เล่มที่3 บทที่15: เบื้องหลังของเรื่องราว

Desolate Era เล่ม3: พินิจเต๋าที่ริมสระ

บทที่ 15: เบื้องหลังของเรื่องราว

นักรบเกราะทองทั้งยี่สิบเจ็ดนายจ้วงแทงหอกทองคำอันทรงพลังทั้งยี่สิบเจ็ดเล่มเข้าใส่ร่างของจี้หนิงในวงล้อม นักรบอีกห้าสิบสี่นายที่วงนอกก็คอยหาโอกาสประสานเสริม

“ต้องมีช่องว่างจุดอ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ข้าต้องค้นหามันให้พบก่อนที่เรี่ยวแรงจะหมดลง” จี้หนิงครุ่นคิดส่วนครุ่นคิด ร่างและกระบี่ในมือบุกทะลวงฝ่าวงล้อม มิได้หยุดยั้งหรือเชื่องช้าลงแม้แต่น้อย

บรรดานักรบร่วมรุกร่วมถอยอย่างรวดเร็วพร้อมเพรียงตระเตรียมล้อมจับจี้หนิงเยี่ยงตะพาบในไห

“เป็นไปได้หรือไม่ว่า…?” จี้หนิงขบคิดอย่างรวดเร็ว

“บงกชวารีอัคคี!”

รอบกายของจี้หนิงบังเกิดบงกชอัคคีและบงกชวารีขึ้นแปดคู่ ภายในบรรจุรวมไว้ด้วยเค้าความแห่งเต๋าที่เที่ยงแท้ นี่เป็นท่าจู่โจมที่จี้หนิงจำเป็นต้องบรรจุพลังกายพลังใจทั้งมวลลงไปจึงสามารถควบคุมบังคับได้

บงกชวารีอัคคีทั้งแปดที่หมุนเวียนรอบกันและกันพุ่งเข้าจู่โจมนักรบสวรรค์เกราะทองสิบหกนายด้วยพลังอันมหาศาลจนร่างของพวกมันแตกระเบิดออก

บรรดานักรบที่หลงเหลือรีบจัดตั้งขบวนวกอ้อมเข้าโอบจู่โจมใส่จี้หนิงที่สะบัดกระบี่เข้ารับมือ เขาสะบั้นร่างของนักรบอีกผู้หนึ่งเป็นสามท่อน ก่อนที่ร่างที่ถูกทำลายจะกลับผสานรวมเป็นรูปร่างพุ่งเข้าโจมตีใส่เขาอีกครั้ง

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!” จี้หนิงลิงโลดยินดียิ่งเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น

“ร่างทองคำอมตะที่ขู่ขวัญผู้คนจนสาหัสนัก ทุกครั้งที่ข้าทำลายเจ้าลงต่อให้เจ้าผสานร่างขึ้นใหม่ได้ พลังของเจ้าก็จะหายไปส่วนหนึ่ง ฮาฮา ข้าจะขอดูว่าพวกเจ้าจะทานทนไปได้นานสักเท่าใด?”

ก่อนหน้านี้ที่จี้หนิงรับมือกับค่ายกลหอกเขาพบว่าทุกครั้งที่เขาทิ่มแทงทำร้ายนักรบเกราะทองพลังของพวกมันจะค่อยลดลงทีละน้อย แม้จะไม่มากนักแต่ยังมิอาจหลุดรอดจากสัมผัสที่เฉียบคมของเขาได้

จี้หนิงจึงตัดใจทุ่มเทใช้ออกด้วยบงกชวารีอัคคีขั้นสูงสุดเข้าทำลายนักรบสิบหกนาย หลังจากนั้นเมื่อทำการรับมือนักรบสวรรค์เกราะทองอีกครั้ง เขาจึงพิสูจน์ยืนยันว่าพลังของมันลดลงจนสังเกตได้อย่างชัดเจน

“ที่แท้นักรบทั้งแปดสิบเอ็ดนายนี้ล้วนผูกโยงเข้าเป็นหนึ่งเดียว หากผู้ใดผู้หนึ่งถูกทำลายก็จะดึงเอาพลังจากผู้อื่นมาใช้สร้างร่างกายขึ้นใหม่ หากข้าจู่โจมต่อไปเรื่อยๆจนพลังงานของพวกมันถูกใช้ออกหมดสิ้น พวกมันก็จะพ่ายแพ้ไปในที่สุด”

จี้หนิงเร่งเร้าพลังในร่างบังคับบงกชวารึอัคคีอีกชุดหนึ่งออกมา สองมือสะบัดกระบี่คู่ฟาดฟันด้วยความดุดันปานพยัคฆ์ร้าย

………

เมื่อกระบี่สุดท้ายถูกทิ่มแทงออก ร่างของทหารสวรรค์เกราะทองทั้งแปดสิบเอ็ดนายก็เลือนหายไปจนไร้ร่องรอย จี้หนิงระบายลมหายใจด้วยความอ่อนล้าระคนโล่งใจ

“ช่างหนักหนาสาหัสนัก” แม้ว่าพลังแห่งประกายชาดเก้าชั้นฟ้าจะมีพื้นฐานที่หนักแน่นและมีความหนาแน่นของพลังมากกว่าวิชาอื่นๆหลายเท่าตัว พลังในร่างของจี้หนิงยังถูกใช้ออกจนคงเหลือไม่ถึงครึ่งของยามปกติ

กำแพงหมอกที่กั้นขวางเส้นทางค่อยๆจางจนสาบสูญไป จี้หนิงเหลือบตามองไปยังซากร่างและโครงกระดูกที่ยังหลงเหลืออยู่บนพื้น “บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่คงเป็นผู้ที่ถูกบังคับให้ต่อสู้จนพลังปราณเหือดแห้งเสียชีวิตในที่สุด”

เขาไม่รีบเคลื่อนกายเข้าสู่พื้นที่ในช่วงถัดไปของระเบียงทางเดิน หากเพ่งตาไปเบื้องหน้า ที่ไม่ไกลออกไปสามารถมองเห็นว่ามีซากร่างโครงกระดูกสุมซ้อนทับกันอยู่อีก

“หนทางข้างหน้ายังมีซากศพมากมายยิ่งกว่าที่นี้อีก ทั้งที่คนเหล่านี้น่าจะเป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบจากแปดสิบเอ็ดนักรบทองคำไปได้แล้วเช่นกัน ทิพยสถานโบราณแห่งนี้ช่างเต็มไปด้วยภยันตรายสุดจะหยั่ง”

จี้หนิงใช้พลังแห่งจิตตานุภาพออกไปสืบหยั่ง เขาพบว่าสภาพของซากร่างเหล่านั้นก็มิได้แตกต่างไปจากสิ่งที่เขาพบเห็นมาก่อน อาวุธชุดเกราะและทรัพย์สมบัติล้วนถูกรวบรวมอยู่ในซากเพียงบางซาก เขาจึงใช้พลังดึงเอาสิ่งของเหล่านั้นมาสู่มือ

“ยอดฝีมือที่สามารถผ่านการทดสอบแรกนี้ไปได้สมควรพกพาสมบัติวิเศษที่มีประโยชน์ติดตัวมาไม่น้อย” เขาเริ่มต้นทำพันธะแห่งการครอบครองบนปลอกแขนที่ได้จากโครงกระดูกที่สูงกว่าสามเมตรร่างหนึ่งก่อนยิ้มด้วยความพึงพอใจ “เป็นสมบัติวิเศษประเภทเก็บของจริงๆ”

จี้หนิงไล่เรียงตรวจค้นและสร้างพันธะครอบครองสิ่งของภายในที่มีอยู่เต็มล้น ทว่าเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง ทุกชิ้นล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติไร้อันดับ ต่อให้รวมทั้งหมดเข้าด้วยกันยังมิอาจเทียบได้แม้เพียงส่วนเสี้ยวของเครื่องรางเร้นรอย

กล่าวถึงที่สุด ที่เขาต้องการในยามนี้คือสมบัติวิเศษที่ทรงคุณค่าเพียงไม่กี่ชิ้นที่สามารถเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดให้กับตนเองได้ การพกพาอาวุธอันพื้นเพนับร้อยนับพันชิ้นนั้นมิได้ช่วยให้พลังการโจมตีของเขาสูงขึ้นแต่อย่างใด

“ยังคงพักผ่อนก่อนประเสริฐกว่า” เขาทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิลงมือดื่มกิน โชคดีที่ก่อนเข้าสู่เขตทะเลสาบอสรพิษเหินหาวเขายังพกนำเสบียงติดตัวมาไม่น้อย ข้าวของที่ค้นพบภายในที่แห่งนี้แม้มีมากมายหลายหลาก แต่ส่วนที่เป็นของกินล้วนเน่าเสียสูญสลายไปเนิ่นนานแล้ว

………

จี้หนิงยังคงไม่รีบร้อนรุดหน้าเข้าสู่ทางเดินช่วงถัดไป เขาใช้เวลาในการรอคอยให้พลังในกายฟื้นฟูกลับมาพร้อมกับไล่เรียงดูสิ่งของที่เพิ่งได้ครอบครอง บางครั้งคราเขาจะพบเห็นคัมภีร์วิชาฝีมือหรือตำรากระบี่บ้างแต่ก็เป็นเพียงวิชาพื้นฐานทั่วไป คาดว่าคงเป็นเพราะเคล็ดวิชาระดับสูงนั้นมักระบุบังคับให้ผู้ฝึกทำลายบันทึกที่คัดลอกทิ้งหลังจากที่จดจำขึ้นใจ

แต่แล้วเขาก็อดมิได้ต้องหัวเราะออกมา “นี่กลับเป็นผลลัพธ์อันไม่คาดหมาย” เขาพบว่าในเคล็ดวิชาเหล่านั้นมีอยู่เล่มหนึ่งที่อาจสามารถเทียบชั้นได้กับ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’

ขณะที่เขาคัดแยกสิ่งของจิปาถะที่ไร้ประโยชน์ออก แล้วจัดเก็บของที่ต้องการเอาไว้ เขาก็สะดุดตาเข้ากับของสิ่งหนึ่งที่ถูกถากขึ้นจากเปลือกไม้ มันเกือบจะถูกโยนทิ้งไปในครั้งแรก ทว่าตัวอักษรจารึกอยู่บนนั้นดึงดูดความสนใจของจี้หนิงเอาไว้

‘อู่ตัง’ ตระกูลของเราเพิ่งได้รับรายงานว่า ‘เซียนอมตะจูหัว’ ซึ่งมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ยุคสมัยแห่งเทพอสูร ได้ประกาศรับศิษย์สืบทอดวิชาฝีมือ แม้ว่าบุคคลผู้นี้จะเป็นเพียง ‘ผู้อมตะเสเพล’ แต่การที่ท่านสามารถคงอยู่มานับหลายล้านปี ข้ามผ่าน ‘สามหายนะเก้าภัยพิบัติ’ นับครั้งไม่ถ้วน ท่านผู้นำตระกูลของเราประเมินว่าคนผู้นี้สมควรมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่า ‘เซียนสวรรค์อมตะ’ สักเท่าใด

แม้ว่าเซียนอมตะจูหัวจะประกาศรับศิษย์มาเนิ่นนานแล้ว หากทว่าไม่เคยมีผู้ใดผ่านการทดสอบได้สำเร็จมาก่อน แม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์แห่งจักรวรรดิเซี่ยเองก็ตาม

นอกจากนี้คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบจะต้องเป็นผู้ฝึกปรือกายาเทพอสูรที่มีระดับขั้นเหนือธรรมชาติหรือสาวกตำหนักม่วงเท่านั้น ซึ่งแต่ละระดับก็จะมีบททดสอบที่ผิดแผกกันไปเส้นทางละสามด่าน บุคคลแรกที่สามารถผ่านด่านทดสอบทั้งสามด่านไม่ว่าจะในเส้นทางของระดับใดก็ตาม จะได้รับสืบทอดวิชาฝีมือทั้งหมดของเซียนอมตะจูหัวแต่เพียงผู้เดียว

สถานที่ทดสอบคือทิพยสถานบนเกาะพันใบไม้ร่วงกลางทะเลอุดรทมิฬ

ข้าสามารถให้ข้อมูลต่อเจ้าได้เพียงนี้เท่านั้น การตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการทดสอบหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง

เฉินหรงสุ่ย

………

จี้หนิงจดจ่อกับการอ่านจนแทบลืมหายใจ “ตระกูลเฉินหรง (ไทรเทพ)… เช่นนั้นเปลือกไม้แผ่นนี้สมควรเป็นส่วนหนึ่งของต้นไทรเทพ มิน่าเล่าผ่านมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ก็ยังคงสภาพอยู่ได้”

ตระกูลเฉินหรงนั้นครอบครองแหล่งกำเนิดของต้นไทรเทพอันเป็นต้นไม้อมตะที่มีชื่อเสียงด้านความทนทานไม่วันผุพัง สมบัติวิเศษมากมายล้วนใช้ไม้ชนิดนี้เป็นวัสดุในการจัดสร้างขึ้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าความมั่งคั่งและอิทธิพลของตระกูลเฉินหรงจะถูกจัดอยู่ในระดับต้นๆของจักรวรรดิเซี่ย

“เซียนอมตะจูหัว?” จี้หนิงครุ่นคิดสืบต่อ “จากยุคแห่งเทพอสูรจนถึงบัดนี้คิดเป็นเวลานับล้านล้านปี คาดว่าท่านคงเสียชีวิตไปเนิ่นนานแล้ว”

‘ผู้อมตะเสเพล’ นั้นจะต้องถูกเคี่ยวกรำด้วย ‘สามหายนะเก้าภัยพิบัติ’ ทุกสามและเก้าปี โดยที่ความโหดร้ายรุนแรงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การจะมีผู้ที่สามารถยืนหยัดข้ามผ่านมาได้นับหลายล้านปีนั้นนับเป็นเรื่องสุดมหัศจรรย์อยู่แล้ว คงไม่อาจทนทานต่อมาจนถึงยุคปัจจุบันได้อย่างแน่นอน

“เช่นนั้น นิเวศน์ใต้วารีแห่งนี้ก็คงเป็นสถานที่ทดสอบผู้ที่จะมาเป็นผู้สืบทอด ส่วนทางระเบียงแห่งนี้ก็คงเป็นบททดสอบของผู้ฝึกกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาตินั่นเอง”

จี้หนิงตั้งใจสังเกตซากศพที่กองอยู่เบื้องหน้า เขาพบว่าแต่ละซากมีความเก่าใหม่ไม่เท่ากัน เมื่อรวมกับการที่ตนเพิ่งถูกส่งเข้ามา เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะมีผู้ที่ถูกดึงดูดเข้าสู่สถานที่ทดสอบแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ในเมื่อเซียนอมตะจูหัวระบุว่าจะรับศิษย์เพียงผู้เดียว เป็นไปได้หรือไม่ว่าตลอดช่วงระยะเวลาอันยาวนานจนไม่อาจนับคำนวณนี้ ยังไม่มีผู้ใดที่ผ่านการทดสอบและมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่ผู้เดียว?

“เพียงแค่การทดสอบแรกก็บังคับให้ข้าต้องใช้บงกชวารีอัคคีขั้นสูงสุดแล้ว ข้าจะผ่านอีกสองการทดสอบที่น่าจะลำบากยากเย็นยิ่งกว่านี้ไปได้อย่างไร หรือว่าข้าเองก็มีชะตากรรมจะต้องเผชิญกับจุดจบที่ไม่ต่างไปจากผู้คนเหล่านี้?”

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s