัญชา” ชายหนุ่มรูปงามไม่กล้าชักช้า รีบแสดงความเคารพและกล่าวรับคำ

“ไปซะ…”

เมื่อสิ้นสุดเสียงสั่งการประตูเหล็กกล้าก็ปิดกระแทกลงตัดแยกทางระเบียงอันมืดมิดออกจากโลกภายนอกอีกครั้ง

จนถึงตอนนี้บุรุษสตรีทั้งหกจึงกล้าระบายลมหายใจออกโดยแรง แม้ว่าพวกมันจะอยู่ในฐานะศิษย์ผู้รับถ่ายทอดวิชา แต่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าของคนผู้นี้พวกมันยังอดมิได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหวหวาดกลัว นั่นเนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาศิษย์ที่กระทำผิดพลาดล้วนถูกลงทัณฑ์ทรมานจนตาย กระทั่งดวงวิญญาณของพวกมันก็ไม่มีโอกาสได้กลับเข้าสู่วัฏสงสาร

เมื่อเห็นประตูห้องลับปิดสนิทแน่นเหล่าศิษย์ทั้งหกจึงกล้าสนทนาสืบต่อโดยที่หัวข้อยังคงไม่คลาดคลาไปจากเรื่องสมบัติวิเศษลึกลับที่อาจารย์ของตนกำลังจัดสร้าง

“ไม่ทราบว่าสมบัติวิเศษที่ท่านอาจารย์กำลังจัดสร้างอยู่คือสิ่งใดกันแน่” ชายหนุ่มในชุดสีม่วงกล่าวขึ้นก่อน “ตั้งแต่แรกเริ่มที่พวกเราออกเดินทางจากดินแดนแห่งอื่นมาจนถึงที่แห่งนี้ พวกเราสังหารสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติจำนวนหลายร้อยและคนสามัญจำนวนนับไม่ถ้วนแต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ ท่านอาจารย์กล่าวว่าหากสมบัติวิเศษชิ้นนี้จัดสร้างสำเร็จ ต่อให้เป็นปรมาจารย์หมื่นสำแดงก็ไม่ใช่คู่มือของท่านอีกต่อไป”

“นั่นย่อมต้องเป็นอาวุธขั้นสุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย”

“ตอนนี้แม้ว่าการจัดสร้างจะสำเร็จไปเพียงครึ่งทาง ทว่าท่านอาจารย์ก็ไม่เห็นบรรดาสาวกตำหนักม่วงที่ประจำอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ในสายตาแล้ว เมื่อใดที่เสร็จสมบูรณ์…”

ทันใดนั้นเองวิญญาณดวงหนึ่งหลุดลอยออกจากร่างของยอดฝีมือเหนือธรรมชาติที่ถูกมัดติดกับเสาหิน ความเคียดแค้นอาฆาตของมันรุนแรงจนส่งผลให้ร่างวิญญาณนั้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันส่งเสียงกรีดร้องดังระคายหูก่อนที่จะถูกดึงดูดเข้าสู่เสาหินและส่งไปยังห้องลับที่อยู่ใต้หุบเขา

“ได้ภูตพยาบาทเพิ่มขึ้นอีกตนหนึ่งแล้ว”

ปากกล่าวราวกับไม่มีอันใด แต่คนทั้งหกอดนึกไปถึงศิษย์คนรองผู้ที่ล่วงเกินท่านอาจารย์ไม่ได้ มันประสบชะตากรรมถูกทรมานจนกลับกลายเป็นภูตพยาบาทและดูดกลืนเข้าสู่เสาหิน ไม่มีโอกาสได้กลับไปเกิดใหม่เช่นกัน

“เจ้าเจ็ดจงรีบไปจัดการกับผู้บุกรุกตามคำสั่งของท่านอาจารย์” ศิษย์ผู้หนึ่งส่งเสียงเร่งรัด

“เรื่องนั้นข้ารู้ดีอยู่แล้ว” ชายหนุ่มรูปงามเปล่งเสียงด้วยความขัดใจแต่ยังคงก้าวจากไปแต่โดยดี

………

หมอกสีดำสนิทยังคงปกคลุมทั่วบริเวณ ชายหนุ่มรูปงามเคลื่อนไหวไปอย่างเงียบเชียบ กลุ่มหมอกแหวกเปิดเส้นทางให้กับทุกย่างก้าวของมัน

แม้จะสามารถใช้ความได้เปรียบของค่ายกลแต่มันไม่กล้าประมาทคู่ต่อสู้แม้แต่น้อย ผนึกแห่งเต๋าถูกเตรียมพร้อมอยู่ในมือข้างซ้ายในขณะที่แส้ปัดหางม้าถูกกุมกระชับอยู่ในมือข้างขวา

“ไป!” มันสะบัดข้อมือคราหนึ่ง เส้นขนม้าบนแส้ปัดก็แผ่พุ่งพลังนับร้อยนับพันสายเข้าจู่โจมใส่ร่างของจี้หนิง

จี้หนิงที่ยังคงนั่งตีความวิชาค่ายกลรู้สึกได้ถึงอันตรายที่รุกล้ำเข้ามา เมื่อเงยหน้าขึ้นเขาจึงพบว่าตนเองถูกรายล้อมไว้ด้วยพลังแส้ กลีบบงกชวารีอัคคีที่หมุนวนรอบร่างพลันเพิ่มขยายขนาดขึ้นสกัดกั้นพลังที่แหลมคมดุจเข็มนับพันเล่มนั้นไว้

“พลังในการควบคุมวารีและอัคคี?” ชายหนุ่มรูปงามตื่นตัวขึ้น “นี่เป็นยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติ ลำพังแส้ปัดวิเศษคงไม่เพียงพอที่จะทำอันตรายมันได้” มันพลันปรับกลยุทธ์เปลี่ยนแส้ปัดในมือเป็นแส้ยาวพลางส่งเสียงตวาด “ผู้บุกรุกประกาศนาม!”

จี้หนิงบัดนี้ลุกขึ้นยืนตระหง่าน ดวงตาจับจ้องไปยังบุรุษหนุ่มรูปงาม

“ที่นี่เป็นพรมแดนระหว่างตระกูลจี้และตระกูลเที้ยมู่ แต่เจ้ากลับไม่ใช่สมาชิกของทั้งสองตระกูล เจ้าเป็นใครกันแน่?”

“หากข้าบอกออกไป เกรงว่าจะขู่จนเจ้าขวัญฝ่อตาย” ชายหนุ่มรูปงามตะคอกกลับ

“ถ้าเช่นนั้นไยไม่ทดลองดู?” กระบี่คู่ปรากฎขึ้นในมือของจี้หนิง

“ให้แส้ในมือข้ากล่าวแทนก็แล้วกัน!” ชายหนุ่มรูปงามไม่เปิดเผยข้อมูลอันใดออกมาแม้แต่น้อย แส้ยาวในมือยืดขยายออกกลายเป็นอสรพิษสีดำขนาดยักษ์ฉกจู่โจมใส่ร่างของจี้หนิง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่อาจฝ่าข้ามแนวป้องกันของกลีบบงกชเข้าไปได้

“นี่เป็นยอดวิชาประเภทใดกันแน่?”

ศิษย์คนที่เจ็ดผู้นี้สมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีไหวพริบปัญญา มันอาศัยการจู่โจมหยั่งเชิงทำความเข้าใจในตัวผู้บุกรุกได้อย่างใกล้เคียงกว่าสัตว์อสูรเฮยเจินมากมายนัก

แต่แล้วร่างที่ดูเหมือนสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลาของจี้หนิงพลันใช้ ‘ท่าร่างปีกวายุ’ และกระบวนท่า ‘หยาดพิรุณทะลวงศิลา’ ออกโดยพร้อมเพรียงกัน ประกายกระบี่อันแหลมคมพุ่งเข้าหามันด้วยความเร็วอันน่าตระหนก

ทว่าบุรุษรูปงามก็กลอกกลิ้งเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นท่าจู่โจมที่ร้ายกาจพุ่งเข้าหาก็ชิงใช้งานผนึกแห่งเต๋าทึ่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนในมือข้างซ้าย ส่งร่างของมันให้หายสาบสูญไปในทันที

จี้หนิงหยุดยั้งร่างลงครุ่นคิดด้วยความขัดใจ “ผนึกแห่งเต๋าสำหรับหลบหนีงั้นรึ? สาวกตำหนักม่วงที่อยู่เบื้องหลังคงให้ความรักเอ็นดูต่อคนผู้นี้ไม่น้อย”

ผนึกแห่งเต๋านั้นแบ่งออกเป็นหลายขั้น สำหรับภายในค่ายกลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของธาตุทั้งห้าเช่นนี้ ผนึกจำพวก ‘กายาขนนก’ ‘พลังยักษา’ หรือแม้แต่ผนึกสำหรับหลบหนีระดับล่างที่จี้หนิงครอบครองนั้นไม่อาจใช้ออกได้

ผนึกแห่งเต๋าที่ชายหนุ่มรูปงามใช้ออกนั้นเป็นผนึกชั้นสูงที่อาจเปรียบเทียบได้กับ ‘เครื่องรางเร้นรอย’ อันล้ำค่าซึ่งหากจี้หนิงมีติดตัวไว้ก็คงไม่ต้องถูกกักอยู่ในค่ายกลเช่นนี้

คราครั้งนี้จี้หนิงมีแต่ต้องพึ่งพาความสามารถของตนในการหาหนทางหลบหนีออกไปให้ได้เท่านั้น

………

ร่างของบุรุษหนุ่มรูปงามปรากฎขึ้นอีกครั้งภายในหุบเขา

“ศิษย์น้องเจ็ด”

“เจ้าสังหารศัตรูลงแล้วหรือ?”

“ด้วยระดับฝีมือของน้องเจ็ด การจับกุมตัวผู้บุกรุกยังมิใช่เป็นเรื่องง่ายดาย?”

บรรดาศิษย์ผู้พี่ต่างพากันรุมล้อมเข้ามา ที่จริงเมื่อเห็นสีหน้าของมันทุกคนล้วนสามารถคาดเดาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ทว่าทั้งหมดยังถือโอกาสแดกดันใส่มันคราหนึ่ง

“พวกท่านไหนเลยทราบว่าศัตรูนั้นร้ายกาจถึงเพียงไหน คราครั้งนี้ข้าเกือบต้องสังเวยชีวิตใต้คมกระบี่ของมัน” บุรุษหนุ่มรูปงามอดมิได้ต้องยันกลับไป

“หรือว่ามันถือครองสมบัติวิเศษอันร้ายกาจเอาไว้?”

“ผู้บุกรุกมีฝีมือในระดับเดียวกับศิษย์พี่ใหญ่ เป็นยอดฝีมือเหนือธรรมชาติทั้งในด้านพลังปราณและกายาเทพอสูรในระดับสูงสุด นอกจากนี้ยังมีท่าร่างและเพลงกระบี่ที่รวดเร็วจนน่าตระหนก หากมิใช่ข้าใช้ผนึกแห่งเต๋าที่ท่านอาจารย์มอบให้ได้อย่างทันท่วงที ข้าคงไม่อาจมายืนกล่าววาจาอยู่ที่นี้ได้แล้ว”

ในที่สุดบุคคลทั้งห้าจึงนับว่ารับรู้ถึงความหนักหนาของสถานการณ์ ยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุดนับเป็นศัตรูที่พวกมันไม่อาจตอแย

บุรุษหนุ่มรูปงามเห็นดังนั้น ค่อยถอนหายใจออกมากล่าวว่า “ดูท่า มีแต่ต้องรอคอยให้ศิษย์พี่ใหญ่กลับมา ด้วยพลังฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่รวมกับสมบัติวิเศษและพิษพิสดารย่อมสามารถจัดการกับผู้บุกรุกได้อย่างเหลือเฟือ ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติที่พวกเรากวาดจับมาล้วนเป็นฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่เกือบทั้งสิ้น”

“ผู้ใดกล่าวพาดพิงถึงตัวข้า?”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น คนทั้งหกรีบหันหน้าไปทางต้นเสียง บุรุษฉกรรจ์ที่สวมเสื้อคลุมสีดำปล่อยผมยาวสยายก้าวเข้ามาจากด้านหน้าของหุบเขา รังสีแห่งความมืดอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของมันแทบไม่แตกต่างไปจากที่แผ่ออกมาจากภายในห้องลับใต้หุบเขา บุรุษเสื้อดำโยนถุงขนาดใหญ่ลงบนพื้นเบื้องหน้า ที่ปากถุงยังเห็นปลายเท้าหลายคู่โผล่พ้นออกมา

“ศิษย์พี่ใหญ่” บุรุษสตรีทั้งหกรีบกล่าวทักทายด้วยความนอบน้อม ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัยในความแข็งแกร่งของชายชุดดำ ที่ผ่านมาพวกมันเห็นกับตาว่าศิษย์พี่ใหญ่ผู้นี้อาศัยกำลังเพียงลำพังรับมือสาวกตำหนักม่วงเพื่อให้พวกมันล่วงหน้าหลบหนีแล้วยังคงเอาตัวรอดตามมาสมทบกับทั้งหมดได้ในภายหลัง

“ข้าล่วงเข้าไปในเขตแดนของตระกูลกู่และจับตัวสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติกลับมาสามคน จุดตันเถียนของพวกมันถูกข้าทำลายไปแล้ว พวกเจ้าสามารถจับพวกมันมัดขึ้นเสาได้อย่างวางใจ”

เหล่าทาสร่างยักษ์รีบเข้ามาดึงร่างของคนในถุงออก ในจำนวนนั้นประกอบด้วยบุรุษสองคนและสตรีที่มีรูปร่างหน้าตางดงาม เหล่าเชลยที่ถูกมัดกับเสามีผู้ส่งเสียงร้องออกมา

“ล้วนเป็นยอดฝีมือจากตระกูลกู่”

“นี่… แม้แต่นางงามยอดฝีมือ ‘กู่ฮัว’ ก็ถูกจับมา?”

ใบหน้าของชายชุดดำเคร่งเครียดขึ้นทันที “ข้าสั่งพวกเจ้าลงทัณฑ์เชลยเหล่านี้ให้คลุ้มคลั่งทรมานจนตาย แต่เจ้าดูพวกมันไม่เพียงรักษาสติอันแจ่มใสเอาไว้ยังถึงกับมีเรี่ยวแรงกล่าววาจา หากแม้นในพวกมันมีเพียงผู้หนึ่งผู้ใดที่ไม่กลับกลายเป็นภูตพยาบาท ข้าจะจัดการให้พวกเจ้าทุกคนกลายเป็นภูตพยาบาทแทน!”

เหล่าทาสร่างยักษ์หวาดกลัวจนหน้าถอดสี ทุกคนต่างโถมเข้าไปลงทัณฑ์เหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ถูกทำลายพลังฝีมือด้วยวิธีการทั้งหมดเท่าที่จะครุ่นคิดออกมาได้

เมื่อเห็นชายชุดดำบันดาลโทสะ แม้แต่ศิษย์ผู้น้องทั้งหกของมันก็บังเกิดความหวาดกลัวขึ้นเช่นกัน แต่ยังมิทันที่พวกมันทั้งหกจะทำอย่างไรต่อไป ชายชุดดำพลันกล่าวขึ้น

“เมื่อครู่นี้พวกเจ้ากล่าวพาดพิงถึงตัวข้าด้วยเรื่องอันใด?”

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s