เล่มที่4 บทที่11: จี้หนิงอยู่ที่นี้

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 11: จี้หนิงอยู่ที่นี้

ชิงฉีแสดงท่าทางวิตกกังวลอย่างชัดแจ้ง เด็กน้อยไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังสัตว์ร้ายสีดำนี้เป็นใคร แต่เขาเห็นด้วยตาตนเองว่าผู้คนทั้งเผ่าต่างพากันเคารพกลัวเกรงคนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง

“ชิงฉี” ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ในสายตาของเด็กชายพลันลงจากหลังของสัตว์ร้ายแล้วเดินเข้ามากุมมือของเขาเอาไว้ “มากับข้าเถิด เราจะไปเคารพหลุมศพของพี่สาวเจ้าด้วยกัน”

ห้วงสมองของเด็กชายกลายเป็นสีขาวว่างเปล่า ชิงฉีเดินตามไปจี้หนิงไปอย่างว่าง่ายท่ามกลางสายตาของเฮยหยาและชาวเผ่าที่ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจโดยแรง

………

“ชุนเฉาข้ากลับมาแล้ว” จี้หนิงจัดวางของเซ่นไหว้ลงด้วยความตั้งใจ “เจี้ยงหยีแห่งเผ่าแม่น้ำและอสรพิษเหินหาวล้วนถูกกำจัด เจ้าสามารถหลับใหลได้อย่างสบายใจแล้วนะ” จี้หนิงเอ่ยข่าวการตายของอสรพิษเหินหาวด้วยน้ำเสียงนุ่มสงบแต่เฮยหยาและชาวเผ่าที่รายล้อมล้วนรับฟังด้วยจิตใจที่สั่นสะท้าน

จี้หนิงวางมือลงบนป้ายหินอย่างแผ่วเบา “ชิงฉีนับเป็นน้องชายที่หลงเหลืออยู่เพียงผู้เดียวของเจ้า ข้าขอสาบานต่อหน้าหลุมศพของเจ้าว่าข้าจะให้การเลี้ยงดูและสั่งสอนเขาอย่างดีที่สุด”

เด็กน้อยชิงฉีนิ่งตะลึงอยู่กับที่ในขณะที่ความปิติยินดีฉายชัดบนใบหน้าของเฮยหยาผู้เป็นบิดา ตัวมันจะอย่างไรเป็นเพียงหัวหน้าเผ่าเล็กๆผู้หนึ่ง หากบุตรชายของมันสามารถได้รับการชุบเลี้ยงจากตระกูลจี้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนแถบนี้ อนาคตของชิงฉีย่อมมีโอกาสก้าวไกลไม่สิ้นสุด

“ขอบพระคุณนายน้อย” มันรีบกล่าวขอบคุณจี้หนิงทันที

“เจ้าไม่ขัดข้องก็ดีแล้ว ในอนาคตข้าจะพำนักอยู่ที่ริมทะเลสาบอสรพิษเหินหาว หากเจ้าต้องการเยี่ยมเยียนบุตรชายก็จงไปหาเขาได้ที่นั่น” จี้หนิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยในขณะที่เฮยหยารับคำด้วยความเคารพ

“ชิงฉี กราบลาพี่สาวของเจ้าแล้วรีบกลับไปเตรียมตัวสำหรับการออกเดินทาง”

เมื่อชิงฉีคุกเข่ากราบกรานหน้าหลุมศพสามครั้งครา จี้หนิงจึงออกปากขับไล่ผู้คนทั้งหลายให้จากไป ทั่วทั้งสุสานของชนเผ่าฟันดำหลงเหลือเพียงเขาผู้เดียวเท่านั้น

“ชุนเฉาเอย วันนี้นายน้อยของเจ้าจะร่ำดื่มสนทนากับเจ้าให้เต็มที่ ข้าเกรงว่าเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในวันเวลาอันยาวนานข้างหน้านี้จะทำให้ข้ามิอาจมาเยี่ยมเยียนเจ้าได้บ่อยครั้งเท่าที่ข้าต้องการ”

จี้หนิงยกสุราขึ้นกรอกดื่มอย่างยาวนาน จอกสุราขนาดใหญ่มิอาจบดบังประกายสุกใสที่สะท้อนแสงอาทิตย์บนหางตาของชายหนุ่ม

………

เพียงหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ขับไล่ผู้คนออกนอกเขตสุสาน จี้หนิงที่ยังคง ‘ร่ำดื่มสนทนา’ กับชุนเฉาพลันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านจากพื้นดินรอบกาย เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “นี่เป็นการเคลื่อนกำลังของนักรบหลายพันนายจากระยะห่างไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตร หรือจะมีชนเผ่าใดบุกมารุกรานเผ่าฟันดำ?”

ควรทราบว่าก่อนหน้าที่จะกลับมาจัดตั้งชนเผ่า เฮยหยาเคยเป็นพ่อค้านักเดินทางมาก่อน บุคคลประเภทนี้สมควรกลอกกลิ้งจนกลมเกลี้ยง มันไฉนจึงโง่เขลาจนกล้าล่วงเกินขุมกำลังที่มีนักรบหลายพันนายในสังกัดได้

จี้หนิงวางจอกสุราลุกขึ้นเดินออกจากเขตสุสาน ต่อให้ที่ผ่านมาตระกูลจี้ยึดหลักไม่สอดแทรกเข้ายุ่งเกี่ยวกับสงครามระหว่างชนเผ่าพื้นเมือง แต่เพื่อเห็นแก่ชุนเฉาและชิงฉีเขาไหนเลยวางตัวเพิกเฉยอยู่นอกวงได้

………

ม่ออู่ ชิวเยี่ย ตลอดจนเฮยหยาและเหล่าผู้นำของชนเผ่าที่รอคอยอยู่ด้านนอกรีบติดตามจี้หนิงมุ่งหน้าสู่ประตูหมู่บ้านอย่างงุนงง

“มีกองกำลังนักรบหลายพันนายมุ่งหน้ามาทางนี้… อืมม์ สมควรมีกำลังประมาณสองถึงสามพันคน จงรีบสั่งให้คนในเผ่าของเจ้าตระเตรียมการรับมือ” จี้หนิงกล่าวสั่งการ

เฮยหยาตกตะลึงแทบสิ้นสติ นักรบจำนวนสองถึงสามพันนายไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ต่อให้เป็นชนเผ่าขนาดใหญ่ที่สุดในแถบนี้ก็เรียกระดมกำลังคนได้มากที่สุดเพียงนี้เท่านั้นเอง มันรีบกล่าวว่า “นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ในสายตาของชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ระดับนั้นการคงอยู่หรือแตกดับของชนเผ่าฟันดำนับเป็นเรื่องที่ไม่ควรค่าแก่การสนใจโดยสิ้นเชิง อย่าว่าแต่ต่อให้นับรวมทั้งผู้เฒ่าและทารกเข้าไปประชากรทั้งหมดของเผ่าเราก็ยังมีไม่ถึงหนึ่งพันคน พวกมันไหนเลยจำเป็นต้องเคลื่อนกำลังมากมายถึงเพียงนี้เข้ามา?”

“เป็นไปไม่ได้อันใด ข้าบอกว่าพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาพวกมันก็กำลังมุ่งหน้ามา!” จี้หนิงเหลือบมองมันด้วยสายตาอันเย็นชา ไม่กล่าวอันใดอีกต่อไป

เฮยหยาไหนเลยกล้าชักช้าอีก มันรีบตะโกนสั่งการ “ศัตรูกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ จงถ่ายทอดคำสั่งให้กองกำลังทั้งหมดรีบออกมาตั้งรับ!”

ท่ามกลางเสียงเป่าหลอดเขาแจ้งเตือนที่ดังสะท้านทั่วชนเผ่า บรรดาบุรุษทั้งชราฉกรรจ์ตลอดจนอิสตรีที่พอจะจับอาวุธได้พากันออกมารวมตัวอย่างรวดเร็ว

………

จี้หนิงหยัดยืนอยู่เหนือประตูใหญ่สายตาจ้องมองไปยังป่าเขาที่เบื้องหน้า บรรดานักรบชนเผ่าต่างยืนรอคอยคำสั่งอยู่ด้านหลังบานประตู

ถึงตอนนี้บรรดาชาวเผ่าจึงเริ่มได้ยินเสียงย่ำเท้าของกองกำลังขนาดใหญ่ที่เคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อกองทัพของศัตรูออกพ้นจากแนวป่าจนปรากฎสู่สายตา แถวของคลื่นมนุษย์ในชุดเกราะก็บีบคั้นจนหัวใจของชนเผ่าฟันดำแต่ละคนกลับกลายเป็นเย็นเฉียบ

“หยุด!” เมื่อสิ้นสุดเสียงคำสั่ง ขบวนนักรบประมาณสามพันคนก็หยุดเท้าลงจัดตั้งรูปขบวนที่ยาวกว่าครึ่งกิโลเมตรเบื้องหน้าหมู่บ้านของชนเผ่า

“เผ่าฟันดำจงฟังให้ดี” ชายร่างใหญ่ทรงพลังที่โกนศีรษะจนเกลี้ยงเกลาเดินออกมาที่หน้าขบวนทัพพร้อมส่งเสียงตะโกน “พวกข้ามาจากเผ่า ‘ปีกอัคคี’ จงเปิดประตูและยอมจำนนแต่โดยดี พวกเจ้าจะได้รับการไว้ชีวิต ผู้ที่ต่อต้านขัดขืนจะถูกประหารฆ่าโดยไร้ข้อยกเว้น ผู้คนที่หลงเหลือจะถูกนำไปขายเป็นทาส”

เสียงตะโกนข่มขู่ดังสะท้อนสะท้านไปทั่วบริเวณ การต่อสู้ยังไม่ทันเริ่มขึ้นขวัญของชาวเผ่าฟันดำก็โบยบินหายไปตั้งแต่แรก ทุกผู้คนล้วนแตกตื่นจนลนลาน เสียงโอดครวญสาปแช่งต่อโชคชะตาอันโหดร้ายดังระงมไปทั่วทั้งชนเผ่า

“หุบปาก!” ชายร่างใหญ่ตะโกนข่มขู่ซ้ำ “พวกเจ้าจะสู้รบหรือยอมจำนน!?”

ภายใต้การส่งสัญญาณบอกใบ้ของจี้หนิง ม่ออู่ผงกศีรษะคราหนึ่ง ก้าวออกไปเบื้องหน้าแล้วตะโกนโต้ตอบ “นายน้อยจี้หนิงอยู่ที่นี้ หัวหน้าเผ่าปีกอัคคียังมิรีบออกมาแสดงความเคารพอีกหรือ?”

………

เสียงอันทรงพลังของม่ออู่ดังกึกก้องสะท้อนทั่วทั้งแนวป่า

ที่ศูนย์กลางของกองกำลัง ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ควบขี่พาหนะเริ่มต้นสนทนากันด้วยความประหลาดใจ

“นายน้อยจี้หนิง?”

“จี้หนิงที่ถล่มเผ่าแม่น้ำด้วยตัวคนเดียวผู้นั้น?”

“นอกจากจี้หนิงผู้นั้นแล้วยังจะมีจี้หนิงใดอีกที่กล้าเรียกร้องให้ท่านผู้นำอออกไปแสดงความเคารพ?” บุคคลระดับผู้นำของเผ่าปีกอัคคีต่างถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด เผ่าปีกอัคคีเป็นชนเผ่าระดับที่มีประชากรจำนวนสองหมื่นคนและไม่มียอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติคอยคุ้มครองดูแล หากเปรียบเทียบกับเผ่าแม่น้ำแล้วพวกมันยังถือว่าด้อยกว่ามากนัก

“ท่านหัวหน้าเผ่า…” เหล่าผู้นำของชนเผ่าปีกอัคคีต่างพากันหันไปทางหัวหน้าเผ่าของตนซึ่งเป็นชายเคราดำเพื่อขอความเห็น

ที่ข้างกายของชายเคราดำคือเด็กหนุ่มที่ปล่อยผมยาวลงประบ่า มันกล่าวด้วยน้ำเสียงลี้ลับแผ่วเบา “นี่ไม่มีอันใดมากไปกว่าทายาทผู้หนึ่งของตระกูลจี้ พวกมันไม่เคยข้องเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างชนเผ่ามาก่อน พวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจมัน”

“โจมตี!” ชายเคราดำพลันตะโกนสั่งการออกไป

“ว่ากระไร?”

“โจมตี?”

“ท่านหัวหน้าเผ่า!”

บรรดาผู้นำของเผ่าปีกอัคคีต่างตกตะลึงไปกับคำสั่งอันน่าตระหนกนั้น หัวหน้าเผ่าของพวกตนไฉนจึงโฉดเขลาจนหลงเชื่อคำพูดของเด็กหนุ่มผมยาว นี่ไหนเลยเป็นเพียงทายาทผู้หนึ่งของตระกูลจี้ บุคคลที่พวกมันกำลังเผชิญหน้าคือจี้หนิงที่สยบเผ่าแม่น้ำด้วยตัวคนเดียว!

“ฆ่า!”

กองกำลังทั้งสามพันนายล้วนเป็นนักรบชนเผ่าอันดุร้ายป่าเถื่อน เมื่อได้ยินคำสั่งของผู้เป็นหัวหน้าพวกมันไหนเลยขบคิดมากความ ต่างพากันชักอาวุธบุกตะลุยไปเบื้องหน้าราวกับสายน้ำป่า เสียงย่ำเท้าที่ดังสะท้านสะเทือนและรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงจนฟ้าดินแทบเปลี่ยนสีกดดันจนชาวเผ่าฟันดำแทบสิ้นสติ พวกมันบ้างทิ้งอาวุธหลบหนี บ้างร่ำร้องขอยอมจำนนจนสุดเสียง

………

จี้หนิงยังคงยืนนิ่งอยู่เหนือประตูใหญ่จ้องมองขบวนนักรบที่ถาโถมเข้ามา เขาอดมิได้ต้องตั้งคำถามขึ้นเช่นกัน “ข่าวเรื่องที่ข้ากำราบเผ่าแม่น้ำสมควรแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่แถบนี้แล้ว เหตุใดหัวหน้าเผ่าที่ไว้เคราดำผู้นั้นจึงยังออกคำสั่งโจมตีอีก?”

ซึ่งที่จริงการระดมกองกำลังขนาดใหญ่เพียงนี้เข้าปล้นสดมภ์เผ่าฟันดำที่ทั้งอ่อนด้อยทั้งยากจนก็เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามการที่ชนเผ่าปีกอัคคีกล้าไม่ให้เกียรตินามของตระกูลจี้นับเป็นการละเมิดข้อห้ามถือสาของตระกูลจี้ วันนี้จี้หนิงจะอย่างไรมิอาจไม่ลงมือ

ร่างของจี้หนิงพลันเหินบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วร่อนถลาเข้าใส่เหล่านักรบที่กำลังบุกเข้ามาดุจพญาปักษา ใต้ร่างของเขาปรากฎคลื่นยักษ์ก่อตัวขึ้นโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า ซัดกระหน่ำเข้าใส่กองกำลังนักรบทั้งสามพันนาย

“คลื่นยักษ์มาจากที่ใดกัน?”

“ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติ!”

นักรบเผ่าปีกอัคคีสูญเสียความคิดต่อสู้โดยสิ้นเชิง ท่ามกลางกระแสคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่พวกมันไร้หนทางในการต่อต้านขัดขืนใดๆ ทั้งหมดได้แต่ทุ่มเทเรี่ยวแรงประคองกายไม่ให้ถูกสายน้ำกลืนหายลงไป

นี่ยังนับว่าจี้หนิงไม่ต้องการก่อการฆ่าฟันวุ่นวาย หากเขาเปลี่ยนเป็นใช้เปลวเพลิงหรือน้ำแข็งเข้าจู่โจม นักรบเหล่านี้คงต้องสังเวยชีวิตลงจนหมดสิ้น

ร่างของจี้หนิงไม่หยุดยั้งลง เขาเหินบินต่อไปจนถึงเบื้องหน้าของหัวหน้าเผ่าปีกอัคคี คว้าคออีกฝ่ายขึ้นมาอย่างง่ายดาย

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s