เล่มที่3 บทที่3: วารีอัคคีรวมหลอม กำเนิดชีวิตเหนือธรรมชาติ

Desolate Era เล่ม3: พินิจเต๋าที่ริมสระ

บทที่ 3: วารีอัคคีรวมหลอม กำเนิดชีวิตเหนือธรรมชาติ

เที้ยมู่ซานและปี้อ้านที่เร่งฝีเท้าถึงริมสระถูกสะกดด้วยภาพของแสงอาทิตย์อุทัยที่ตกสะท้อนบนกลีบอันใหญ่โตงดงามของบงกชวารีอัคคี แม้แต่เที้ยมู่ซานที่โหดเหี้ยมอำมหิตก็ยังอดมิได้ต้องทอดถอนใจชมเชย

ทว่าสิ่งที่คงอยู่เหนือความประทับใจนั้นคือความหวาดหวั่น แม้ว่าตัวมันจะยังไม่บรรลุถึงขั้นของฟ้ามนุษย์หลอมรวม แต่ด้วยพลังการฝึกปรือในระดับเหนือธรรมชาติเที้ยมู่ซานสามารถสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำแห่งพลังของบงกชวารีอัคคี

“นายท่าน พวกเราใช่จะลงมือเลยหรือไม่?” ปี้อ้านไม่อาจอดรนทนไหว รีบกล่าวถามขึ้น

“ไม่ต้องร้อนรุ่มไป ให้ข้าลองทดสอบดูก่อน จะอย่างไรมันไม่อาจหลุดรอดเงื้อมมือของพวกเราไปได้” เที้ยมู่ซานใช้พลังดึงดูดหินก้อนใหญ่เข้ามาในมือแล้วขว้างเข้าใส่ร่างที่ยังนิ่งสงบตรงกึ่งกลางของบงกชวารีอัคคี

ก้อนหินใหญ่พุ่งไปด้วยพลังอันรุนแรงที่สามารถคร่าขวัญกระชากวิญญาณ หากพลันที่เข้าสู่รัศมีของกลีบบงกชก็ถูกหยุดจนนิ่งสนิทอยู่กลางอากาศ จากนั้นจึงถูกสำนึกฆ่าฟันอันร้ายกาจป่นทำลายลง

เที้ยมู่ซานสองนายบ่าวสบตากันวูบหนึ่ง ต่างพบแววตาเหลือเชื่อของอีกฝ่าย

“ข้าจึงไม่เชื่อเรื่องผีสางเช่นนี้” แส้เถาไม้ดำถูกเรียกขึ้นมาในมือ จากนั้นยืดขยายออกไปรัดพันรอบต้นไม้ใหญ่ที่ด้านข้าง เที้ยมู่ซานออกแรงกระตุกคราหนึ่ง ต้นไม้ใหญ่ที่หนักหลายพันกิโลกรัมก็ถูกถอนดึงขึ้นทั้งรากโคน

เที้ยมู่ซานฟาดหวดแส้ชักนำต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นกวาดกระแทกเข้าหาร่างของจี้หนิง ท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่น ต้นไม้ใหญ่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่แรงกระแทกสะท้อนก็ส่งผลให้กลีบบงกชสั่นไหวอย่างรุนแรง

จี้หนิงที่อยู่ในภวังค์แห่งสมาธิที่ศูนย์กลางถูกแรงสั่นสะเทือนกระตุ้นให้ลืมตาขึ้น

“พวกเจ้ากลับติดตามมากีดขวางความสำเร็จของข้า” จี้หนิงมองดูบงกชวารีอัคคีที่จางหายไปด้วยความเศร้าเสียดาย เขาไม่ทราบว่าหากไม่มีผู้ใดเข้ามารบกวนเขาจะสามารถรุดหน้าไปได้จนถึงระดับใด และไม่ทราบว่าจะมีวาสนาได้เข้าสู่ปรากฏการณ์ที่เพียงสามารถพบเจอโดยไม่อาจค้นหาเช่นนี้อีกหรือไม่

เที้ยมู่ซานหัวร่ออย่างดุร้าย “เจ้าเด็กบัดซบ ในที่สุดข้าก็ตามเจ้าจนทัน วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า!”

จี้หนิงดึงดูดพลังแห่งสุริยันและจันทราเข้าสู่ร่างกาย ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในห้วงแห่งภวังค์ในค่ำคืนที่ผ่านมาช่วยให้เขาสามารถสัมผัสถึงชายขอบของวิถีแห่งเต๋าอันเที่ยงแท้ เขาพลันตระหนักได้ถึงแก่นแท้ที่ซ่อนเร้นของเคล็ดความในคัมภีร์ ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’

ในโลกนี้หาได้มีสิ่งใดที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างแท้จริง เฉกเช่นสุริยันและจันทราที่ไล่ขับซึ่งกันก่อให้เกิดเป็นทิวาและราตรีที่แม้จะแตกต่างกันเพียงใดก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งแห่งธรรมชาติวิถี

กลีบบัวที่หมุนทวนซึ่งกันและกันต่างช่วยส่งเสริมให้แกนกลางนั้นตั้งตรงอยู่ได้ในกระแส จี้หนิงใช้ตนเองเป็นแกนกลางชักนำอัคคีสุริยันและวารีจันทราให้โคจรเชื่อมประสาน

พลังแห่งสุริยันและจันทราที่ผลักดันกันเองถูกจี้หนิงชักนำให้โคจรหมุนวนรอบกันและกันประดุจมัจฉาคู่ในแผนภูมิไท่จี๋แห่งหยินและหยาง ที่ศูนย์กลางแห่งการหมุนวนนั้นพลันก่อเกิดประกายแห่งพลังที่ปะทุออกชะล้างทุกอณูในกายของเขา

พลังหยางแท้แห่งสุริยันและพลังหยินแท้แห่งจันทราสาดส่องผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างว่างเปล่าเข้าสู่ร่างของจี้หนิง เร่งเร้าพลังธาตุแห่งอัคคีและวารีในธรรมชาติที่รายรอบให้แตกระเบิด ในเสียงดังกึกก้องกัมปนาท ทะเลเพลิงและห้วงมหรรณพผุดขึ้นโดยรอบบริเวณ

ยามบรรยายแม้เนิ่นนานแท้ที่จริงทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพริบตาที่จี้หนิงลืมตาขึ้นและเริ่มโคจรพลัง ทะเลเพลิงและห้วงมหรรณพอันไร้สิ้นสุดก็บังเกิดขึ้นต่อหน้าของเที้ยมู่ซานและปี้อ้าน เผาผลาญและแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกสัมผัส

ภายในห้วงมหรรณพอันลึกล้ำบังเกิดเงาร่างของกระต่ายหยกวิเศษ ภายในทะเลเพลิงอันร้อนแรงบังเกิดเงาร่างของกาทองคำสามขา และที่ระหว่างกระต่ายวิเศษและกาทองคำคือร่างของจี้หนิง!

“นี่… เป็นไปไม่ได้…” สีหน้าของเที้ยมู่ซานแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง “หรือว่านี่คือยอดวิชา ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ ในตำนาน?”

มันแทบไม่อาจเชื่อสายตาตนเอง แม้ว่าในรอบหลายพันปีที่ผ่านมาจะไม่เคยมีผู้ใดในเขตเทือกเขานางแอ่นสามารถบรรลุพลังระดับเหนือธรรมชาติด้วยเคล็ดวิชานี้มาก่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของมันล้วนเป็นไปตามที่ตำนานบ่งบอกทุกประการ

เที้ยมู่ซานรีบเรียกธงค่ายกลทั้งแปดผืนขึ้นในมือ ร่างพุ่งถอยไปเบื้องหลังจากนั้นวิ่งวนพลางปักธงลงเป็นวงกลมล้อมรอบพื้นที่แห่งวารีและอัคคี

ปี้อ้านที่ตื่นตระหนกรีบตามมาสมทบ “นายท่านไยไม่ลงมือสังหารมัน ช่วงเวลาแห่งการเลื่อนระดับนี้สมควรเป็นช่วงที่มันอ่อนแอถึงที่สุด”

“หน้าโง่!” เที้ยมู่ซานตะคอกกลับ “นี่มันฝึกปรือคือ ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ ซึ่งเป็นยอดวิชากายาเทพอสูรอันดับหนึ่ง อัคคีและวารีที่ล้อมรอบมันอยู่นี้เกิดจากพลังหยินแท้และหยางแท้จากสุริยันและจันทราซึ่งจะหลอมร่างของมันให้ถือกำเนิดใหม่เป็นร่างแห่งเทพอสูรเหนือธรรมชาติ”

“เช่นนั้นเราไยมิใช่ยิ่งต้องรีบลงมือ?”

“เจ้ายังไม่เข้าใจ” ใบหน้าที่ซีดเผือดของเที้ยมู่ซานยังจับจ้องไปที่ร่างของจี้หนิงไม่วางตา “พลังแห่งหยินแท้และหยางแท้นั้นกร้าวแกร่งสุดเปรียบปาน ต่อให้สาวกตำหนักม่วงมาเองก็ต้องถูกแช่แข็งร่างควบแน่นแตกกระจายหรือถูกเผาผลาญเป็นเถ้าถ่าน กระทั่งดวงวิญญาณก็ถูกทำลายจนสิ้นสลายไม่สามารถกลับมาเวียนว่ายตายเกิดได้อีก”

“ถ้าเช่นนั้น หรือพวกเราจะทำได้เพียงเบิ่งตาดูเจ้าเด็กตระกูลจี้รุดหน้าเข้มแข็งขึ้นเช่นนี้?”

“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล ยามใดที่มันละทิ้งสังขารตามธรรมชาติเข้าสู่ร่างของเทพอสูรเหนือธรรมชาติได้สำเร็จ เมื่อนั้นพลังแห่งหยินแท้และหยางแท้ย่อมสลายไป พลังอันน่ากลัวนี้เพียงช่วยส่งเสริมมันให้ก้าวข้ามสู่ระดับเหนือธรรมชาติ มิได้เป็นพลังของมันแต่อย่างใด”

สีหน้าของเที้ยมู่ซานกลับคืนสู่ความชั่วร้าย “ตอนนี้ข้าได้จัดตั้งค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์รอบกายของมันแล้ว เมื่อพลังแห่งหยินแท้และหยางแท้จางหายไปจะเป็นเวลาตายของมัน จะอย่างไรมันเพียงเลื่อนเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติแรกเริ่มทั้งไม่มีสมบัติวิเศษใดๆในร่าง ส่วนข้านั้นอยู่ในระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงซ้ำยังได้รับการสนับสนุนจากสมบัติวิเศษและค่ายกล”

ปี้อ้านผงกศีรษะรับฟัง สีหน้ากลับเป็นปกติอีกครั้ง

“จะอย่างไรเจ้าเด็กผู้นี้ต้องนับว่าน่ากลัวยิ่ง เคล็ดวิชาแห่งประกายชาดเก้าชั้นฟ้านั้นถูกถ่ายทอดอย่างแพร่หลายในหมู่ตระกูลใหญ่ของเทือกเขานางแอ่น หากทว่าในรอบหลายพันปีที่ผ่านมากลับไม่เคยมีผู้ใดที่ฝึกปรือจนบรรลุระดับเหนือธรรมชาติได้เลย หากปล่อยให้มันพัฒนาต่อไป ไม่แน่ว่ามันจะกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลจี้หรือกระทั่งของเทือกเขานางแอ่น แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกประการจะจบลงในวันนี้ ข้าจะปลิดชีวิตของอัจฉริยะปิศาจนี้ด้วยมือของข้าเอง” เที้ยมู่ซานแหงนหน้าหัวเราะด้วยความผยองลำพอง

………

ระดับเหนือธรรมชาติคืออะไร?

สิ่งมีชีวิตระดับเหนือธรรมชาติที่แท้จริงคือเหล่าเทพอสูรที่ถือกำเนิดจากฟ้าดินโดยไม่ผ่านการปฏิสนธิตามธรรมชาติ

สำหรับผู้ฝึกพลังปราณนั้น จะทำการฝึกฝนจนพลังปราณในร่างเข้าสู่รูปแบบที่เท่าเทียมหรือใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตระดับเหนือธรรมชาติที่แท้จริง จากนั้นจึงอาศัยพลังดังกล่าวเข้าหนุนเสริมร่างกายให้มีความแข็งแกร่งเหนือธรรมชาติ หากทว่านั่นคือรูปแบบที่อ่อนแอที่สุดของระดับเหนือธรรมชาติ เพียงทะลวงกระบี่ทะลุหัวใจก็สามารถปลิดชีพของพวกมัน

สำหรับผู้ฝึกกายาเทพอสูร ทุกอณูของร่างกายจะถูกปรับเปลี่ยนให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับร่างของสิ่งมีชีวิตระดับเหนือธรรมชาติที่แท้จริง ต่อให้ร่างกายถูกตัดแยกออกเป็นสิบแปดท่อน ขอเพียงส่วนศีรษะไม่ถูกทำลายก็สามารถฟื้นคืนสภาพได้

ในบรรดาวิชากายาเทพอสูรระดับล่างนั้นทำได้เพียงอาศัยรอยสักที่จารึกเลียนแบบอักขระศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงในการเสริมสร้างพลังกาย หากทว่า ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ นั้นกลับเป็นยอดวิชาอันเที่ยงแท้ การก่อกำเนิดของอักขระศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นจากพลังแห่งธรรมชาติและดวงดาราอันสูงส่งทั้งสอง พลังของผู้ฝึกนั้นแทบมิได้ด้อยไปกว่าเหล่าเทพอสูรที่แท้จริงในยุคแห่งตำนานเลย!

………

จี้หนิงรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของทุกอณูในร่างกายที่แตกระเบิดออกและถูกสร้างเสริมขึ้นใหม่ภายใต้การหล่อหลอมของพลังหยินแท้และพลังหยางแท้ทั้งสอง

เรือนร่างแห่งมนุษย์ตามธรรมชาติถูกหลอมสร้างขึ้นใหม่เป็นร่างที่เหนือธรรมชาติของเทพอสูร!

ในที่สุดทะเลเพลิงและห้วงมหรรณพก็สูญสลายไปหลงเหลือเพียงร่างของเด็กหนุ่มในชุดขนสัตว์สีขาว ที่น่าประหลาดคือเสื้อผ้าที่จี้หนิงสวมใส่มิได้เสียหายแม้แต่น้อย มีเพียงร่างกายของเขาที่เปล่งประกายคล้ายอัญมณีที่ถูกสวรรค์รังสรรค์ขึ้นใหม่

ทันใดนั้นมังกรอัคคีและมังกรวารีขนาดมหึมาพลันปรากฎขึ้นจากรอยอักขระศักดิ์สิทธิ์บนร่างของจี้หนิงพุ่งทะยานเข้าหาเที้ยมู่ซานและปี้อ้านด้วยพลังทำลายอันน่าสะพรึงกลัว!

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s