เล่มที่4 บทที่12: ไล่ติดตาม

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 12: ไล่ติดตาม

“นายน้อยจี้หนิงโปรดเมตตาละเว้นชีวิต!”

คลื่นยักษ์สาบสูญไปอย่างไร้วี่แววเช่นเดียวกับตอนที่ปรากฎขึ้น เหล่านักรบชนเผ่าปีกอัคคีต่างคืบคลานขึ้นมาคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยความหวาดหวั่น ทั่วทั้งบริเวณนอกจากจี้หนิงที่ยืนตระหง่านใช้มือข้างเดียวบีบคอยกหิ้วร่างของชายเคราดำจนเท้าลอยขึ้นเหนือพื้นแล้ว ที่หลงเหลือหากมิใช่นอนหมอบไร้เรี่ยวแรงก็คุกเข่าลงกราบกราน

จี้หนิงโยนร่างของหัวหน้าเผ่าลงบนพื้น หัวหน้าเผ่าปีกอัคคีที่บัดนี้สิ้นสง่าราศีกลิ้งกระดอนไปตามพื้นสองตลบก่อนคุกเข่าลงกล่าวด้วยร่างที่สั่นสะท้าน

“นายน้อยจี้หนิง…”

“เจ้าไม่เคยได้ยินนามของข้าหรือ?”

ชายเคราดำรีบสั่นศีรษะ “มิได้… มิได้… ข้ารับทราบนามอันยิ่งใหญ่ของนายน้อยมานานแล้ว”

คิ้วของเขาขมวดลง “เมื่อทราบว่าข้าเป็นใครเจ้ายังกล้าออกคำสั่งโจมตี?”

“ข้า… ข้า…” สีหน้าของหัวหน้าเผ่าปีกอัคคียิ่งมายิ่งซีดขาว ผ่านไปเนิ่นนานยังไม่อาจกล่าววาจาให้จบประโยค นี่ยิ่งทำให้จี้หนิงรู้สึกสงสัยยิ่งขึ้น มันเมื่อรู้จักเขาเป็นอย่างดีทั้งยังขลาดเขลาถึงเพียงนี้ เหตุใดยังกล้าสั่งการให้เหล่านักรบเข้าโจมตีอีก

“ข้าถามเจ้าว่าเหตุใดจึงออกคำสั่งให้โจมตีเผ่าฟันดำ!?” จี้หนิงกล่าวคาดคั้นไปยังหัวหน้าเผ่าและเหล่าผู้ติดตามที่หมอบร่างอยู่เบื้องหน้า

ภายใต้สายตาที่กวาดมอง ในที่สุดหนึ่งในผู้นำของเผ่าปีกอัคคีที่เป็นชายชราผมขาวสวมเสื้อขนสัตว์จึงได้รวบรวมความกล้ากล่าวตอบว่า “นายน้อยจี้หนิง พวกเราไม่ได้สนใจที่จะโจมตีเผ่าฟันดำอันเล็กน้อยนี้เลย เพียงแต่เมื่อท่านหัวหน้าเผ่ามีคำสั่งอันเด็ดขาดลงมา พวกเราได้แต่ต้องทำตาม” เมื่อมีผู้กล่าวนำบรรดาบุคคลที่หลงเหลือต่างก็รีบกล่าวยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน

ชายชราผมขาวกล่าวต่อไปว่า “เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน หัวหน้าเผ่าไม่สนใจเสียงคัดค้านของพวกเรา ส่งกำลังออกทำลายและกวาดต้อนชาวเผ่าขนาดเล็กจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ชราหรือทารก ทั้งหมดล้วนถูกขายไปเป็นทาส…”

“ฉิก! ใช่แล้ว เจ้าคนที่อยู่ข้างหัวหน้าเผ่านั้นคือ ‘ฉิก’ ตั้งแต่หัวหน้าเผ่ารับมันไว้ข้างกาย ทุกสิ่งก็เกิดขึ้นตามมา” มันชี้นิ้วไปยังเด็กหนุ่มผมยาวที่หมอบกายอยู่ด้านข้างของจี้หนิง

ในพริบตาที่จี้หนิงเหลียวมองตามนิ้วของชายชราผมขาว ประกายสีดำพลันถูกยิงออกจากแขนเสื้อของเด็กหนุ่มผมยาวสยายที่คุกเข่าปะปนอยู่ในหมู่ชนเผ่าปีกอัคคี

หากทว่าประกายสีดำนั้นถูกกระแทกสะท้อนออกไปโดยสมบัติวิเศษที่จี้หนิงสวมใส่ไว้ภายใต้เสื้อขนสัตว์อย่างง่ายดาย

ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความโกรธแค้นของชนเผ่าปีกอัคคี ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมยาวกลับกลายเป็นสีดำสนิท และก่อนที่เสียงร้องห้ามปรามของจี้หนิงจะสิ้นสุดลง นักรบร่างใหญ่ที่อยู่ใกล้กับเด็กหนุ่มผู้นั้นมากที่สุดก็ตะปบคว้าร่างของมันขึ้นมาแล้ว

มือของนักรบร่างใหญ่ที่สัมผัสร่างของเด็กหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึนลุกลามไล่ขึ้นไปจนถึงท่อนแขน จี้หนิงรีบชี้นิ้วออกไปใช้พลังกระบี่ตัดแขนของมันจนขาดเสมอไหล่ ปล่อยให้ร่างของเด็กหนุ่มผมยาวที่บัดนี้กลับกลายเป็นสีดำไปจนหมดสิ้นร่วงหล่นลงกระแทกพื้น

ชนเผ่าปีกอัคคีในบริเวณต่างตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี ผู้ที่มีความรอบรู้กว้างขวางบางคนครางออกมาเบาๆ “พิษร้าย…”

สีหน้าของจี้หนิงก็เคร่งเครียดลง “พิษที่อำมหิตรุนแรงนัก”

ร่างของหัวหน้าเผ่าปีกอัคคีสั่นสะท้านก่อนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มันชี้นิ้วไปที่ร่างของเด็กหนุ่มผมยาวบนพื้น “มันนั่นเอง! เป็นมันนั่นเอง! นายน้อยจี้หนิง หลังจากที่ข้าถูกมันพ่นควันเข้าใส่ข้าก็ไม่อาจควบคุมตนเองอีกต่อไป แม้ว่าข้ายังคงมีสติรู้ตัวแต่ข้าไม่อาจขัดขืนคำสั่งของฉิกได้ ข้าเชื่อถือทุกคำพูดของมันราวกับข้าทาสที่เชื่องเชื่อ และก็เป็นมันนั่นเองที่บอกให้ข้าออกคำสั่งโจมตี ตัวข้าเองไม่มีเจตนาจะล่วงเกินนายน้อยเลย”

ทุกผู้คนที่ได้ยินต่างนิ่งเงียบไร้วาจา แม้แต่จี้หนิงเองก็จมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด

ในพื้นที่เทือกเขานางแอ่นมีแต่ ‘นิกายอัคคีทมิฬ’ ที่รู้จักการใช้พิษควบคุมผู้คนให้จงรักภักดีไม่หวาดกลัวความตาย ทว่าพิษที่นิกายอัคคีทมิฬใช้นั้นคือ ‘ยาเม็ดอัคคีศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ผ่านการกินลงไปมิใช่การพ่นหรือการสูดดม

“ผู้ที่สามารถปรุงกลั่นพิษเยี่ยงนี้ออกมาต้องเป็นนักปรุงยาหรือจอมเวทย์ชั้นสูงเท่านั้น” จี้หนิงบังเกิดความตื่นตัวขึ้น เขาหันไปตวาดถามหัวหน้าเผ่าปีกอัคคี “จงบอกข้ามาว่าที่ฉิกใช้ให้เจ้าทำลงไปทั้งหมดนี้ เพื่อต้องการสิ่งใดกันแน่?”

“ข้าทาส!” หัวหน้าเผ่าปีกอัคคีรีบตอบทันที “ก่อนหน้านี้มันติดต่อขอซื้อทาสจากพวกเรามาสองครั้งเป็นจำนวนกว่าสองพันคนแล้ว หลังจากที่มันควบคุมข้าก็สั่งการให้ข้าออกกวาดต้อนชนเผ่าขนาดเล็กมาขายให้กับมันอีก เมื่อรวบรวมได้ถึงจำนวนที่มันพอใจ มันก็จะเรียกผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งมารับทาสไปจากพวกเรา”

จี้หนิงยิ่งงุนงงหนักขึ้น การกวาดต้อนซื้อหาข้าทาสเพื่อใช้แรงงานนั้นเป็นเรื่องปกติของดินแดนแห่งนี้ ทว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังต้องการข้าทาสมากมายถึงพียงนี้ไปเพื่ออะไร ควรทราบว่าต่อให้นายทาสจะโหดร้ายทารุณเพียงใดก็ยังคงต้องให้อาหารการกินและที่อยู่อาศัยแก่บรรดาทาสเพื่อให้พวกมันสามารถใช้แรงงานต่อไป การกวาดต้อนทาสจำนวนมหาศาลถึงเพียงนี้ไปรวมกันนับเป็นภาระที่น่าปวดหัวประการหนึ่ง

เขาหันไปถามหัวหน้าเผ่าปีกอัคคีอีกครั้ง “เจ้าบอกว่ามีกลุ่มคนที่มารับทาสไปจากพวกเจ้า? เมื่อในกลุ่มทาสมีทั้งเด็กและคนชราพวกมันย่อมเคลื่อนขบวนไปอย่างเชื่องช้า เจ้าคงสามารถส่งคนออกติดตามพวกมันไปได้โดยไม่ยากนัก ใช่หรือไม่?”

“แน่นอน… แน่นอน…” ชายเคราดำรีบละล่ำละลักรับคำ “เมื่อสิบวันก่อนเพิ่งมีคนมารับตัวทาสไปจากพวกเราแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออก เมื่อสองวันก่อนหน่วยพรานของเรายังรายงานมาว่าพบเห็นพวกมันเคลื่อนที่อยู่ในบริเวณนี้ หากรีบส่งคนออกติดตามย่อมต้องตามทันได้อย่างแน่นอน”

จี้หนิงผงกศีรษะแล้วหันไปเรียกตัวผู้ติดตามทั้งสอง “ม่ออู่ ชิวเยี่ย”

ทั้งคู่รีบวิ่งมายังจุดที่จี้หนิงเรียกหาแล้วส่งเสียงรับคำ “นายน้อย”

“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องเร่งรีบออกติดตาม พวกเจ้าทั้งสองจงติดต่อหน่วยนักรบเกราะดำที่อยู่ใกล้ที่สุดให้มารับตัวพวกเจ้าและชิงฉีกลับไปยังริมทะเลสาบอสรพิษเหินหาวและรอคอยข้าอยู่ที่นั่น”

ทั้งคู่ย่อมไม่มีความคิดเห็นเป็นอื่น พากันรับคำสั่ง “ทราบแล้ว”

“ส่วนเจ้า…” จี้หนิงหันไปกล่าวกับหัวหน้าเผ่าปีกอัคคีอีกครั้ง “เรียกหัวหน้าหน่วยพรานกลุ่มนั้นของเจ้ากลับมานำทางให้กับข้าออกติดตามขบวนขนส่งทาส”

“ทราบแล้วนายน้อย” ชายเคราดำไหนเลยกล้าชักช้า มันรีบออกคำสั่งเรียกหน่วยพรานเข้ามารายงานตัว

………

จี้หนิงและนายพรานจากเผ่าปีกอัคคีสองคนควบขี่บนหลังสัตว์ร้ายสีดำออกไล่ติดตามขบวนทาสอย่างเร่งรีบ จากข่าวสารที่ได้รับการยืนยัน ขบวนทาสประกอบไปด้วยคนชราและเด็กเล็ก การคืบหน้าของพวกมันเป็นไปอย่างเชื่องช้า

“นายน้อย เราพบรอยเท้าของพวกมันแล้ว” หนึ่งในหัวหน้าพรานผู้มีผิวคล้ำและถักผมเปียกล่าวรายงาน “รอยยังใหม่อยู่มาก คาดว่าพวกมันเพิ่งเดินผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวันเท่านั้น”

“ดี!” จี้หนิงผงกศีรษะชมเชย

ไม่นานหลังจากนั้นทั้งหมดก็สามารถพบเห็นขบวนทาสอยู่ห่างไปข้างหน้า ทาสทั้งหลายถูกผูกล่ามติดกัน เด็กเล็กถูกผูกรวมบนหลังม้าเพื่อเร่งความเร็วในการเดินทาง ส่วนชายฉกรรจ์ถูกมัดรวมกันไว้ด้วยท่อนไม้หนาหนักเพื่อเพิ่มภาระ ไม่มีทางที่จะมีผู้หนึ่งผู้ใดจะหลบหนีไปได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับทั้งขบวนจนผู้คุมสามารถสังเกตุเห็น

“รีบเดินไป!” ผู้คุมทาสในชุดนักรบฟาดแส้ขู่ใส่อากาศเสียงดังหวืดหวือ สีหน้าและแววตาของบรรดาผู้ตกเป็นทาสทุกคนมีเพียงความสิ้นหวัง

“นับจากนี้ข้าจะติดตามต่อด้วยตนเอง พวกเจ้าทั้งสองจงส่งสัตว์ร้ายทั้งสามตัวกลับไปยังริมทะเลสาบอสรพิษเหินหาว ส่วนนี่คือรางวัลตอบแทนที่พวกเจ้าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม” ในมือของเขาปรากฎถุงทองคำที่บรรจุไว้ด้วยทองคำหนึ่งหัวสัตว์ร้ายจำนวนสองถุง

พรานเผ่าปีกอัคคีทั้งสองรีบกล่าวขอบคุณและรับถุงทองคำพร้อมทั้งสายบังเหียนในมือของจี้หนิงมาถือไว้

จี้หนิงตบหลังสัตว์ร้ายที่ตนใช้โดยสารมาตลอดนับตั้งแต่วันที่ออกเดินทางจากเมืองเขตปกครองตะวันตกอีกครั้งด้วยความอาวรณ์ก่อนออกปากเร่งรัดบุคคลทั้งสองให้รีบจากไป

………

ขณะที่ขบวนทาสมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าเขา บรรดาผู้คุมขบวนล้วนแสดงออกถึงขีดความสามารถที่ไม่ธรรมดา ทั้งหมดเป็นยอดฝีมือระดับธรรมชาติขั้นสูงสุดโดยมีถึงสามคนในกลุ่มเป็นผู้ฝึกปรือกายาเทพอสูร สัตว์ร้ายที่หลุดหลงเข้ามาล่าเหยื่อล้วนถูกขับไล่จากไปอย่างไม่ลำบากยากเย็น

“เรื่องนี้ยิ่งมายิ่งมีเงื่อนงำน่าสงสัย ทั้งการจัดหาทาสจำนวนมากมายมหาศาล การใช้พิษเข้าควบคุมหัวหน้าเผ่าขนาดใหญ่ รวมถึงการปรากฎตัวของยอดฝีมือที่ควบคุมขบวนขนส่งทาสเหล่านี้” จี้หนิงติดตามขบวนทาสเดินทางด้วยความสงสัยที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

เมื่อเข้าเขตของหุบเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งบนพื้นที่บริเวณรอยต่อของตระกูลจี้กับตระกูลเที้ยมู่ สีหน้าของบรรดาผู้คุมทาสจึงเริ่มผ่อนคลาย พวกมันเร่งรัดขบวนทาสให้เดินเข้าสู่ปากทางเข้าหุบเขา “เร่งฝีเท้าขึ้นอีก พวกเราใกล้จะถึงที่หมายแล้ว”

เนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิประเทศจี้หนิงจำเป็นต้องทิ้งระยะห่างจากขบวนก่อนติดตามต่อไป แต่แล้วเมื่อเขาย่างเท้าเข้าเขตหุบเขาแสงอาทิตย์ที่สาดส่องจากเบื้องบนพลันเปลี่ยนเป็นมืดมิด หมอกเย็นยะเยือกและหนาหนักแผ่เข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ทิวทัศน์โดยรอบกลับกลายเป็นเลอะเลือนขึ้นมา

“ค่ายกล!” จี้หนิงรับรู้ในทันทีว่าตนเองตกเข้าสู่ค่ายกลอันร้ายกาจแล้ว

“เด็กน้อยอันโง่เขลาที่พาตัวเข้าสู่กับดัก” เสียงหัวเราะอันลี้ลับชั่วร้ายดังขึ้นสะท้านหุบเขา “ข้าจะค่อยๆกัดกินเลือดเนื้อของเจ้าทีละคำจนกว่าจะหมดสิ้น”

จี้หนิงยืนหยัดท่ามกลางหมอกดำที่แผ่ปกคลุมจนไม่อาจมองสิ่งใดได้อย่างชัดเจน กระบี่อุดรทมิฬถูกเรียกขึ้นมาในมือทั้งสอง

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s