เล่มที่3 บทที่1: ไล่ล่าสังหาร

Desolate Era เล่ม3: พินิจเต๋าที่ริมสระ

บทที่ 1: ไล่ล่าสังหาร

“คิดว่าจะหนีรอดไปได้งั้นรึ?” พยัคฆ์ปี้อ้านคำรามก้องไล่กวดตามร่างของจี้หนิง แต่มันจะอย่างไรยังไม่บรรลุท่าร่างขั้นฟ้ามนุษย์หลอมรวมจึงทำได้เพียงแค่ใช้พลังตามธรรมชาติของสัตว์อสูรในการไล่ตาม ยิ่งเมื่อเป็นการเคลื่อนที่บนพื้นน้ำที่มันไม่ถนัดเช่นนี้ ระยะห่างจึงทิ้งมากขึ้นทุกที

สุดท้ายปี้อ้านได้แต่ตัดใจจากการไล่ตามจี้หนิง ย้อนกลับไปเฝ้าคุมเชิงการต่อสู้ภายในค่ายกล ภาพที่เห็นคือจอมอสรพิษฟ้าครามที่ดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต บัดเดี๋ยวขยายร่างใหญ่ยักษ์ บัดเดี๋ยวหดย่อร่างลง ปี้อ้านรำพึงกับตนเอง “จะดิ้นรนให้เจ็บปวดไปไย สุดท้ายก็ต้องยอมรับชะตากรรมถูกจับกุมอยู่ดี…”

………

ค่ายกลที่ดึงเอาพลังแห่งธรรมชาติออกมาใช้นั้นกล้าแกร่งสุดเปรียบปาน ไม่ว่าจอมอสรพิษฟ้าครามจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ได้

เที้ยมู่ซานจับจ้องมองดูร่างที่ถูกสายใยแห่งพลังทั้งสีขาวและสีดำรัดพันโดยรอบ แหงนหน้าหัวเราะด้วยความลำพอง “จอมอสรพิษฟ้าคราม จงหยุดการต่อต้านอันไร้ประโยชน์แล้วสยบยอมต่อข้าแต่โดยดี เจ้าจะได้ไม่ต้องทนทรมานต่อไป”

จอมอสรพิษฟ้าครามเชิดศีรษะส่งเสียงขู่คำรามด้วยโทสะ

“ยังคิดดิ้นรนขัดขืนอยู่งั้นรึ?” เที้ยมู่ซานไม่อาจเข้าใจในภาษาของสัตว์อสูรแต่สามารถรับรู้ถึงความกราดเกรี้ยวดื้อรั้นในเสียงขู่คำรามนั้นได้ “ในดินแดนแห่งจักรวรรดิเซี่ยนี้ ผู้เป็นใหญ่ก็คือมนุษย์ สัตว์เทพอสูรแล้วจะเป็นไร ต่อให้ข้าปลดปล่อยเจ้าไปหลังจากนี้ก็จะมีผู้อื่นมาจับเจ้าอยู่ดี จงยินยอมรับใช้ข้าแต่โดยดีเถอะ”

แต่ไม่ว่าเขาจะเปลืองเรี่ยวแรงเกลี้ยกล่อมอย่างไร จอมอสรพิษฟ้าครามก็มิได้ใส่ใจไยดี ยังคงพยายามดิ้นรนต่อต้านอย่างสุดกำลังต่อไป

“ประเสริฐ ข้าอยากรู้นักว่ากระดูกของเจ้าแข็งแกร่งกว่าหรือว่าค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ของข้าแข็งแกร่งกว่า พวกเรารอดูกันไปเถิด!”

เกล็ดอันแข็งแกร่งงดงามของจอมอสรพิษฟ้าครามถูกรัดจนปริแตก โลหิตสีเขียวมรกตหยดหยาดลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง แต่ศีรษะของมันยังคงเชิดสูงไม่ยอมค้อมลงแม้แต่น้อย มันพยายามเคลื่อนร่างเข้าใกล้เพื่อหาโอกาสโจมตีใส่เที้ยมู่ซานหากโดนพลังอันร้ายกาจรุนแรงของค่ายกลฉุดดึงเอาไว้จนไม่อาจคืบหน้าต่อไปได้

จอมอสรพิษฟ้าครามกล้ำกลืนความเจ็บปวดขยายร่างจนมีขนาดมหึมาแล้วหดร่างลงจนมีขนาดเพียงปลายนิ้วอาศัยจังหวะชั่วพริบตาก่อนที่เส้นพลังหยินและหยางจะหดตัวลงรัดพันมันอีกครั้งหลบพ้นจากความเจ็บปวดไปได้ชั่วขณะ แล้วรวบรวมพลังขยายร่างออกอีกครั้ง วนไปไม่หยุดหย่อน

จอมอสรพิษฟ้าครามแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด บาดแผลบนร่างของบาดลึกลงทุกขณะ หากอีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือระดับสาวกตำหนักม่วงมันอาจบางทีจะยอมละทิฐิลดตัวลงรับใช้ แต่อีกฝ่ายเป็นเพียงระดับเหนือธรรมชาติเช่นเดียวกับมัน ซ้ำยังพึ่งพาอาศัยค่ายกลไม่ได้ใช้ฝีมือที่แท้จริง ด้วยอุปนิสัยที่หยิ่งผยองตามธรรมชาติ มันยินยอมตายไม่ขอยอมสยบ

ผู้ที่ไม่อาจทนทานได้ก่อนกลับเป็นเที้ยมู่ซาน มันเขม้นมองร่างที่ทุรนทุรายภายใต้ข่ายพลังของค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ที่เบื้องหน้า แม้ว่าค่ายกลจะยังมิได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป สัตว์อสูรที่เบื้องหน้าคงถูกเคี่ยวกรำจนสิ้นใจตายคาที่

เที้ยมู่ซานบดกรามจนนูนเป็นสัน ระงับข่ายพลังที่พันธนาการร่างของจอมอสรพิษฟ้าครามลง

“จอมอสรพิษฟ้าคราม!” เที้ยมู่ซานตะโกนท้าทาย “เจ้าคงไม่ยินยอมพร้อมใจที่ถูกข้าใช้ค่ายกลสยบเอาไว้ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จงบุกเข้ามา ข้าจะสยบเจ้าลงด้วยฝีมือที่แท้จริง หากทำไม่ได้ข้าจะปลดปล่อยเจ้าไป หากเจ้าพ่ายแพ้ก็จงยอมรับใช้ข้าแต่โดยดี”

จอมอสรพิษฟ้าครามส่งเสียงขู่คำรามด้วยความคลั่งแค้น ร่างกลับกลายสู่รูปแบบพร้อมต่อสู้ที่มีความยาวสิบกว่าเมตรดีดพุ่งเข้าใส่เที้ยมู่ซานอย่างสุดกำลัง

เที้ยมู่ซานแค่นเสียงหยามหยัน เรียกแส้หนามสีดำขึ้นมาในมือข้างขวา แส้ยาวนี้เป็นสมบัติวิเศษประจำตระกูลเที้ยมู่นาม ‘แส้เถาไม้ดำ’ ซึ่งสามารถหดขยายได้ดั่งใจ

เที้ยมู่ซานขยับมือด้วยความพิสดาร แส้เถาไม้ดำในมือขดม้วนเป็นวงกลมวงแล้ววงเล่าหนาแน่นจนแทบบดบังท้องฟ้าเบื้องบน จอมอสรพิษฟ้าครามหลบหลีกพลางรุกไล่แต่ไม่อาจรวดเร็วเกินกว่าเพลงแส้ เสียงฉาดดังลั่นเมื่อมันถูกฟาดกระดอนกลับหลัง เกล็ดอันงดงามถูกหนามเกี่ยวหลุดจนเลือดสาดกระจาย แต่มันหาได้แยแสสนใจยังคงพยายามโถมไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยความแค้นเคือง

รอยยิ้มหยามเหยียดเย็นชาระบายอยู่บนหน้าของเที้ยมู่ซาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันต่อสู้กับจอมอสรพิษฟ้าคราม แส้ยาวของมันความจริงเป็นดาวข่มของร่างยาวที่รวดเร็วนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเมื่อสู้ไม่ได้จอมอสรพิษฟ้าครามก็จะหลบหนี ยามนี้เมื่อพื้นที่การเคลื่อนไหวถูกจำกัดด้วยอาณาเขตของค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ มันจึงไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะหลุดรอดจากเงื้อมมือไปได้

“คราวนี้รู้ซึ้งแล้วหรือไม่ ว่าผู้ใดสมควรเป็นนายของเจ้า?” เที้ยมู่ซานใช้พลังปราณอันสูงส่งผลักดันแส้ยาวให้กวัดแกว่งอย่างเยือกเย็น การฟาดหวดแต่ละครั้งนั้นรุนแรงเพียงพอที่จะโยกคลอนขุนเขาขนาดย่อม ร่างของจอมอสรพิษฟ้าครามได้รับรอยแผลเพิ่มขึ้นแทบทุกครั้งที่แส้ฟาดหวดลง

ทันใดนั้นร่างของจอมอสรพิษฟ้าครามที่อยู่ใต้เงาแส้พลันหายวับไปจากสายตา ก่อนไปปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังห่างออกไปนับสิบเมตร

สีหน้าของเที้ยมู่ซานตอนแรกเต็มไปด้วยความงุนงงจากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก มันพลันคิดถึงความเป็นไปได้ประการหนึ่ง…

จอมอสรพิษฟ้าครามส่งเสียงร้องด้วยความปิติยินดี ร่างบัดเดี๋ยวหายบัดเดี๋ยวปรากฎ ทุกครั้งครารัศมีของการเคลื่อนย้ายขยายไกลขึ้นไปเรื่อยๆ

“ตาย!” เที้ยมู่ซานตวาดก้อง ค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ระเบิดพลังงานทั้งมวลเข้าใส่ร่างของจอมอสรพิษฟ้าคราม หากแต่ทุกประการล้วนสายเกินไป จอมอสรพิษฟ้าครามส่งสายตาอันเคียดแค้นเย็นชามาที่ร่างของมันก่อนหายตัวไปจากค่ายกล ปล่อยให้พลังงานมหาศาลของค่ายกลฟาดผ่านลงบนผิวน้ำ

“บัดซบ!” เที้ยมู่ซานยกชูกำปั้น ส่งเสียงตะโกนราวคลุ้มคลั่ง “บัดซบ!!!!”

“เคลื่อนย้ายในพริบตา… เคลื่อนย้ายในพริบตา… อสรพิษฟ้าครามตนนี้กลับเรียนรู้วิธีใช้พลังเคลื่อนย้ายในพริบตาในเวลาเช่นนี้” ดวงตาของมันแดงฉานด้วยความโกรธแค้นอาฆาต “ต้องเป็นเพราะเจ้าเด็กตระกูลจี้ผู้นั้น มันมาประลองฝีมือกับจอมอสรพิษฟ้าครามหลายคราจนต่างฝ่ายต่างมีฝีมือรุดหน้า เมื่อถูกกดดันจากข้าจนถึงที่สุดจอมอสรพิษฟ้าครามจึงทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมรวมกับฟ้า เรียนรู้พลังเคลื่อนย้ายในพริบตาได้”

ถึงแม้ว่าจอมอสรพิษฟ้าครามจะเป็นหนึ่งเดียวของเผ่าพันธุ์ในดินแดนแห่งเทือกเขานางแอ่น แต่ในจักรวรรดิเซี่ยอันยิ่งใหญ่นี้กลับมีอสรพิษฟ้าครามอยู่ไม่น้อย เที้ยมู่ซานทำการศึกษาความสามารถและพลังพิเศษของพวกมันอย่างลึกซึง จึงยินยอมทุ่มเทอย่างหนักมุ่งหวังจะจับตัวจอมอสรพิษฟ้าครามมารับใช้ให้ได้

สัตว์อสูรนั้นมักครอบครองความสามารถพิเศษตามธรรมชาติซึ่งมักจะเป็นการควบคุมธาตุพื้นฐานรอบกาย เช่นอสรพิษเหินหาวที่สามารถควบคุมธาตุแห่งพิษร้ายและราชันย์แรดวารีที่สามารถควบคุมธาตุน้ำ เผ่าพันธุ์อสรพิษฟ้าครามแม้ไม่มีความสามารถเช่นนั้นแต่พวกมันกลับมีพลังอันพิเศษเฉพาะซ่อนเร้นอยู่ นั่นก็คือพลังธาตุแห่งจักรวาลซึ่งจะยังไม่อาจบรรลุได้แม้จะเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติแล้วก็ตาม หากแต่ต้องรอจนเมื่อเข้าถึงระดับหลอมรวมกับฟ้าจึงสามารถใช้ออกได้

พลังแห่งการเคลื่อนย้ายในพริบตานั้นจะช่วยให้อสรพิษฟ้าครามสามารถเข้าถึงสถานที่ลับและแหล่งขุมทรัพย์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย หลังจากนี้จอมอสรพิษฟ้าครามคงเดินทางออกจากทะเลสาบตะวันออกเข้าสู่โลกกว้างเพื่อค้นหาสมบัติตามธรรมชาติที่จะช่วยให้มันรุดหน้าไปตามเส้นทางแห่งความเป็นอมตะต่อไป

“เมื่อใดที่มันเข้มแข็งขึ้นมันคงต้องกลับมาแก้แค้นข้าอย่างแน่นอน” จากกุญแจที่จะนำไปสู่โชคลาภจอมอสรพิษฟ้าครามกลับกลายเป็นศัตรูอันร้ายกาจที่มิอาจอยู่ร่วมฟ้า เที้ยมู่ซานยิ่งครุ่นคิดยิ่งขุ่นแค้นจนต้องส่งเสียงกู่ร้องยาวนานเพื่อระบายความอัดอั้นในอกออกไป

……….

ธงทั้งแปดผืนอันเป็นรากฐานแห่งค่ายกลอันทรงพลังถูกเก็บคืนกลับไป ร่างของเที้ยมู่ซานกลับคืนสู่โลกภายนอกอีกครั้ง ปี้อ้านที่คืนสู่รูปลักษณ์ของชายชุดดำรีบรุดเข้ามารับหน้า

เมื่อเห็นสีหน้าอันบิดเบี้ยวปั้นยากของผู้เป็นนาย ปี้อ้านคาดเดาผลลัพธ์ได้รางๆจึงรีบชิงกล่าว “นายท่านโปรดระงับโทสะ จอมอสรพิษฟ้าครามเมื่อโง่เขลาจนยินยอมตายไม่ยอมสยบ ก็สมควรแล้วที่จะทิ้งชีวิตอยู่ในค่ายกล”

“มันยังไม่ตาย” เที้ยมู่ซานแค่นเสียงเย็นชา

“นี่จะเป็นไปได้อย่างไร” ปี้อ้านกล่าวถามด้วยความงุนงง มันรอคอยอยู่ภายนอกไม่อาจเห็นเหตุการณ์โดยชัดเจน ยิ่งไม่อาจรับรู้ถึงเรื่องราวเบื้องหลังอันซับซ้อน

“ในยามคับขันมันพลันเข้าถึงพลังแห่งจักรวาลธาตุ ใช้พลังเคลื่อนย้ายในพริบตาหนีไปได้ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเจ้าเด็กจากตระกูลจี้นั้นแต่เพียงผู้เดียว มันกับจอมอสรพิษฟ้าครามประมือและเร่งเร้าระดับความรุดหน้าซึ่งกันและกัน ส่งผลให้จอมอสรพิษฟ้าครามสามารถหลอมรวมกับฟ้าได้สำเร็จในช่วงเวลาแห่งความเป็นตาย หากข้าไม่อาจแล่เนื้อถลกหนังเจ้าเด็กผู้นั้น ข้าคงไม่อาจระบายความแค้นในใจออกไปได้”

ปี้อ้านรีบกล่าวรายงาน “นายท่านไม่ต้องกังวล ข้าลอบใช้หนามดำที่ชุบด้วยน้ำจากบุปผชาติน้ำแข็งซัดใส่ร่างของมันไว้แล้ว ขอเพียงเราปล่อยแตนน้ำแข็งออกไป ต้องสามารถตามตัวมันจนพบ”

เที้ยมู่ซานผงกศีรษะชมเชย ปลดถุงผ้าสีเทาที่ข้างเอวออกมาแก้เปิดปากถุง ตัวแตนที่โปร่งใสราวกับสลักขึ้นมาจากก้อนน้ำแข็งบินออกมาจากก้นถุงอย่างรวดเร็ว เที้ยมู่ซานสองนายบ่าวรีบเร่งติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

เมื่อเหนือทะเลสาบกลับคืนสู่ความเงียบสงบ ศีรษะโตใหญ่ของจอมอสรพิษฟ้าครามก็โผล่ขึ้นพ้นผิวน้ำจ้องมองไปในทิศทางที่คนทั้งหมดผละจากไป ตัวมันเองก็มีความรู้สึกที่ดีต่อเด็กหนุ่มยอดฝีมือที่มีส่วนช่วยให้มันมีความสำเร็จในวันนี้ หากมันก็รู้ตัวว่าพลังเคลื่อนย้ายในพริบตานั้นไม่ว่าลึกล้ำถึงเพียงไหนก็เป็นเพียงพลังในการเคลื่อนไหวมิใช่พลังในการสยบคู่ต่อสู้ ตัวมันในตอนนี้ยังห่างไกลจากเที้ยมู่ซานอีกมากนัก จอมอสรพิษฟ้าครามส่งเสียงคำรามแผ่วเบาคล้ายทอดถอนคล้ายตัดพ้อ ร่างอันงดงามหายลับไปจากทะเลสาบตะวันออกในชั่วพริบตา

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s