เล่มที่4 บทที่1: การรอคอยของตัวประหลาด

Desolate Era เล่ม4: นิเวศน์ใต้วารี

บทที่ 1: การรอคอยของตัวประหลาด

เมื่อร่างที่ถูกกระแทกลอยขึ้นของจี้หนิงร่วงหล่นลงถึงพื้น รอบกายของเขาก็ถูกแวดล้อมไปด้วยความเงียบ เป็นความเงียบสงัดจนน่าหวาดหวั่น

เขาไม่อาจได้ยินสุ้มเสียงใดๆทั้งสิ้น พร้อมกับความรู้สึกทั้งมวลที่เริ่มจางหายไปจากร่างกายทีละน้อย 

เวลานั้นเองที่พลังศักสิทธิ์แห่งกายาเทพอสูรเริ่มยื้อแย่งชีวิตของเขากลับคืนมาจากความตาย ทำการซ่อมแซมโครงกระดูกและอวัยวะภายในภายนอกของเขาจนประสาทสัมผัสทั้งห้ากลับคืนมาอีกครั้ง

ช่างหวุดหวิดหวาดเสียวยิ่งนัก… จี้หนิงรู้ตัวดีว่าชีวิตของตนนั้นได้วนเวียนผ่านปากทางเข้ายมโลกมาอีกคราหนึ่ง เขาเหลือบมองไปยังร่างของตัวประหลาดขนยาวที่แผ่รัศมีแห่งความตายออกมา

เพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้น ไม่เพียงรวดเร็วจนไม่อาจหลบหลีก พลังทำลายยังเหนือล้ำยิ่งกว่าเก้ายักษาอีกหลายขั้น

ตัวประหลาดขนดำยังคงยืนนิ่งกับที่ใช้ดวงตามันวาวสีเขียวจ้องมองมาที่จี้หนิง มันพลันเอ่ยวาจาออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง ข้ารอคอยมานานเหลือเกิน เนิ่นนานจนลืมเลือนแล้วว่ารอคอยมาเป็นเวลายาวนานเพียงใด

จู่โจมเข้ามาเถิด ไม่จำเป็นต้องเอาชัยหรือสังหารข้า ขอเพียงเจ้าล้มข้าลงหรือสร้างบาดแผลให้กับข้าโดยที่เจ้ายังรักษาชีวิตไว้ได้ก็พอ

ล้มเจ้าลง?” จี้หนิงคืบคลานขึ้นจากหลุมโลหิตที่เกิดขึ้นจากตัวเขาเองอย่างยากลำบาก

คำพูดบอกกล่าวอย่างชัดแจ้ง ขอเพียงเจ้าสามารถสร้างบาดแผลให้กับข้า ทำให้ร่างของข้าเปิดออก ทำให้โลหิตของข้าหลั่งไหล ข้าจะล้มตัวลงเอง ตัวประหลาดขนดำกล่าวอย่างเชื่องช้า ข้าทำผิดพลาดไปในคราครั้งก่อนที่มีผู้บุกฝ่ามาถึงข้าได้ เด็กหนุ่มผู้นั้นใช้ผนึกแห่งเต๋าขั้นสูงกระแทกทำร้ายข้าจนได้รับบาดเจ็บแต่ข้ากลับลืมเลือนล้มตัวลง ความผิดพลาดในครั้งนั้นทำให้ข้าต้องรอคอยต่อมาจนถึงทุกวันนี้ ความเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวที่ต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงผู้เดียวนับหลายล้านปีช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

จี้หนิงสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนาวเหน็บ ตัวประหลาดที่เบื้องหน้านี้กลับมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ในยุคของเซียนอมตะจูหัว แต่ตัวมันกลับไม่มีทางเป็นผู้ที่ฝึกปรือในวิถีแห่งความเป็นอมตะเด็ดขาด เนื่องเพราะนอกจากเซียนสวรรค์อมตะแล้วผู้อมตะในระดับอื่นไม่มีทางมีชีวิตยืนยาวมาได้ถึงเพียงนี้

นายท่านเพียงสั่งเอาไว้ว่าขอเพียงมีผู้ที่สามารถทำให้ข้ารับบาดเจ็บล้มลง ผู้นั้นก็จะผ่านการทดสอบ… มาเถิดสร้างบาดแผลให้แก่ข้า ข้าจะรีบล้มลงในทันที

จี้หนิงใช้พลังแห่งจิตตานุภาพดึงดูดเอากระบี่อุดรทมิฬกลับสู่มือทั้งสองที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมา ตัวประหลาดเพียงยืนมองอย่างนิ่งเฉย ไม่มีวี่แววของการสกัดขัดขวาง

ความกดดันอันไร้สภาพก่อตัวขึ้นภายในใจของจี้หนิง ตัวประหลาดที่ดูเหมือนคงอยู่มาตั้งแต่ยุคแห่งเทพอสูรนี้มิได้หลอกลวงเขา หรือว่าในช่วงระยะเวลาที่ยาวนานปานนิรันดร์ ยอดอัจฉริยะที่ผ่านการทดสอบมาจนถึงที่แห่งนี้ไม่มีสักผู้เดียวจริงๆที่สามารถสร้างบาดแผลให้แก่ร่างกายของมันได้ นอกจากบุรุษหนุ่มที่อาศัยผนึกแห่งเต๋าชั้นสูงผู้นั้น

มือที่ถือกระบี่อุดรทมิฬถูกบีบจนแน่น ร่างของจี้หนิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับปลดปล่อยผนึกแห่งเต๋าท่าร่างศักดิ์สิทธิ์และกายาขนนก

จี้หนิงเปล่งเสียงกู่ร้อง ถีบเท้ายันเพดานอาศัยแรงดีดสะท้อนเพิ่มความเร็วให้กับท่าร่างปีกวายุ เกร็งกำลังทั่วร่างบรรจุทั้งพลังปราณและพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่กระบี่อุดรทมิฬ พุ่งจู่โจมลงจากเบื้องบนด้วยความเร็วสูงสุด

หยาดพิรุณทะลวงศิลา!”

ตัวประหลาดที่เบื้องล่างยังยืนหยัดอยู่กับที่ เงยหน้าที่ปกคลุมด้วยเส้นขนสีดำรุงรังขึ้น ใช้ดวงตามันวาวสีเขียวจ้องมองกระบี่ที่แฝงไว้ด้วยความรู้แจ้งในหยาดพิรุณของจี้หนิงอย่างเซื่องซึม

ยังห่างไกลอีกมากนัก…” ตัวประหลาดกล่าวพลางทอดถอนใจ ในดวงตาของมันถึงกับทอแววแห่งความเศร้าสร้อยผิดหวังออกมา ข้าคงจำต้องรอต่อไป ส่วนตัวเจ้าคงไม่มีหนทางอื่นใดนอกจากความตาย

กระบี่ที่ทิ่มแทงลงอย่างสุดแรงบนศีรษะของตัวประหลาดไม่อาจสร้างริ้วรอยใดขึ้นได้แม้แต่น้อย จี้หนิงไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นต่อหน้านี้ได้ กระบี่ในมือทั้งสองแยกย้ายใช้ออกด้วยกระบวนท่า สายพิรุณสาดเทและ ผีเสื้อราตรีล้ออัคคี โจมตีใส่ใบหน้าและแผงอกของตัวประหลาด

ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงไม่แตกต่าง กระบี่ของจี้หนิงไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้แก่ตัวประหลาดขนดำได้

ท่ามกลางความสิ้นหวังที่บังเกิดขึ้นต่อหน้าจี้หนิงตัดสินใจลอยตัวล่าถอยในทันที ทว่าตัวประหลาดขนดำที่ร่างกายใหญ่โตกลับสามารถไล่ตามเขามาติดๆ นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่จี้หนิงต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีทั้งท่าร่างและการโจมตีที่รวดเร็วกว่าตนเอง เขาไม่สามารถใช้ท่าร่างอันเลิศล้ำหลบหลีกเพื่อซื้อเวลาในการคิดหาหนทางอีกต่อไป

จงหยุดดิ้นรนและยอมรับความตายแต่โดยดี สุ้มเสียงอันแหบแห้งดังขึ้นพร้อมกับร่างของตัวประหลาดที่ไล่ตามมาถึงข้างกายของเขา

กลีบบงกชวารีและอัคคีทั้งหกปรากฎขึ้นและหมุนวนรอบกายของจี้หนิง ทว่ากลับไม่อาจผลักดันร่างของตัวประหลาดให้ออกห่างไปได้แม้แต่น้อย กระแสวารีและอัคคีเพียงพัดผ่านร่างที่ปกคลุมด้วยขนรุงรังนั้นไปราวกับเป็นเพียงระลอกอันเบาบาง

จี้หนิงยังคงไม่ยอมแพ้ กระบี่ในสองมือจู่โจมออกไปอย่างพรอมเพรียงด้วยกระบวนท่า หยาดพิรุณทะลวงศิลา มุ่งไปที่ข้อพับและหว่างขาของตัวประหลาด

ข้าทั้งไม่อาจหลบหลีกและไม่อาจป้องกันการจู่โจมได้ ทางเดียวที่จะเอาชีวิตรอดสืบไปก็คือต้องหาจุดอ่อนของมันให้พบ

หยุดการขัดขืนอันไร้ค่าได้แล้ว

ตัวประหลาดขนดำทอดถอนใจ มันไม่ใส่ใจที่จะปัดป้องท่ากระบี่ที่จู่โจมใส่ร่างเลยด้วยซ้ำ ฝ่ามือที่ใหญ่โตตบฟาดลงบนร่างของจี้หนิง

เมื่อฝ่ามือกดประทับลงสมบัติวิเศษประเภทเกราะที่จี้หนิงสวมใส่แตกระเบิดออกทันที รัศมีแห่งความตายที่บรรจุเต็มล้นในฝ่ามือนั้นทะลวงร่างท่อนบนของจี้หนิงจนทะลุเป็นรูใหญ่ พลังแห่งการการตบฟาดยังส่งให้ร่างของเขาลอยไปตกลงบนพื้นอันห่างไกล

จี้หนิงทอดร่างอยู่บนพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติง รูขนาดใหญ่บนทรวงอกที่แทบแบ่งร่างของเขาออกเป็นสองท่อนเกือบจะพรากชีวิตของเขาไปในทันที ตลอดทั้งร่างในยามนี้ด้านชาไร้ความรู้สึก จี้หนิงได้แต่รอคอยให้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งกายาเทพอสูรค่อยๆฟื้นฟูร่างของเขากลับมาอีกครั้ง ทว่าตัวประหลาดขนดำนั้นเริ่มออกเดินใกล้เข้ามาอีกครั้งแล้ว

จิตสำนึกที่แตกตื่นของจี้หนิงพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างเต็มที่ เขาที่มีประสบการณ์ในการผ่านยมโลกและหลบหนีจากการดื่มน้ำทิพย์ของเมิ่งผอมาได้ครั้งหนึ่ง คงไม่ประสบโชคดีเยี่ยงนั้นเป็นครั้งที่สอง ข้าจะต้องมีชีวิตรอดต่อไป เมื่อร่างกายขยับไม่ได้เช่นนี้ ก็คงเหลือเพียงพลังแห่งจิตเท่านั้น พลังแห่งจิตตานุภาพใช่สามารถบังคับกระบี่อุดรทมิฬให้จู่โจมออกหรือไม่…”

จี้หนิงไม่กล้าขบคิดสืบต่อไป หลังจากที่สังหารเที้ยมู่ซานเขาใช้เวลาศึกษาค้นคว้าและพบว่าจิตตานุภาพของตนเพียงมีพลังเทียบเท่ากับการโจมตีของยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงเท่านั้น ไหนเลยเพียงพอต่อการสร้างบาดแผลให้แก่ตัวประหลาดนี้ได้

………

ตัวประหลาดขนดำย่างก้าวคุกคามใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ประกายแห่งความคิดพลันแล่นวาบขึ้นในศีรษะ จี้หนิงเปล่งเสียงตะโกนก้องด้วยความหวัง ใช่แล้ว ยังมีวิธีนี้อยู่…”

จงออกมาให้หมดสิ้น!”

บนอากาศเหนือร่างของจี้หนิงพลันปรากฎสมบัติวิเศษประเภทอาวุธลอยตัวอัดแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ส่วนคมของอาวุธทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นดาบ กระบี่ หอก ทวน ล้วนหันตรงไปในทิศทางของตัวประหลาดขนดำ

จี้หนิงในยามนี้ไม่หลงเหลือสิ่งใดให้สูญเสีย เขาเร่งประจุพลังปราณทุกหยดหยาดที่ยังหลงเหลือในจุดตันเถียนเข้าสู่อาวุธทั้งมวลอย่างคลุ้มคลั่ง จากนั้นทุ่มเทพลังแห่งจิตตานุภาพสั่งการให้อาวุธทั้งหมดพุ่งเข้าจู่โจมด้วยอานุภาพราวกับยอดฝีมือกายาเทพอสูรหลายพันคนใช้ศัตราวิเศษโจมตีเข้าใส่ตัวประหลาดขนดำโดยพร้อมเพรียง

ไปตายซะ!” จี้หนิงที่ยังไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกาย เปล่งเสียงคำรามที่แฝงเต็มไปด้วยพลังแห่งความต้องการเอาชีวิตรอด

ลำแสงที่เกิดจากการเร่งความเร็วของอาวุธหลายพันชนิดหลอมรวมเข้าด้วยกันสาดส่องทางระเบียงจนสว่างเจิดจ้า พลังทำลายผสานรวมพุ่งเข้าสู่เป้าหมายเพียงจุดเดียวคือร่างของตัวประหลาดขนดำที่บัดนี้หลับตาลงกางแขนออกกว้างรอคอย

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

2 thoughts on “เล่มที่4 บทที่1: การรอคอยของตัวประหลาด”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s