เล่มที่2 บทที่18: ค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์

Desolate Era เล่ม2: ทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

บทที่ 18: ค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์

“อสรพิษเหินหาว?” จี้หนิงขมวดคิ้วทวนคำ “เกิดเรื่องอันใดขึ้น ตระกูลจี้เราระดมยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติหลายคนเข้าปิดล้อมทะเลสาบอสรพิษเหินหาวไว้ หรือมันยังจะสามารถหนีรอดไปได้?”

ว่านฟางส่ายศีรษะ “หากมันเพียงแค่หลบหนีไปได้ย่อมมิใช่เรื่องใหญ่อันใด ที่คิดไม่ถึงคือการที่ยอดฝีมือเหนือธรรมชาติฝ่ายเราเฝ้าคุมเชิงกดดันและจู่โจมใส่มันหลายครั้งครา สุดท้ายกลับเป็นการช่วยให้มันบรรลุระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุดได้”

ในที่สุดจี้หนิงรับรู้ถึงความหนักหนาของเรื่องราวแล้ว สัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสุดยอดนั้นมิใช่เรื่องล้อเล่น กระทั่งในทะเลสาบแห่งขุนเขาตะวันออกแห่งนี้ก็มีเพียงสัตว์อสูรโบราณ ‘คางคกหิมะ’ เท่านั้นที่บรรลุถึงขั้นนี้ได้

“ขบวนยอดฝีมือเหนือธรรมชาติของตระกูลจี้เราก็ทำได้แค่ใช้สมบัติวิเศษในการรักษาชีวิตเอาไว้ จากนั้นก็ได้แต่เบิ่งตาดูอสรพิษเหินหาวหายตัวไปต่อหน้าต่อตา เมื่อท่านอาจารย์ทราบเรื่องก็รีบออกเดินทางไปไล่ล่ามันทันที”

ว่านฟางทอดถอนใจกล่าวต่อ

“ทว่าอสรพิษเหินหาวเดิมก็มากด้วยอิทธิฤทธิ์สามารถขึ้นฟ้าลงวารีได้อยู่แล้ว ยามนี้ทั้งพลังและความเร็วล้วนสูงขึ้นอีก เมื่อมันหลบหนีลงน้ำเกรงว่ากระทั่งสาวกตำหนักม่วงก็ยังยากจะไล่ตามทัน ดังนั้นเมื่อท่านอาจารย์มิอาจสังหารมันในการไล่ล่าครั้งนี้จึงสั่งให้ข้ารีบมากำชับนายน้อยให้ระวังตัวให้ดี จะอย่างไรนายน้อยเป็นผู้สังหารบุตรชายของมัน”

“ทราบแล้วศิษย์พี่” จี้หนิงผงกศีรษะรับด้วยสีหน้าจริงจัง “คิดไม่ถึงอสรพิษเหินหาวประสบวาสนาในคราเคราะห์กลับสามารถมีพลังฝีมือรุดหน้าขึ้นไปอีก เช่นนี้ข้าคงต้องรีบเดินทางออกจากเผ่าหินเหล็กแล้ว”

“สัตว์อสูรโบราณเยี่ยงอสรพิษเหินหาวนั้นสั่งสมประสบการณ์และพลังธรรมชาตินับพันปีในร่างเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เมื่อภาวะเงื่อนไขสุกงอมย่อมสามารถทะลวงฝ่าไปสู่อีกระดับขั้น” ว่านฟางกล่าวเสริม

“บัดนี้เมื่อนายน้อยได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด ภารกิจของข้าก็นับว่าสิ้นสุดลง”

จี้หนิงนึกถึงคำมั่นที่ให้ไว้ต่อชาวเผ่าหินเหล็กจึงรีบกล่าวว่า “ศิษย์พี่ว่านฟาง บรรดานักรบที่ถูกสังหารที่เบื้องนอกล้วนเป็นคนของเผ่าภูผาทมิฬซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี้ ข้าอยากจะรบกวนท่านให้เดินทางไปคาดโทษพวกมัน อย่าได้บังอาจมาก่อเรื่องที่นี้อีก”

“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” ว่านฟางรับคำ

ภายในวันนั้น จี้หนิงนำม่ออู่และชิวเยี่ยเดินทางออกจากเผ่าหินเหล็ก โดยจงใจปกปิดร่องรอยมิได้บอกจุดหมายปลายทางต่อผู้ใด

………

หนึ่งเดือนหลังจากที่อสรพิษเหินหาวเลื่อนชั้นขึ้นสู่ระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูงสุด สถานการณ์กลับสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง

ในครั้งนั้น เมื่ออสรพิษเหินหาวทะลวงฝ่าวงล้อมออกจากทะเลสาบ มันระบายความโกรธแค้นด้วยการกัดกินและสังหารชนเผ่าที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึงออกค้นหาตัวจี้หนิงเพื่อล้างแค้นหากทว่าคว้าน้ำเหลว

ครึ่งเดือนถัดมามันเผชิญหน้ากับจี้ยี่ฉวนอีกครั้ง แต่น่าสมเพชที่แม้ว่าตัวมันจะมีความรุดหน้ามากขึ้นถึงเพียงไหนสุดท้ายยังคงถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ต้องอาศัยความรวดเร็วที่เป็นจุดเด่นหนีหัวซุกหัวซุนจากไป บทสรุปสุดท้ายของมันก็คือหากเมื่อใดที่พบเห็นจี้ยี่ฉวนให้รีบหลบหนีทันที!

ภายหลังจากนั้น ‘สันเขาพิราบพิษ*’ ได้เสนอหน้าออกมาไกล่เกลี่ยจนได้ข้อตกลงกับห้าเขตปกครองของตระกูลจี้ว่า สัตว์อสูรอสรพิษเหินหาวจะถูกกักบริเวณ ห้ามออกจากพื้นที่ทะเลสาบอสรพิษเหินหาวเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี

………

วันเวลายังคงหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ฤดูร้อนย่างเข้าปกคลุมทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

เงาร่างสองสายหมอบซุ่มอยู่ในพงวัชพืชน้ำ ผู้หนึ่งถักเปียบนศีรษะมีรัศมีแห่งความชั่วร้ายฉายออกจากร่าง อีกผู้หนึ่งกำยำล่ำสันแต่งกายด้วยสีดำสนิท

“ข่าวสารที่ได้รับมาคงไม่ผิดพลาดกระมัง?” ชายผู้ชั่วร้ายเอ่ยขึ้น “พวกเรามาดักซุ่มรออยู่ที่นี้ถึงสามวันแล้ว”

ชายชุดดำพยักหน้าด้วยความมั่นใจ “ไม่ผิดแน่ ทุกสิบกว่าวันจะมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งมาท้าทายประลองฝีมือกับจอมอสรพิษฟ้าครามในพื้นที่แถบนี้ นายท่านไม่ต้องกังวล เมื่อถึงเวลาจอมอสรพิษฟ้าครามจะปรากฎตัวขึ้นแน่นอน จากนั้นขอเพียงมันพาตัวเข้าสู่ค่ายกลมันจะไม่มีทางหนีรอดออกไปได้”

“ถูกแล้ว” ชายผู้ชั่วร้ายสงบลง “ข้าเตรียมการสำหรับวันนี้มาเนิ่นนาน ทั้งยังจ่ายเงินทองมหาศาลเพื่อซื้อหาค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์นี้มา ถึงอย่างไรข้าก็ต้องจับจอมอสรพิษฟ้าครามกลับไปเป็นสัตว์อสูรของข้าให้ได้!”

“ขอเพียงจอมอสรพิษฟ้าครามเข้าสู่ค่ายกล ความเป็นความตายของมันย่อมอยู่ในเงื้อมมือของนายท่านแต่เพียงผู้เดียว”

ชายผู้ชั่วร้ายหัวเราะชอบใจในคำพูดของชายชุดดำก่อนสอบถาม “เจ้าสืบรู้มาหรือไม่ว่าเด็กหนุ่มที่เดินทางมาต่อสู้กับจอมอสรพิษฟ้าครามนั้นเป็นผู้ใด?”

ชายชุดดำส่ายหน้า “ยังมิอาจระบุมั่น แต่ข้ารู้จักอัจฉริยะอายุเยาว์ของตระกูลเที้ยมู่เราทุกคน เจ้าเด็กผู้นี้มิใช่หนึ่งในคนเหล่านั้นแน่ ทว่าเพลงกระบี่ที่มันใช้ออกกลับดูคล้าย ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ ของตระกูลจี้”

“ตระกูลจี้งั้นรึ?” ประกายฆ่าฟันฉายชัดในดวงตาของชายผู้ชั่วร้าย “อายุเพียงนี้กลับสามารถต่อกรกับจอมอสรพิษฟ้าคราม หากปล่อยให้เติบใหญ่มันคงกลายเป็นจี้ยี่ฉวนคนที่สอง เมื่อเป็นเช่นนั้นข้า ‘เที้ยมู่ซาน’ จะส่งเสริมให้ตระกูลจี้ได้มีอัจฉริยะอายุเยาว์ในยมโลกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน”

………

สายัณห์เยือนกราย

“นายท่าน มันมาแล้ว!” ชายชุดดำกล่าวด้วยความตื่นเต้นพลางชี้มือไปยังร่างของเด็กหนุ่มในชุดขนสัตว์สีขาวที่เหยียบย่ำผิวน้ำท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงมาจากที่ไกลตา

เที้ยมู่ซานหันมองไปยังทิศทางที่ชายชุดดำชี้ แก้วตาหดแคบลง “ท่าร่างระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวม!”

ความคิดฆ่าฟันของมันยิ่งมายิ่งเข้มข้นขึ้น นี่ไหนเลยเพียงเป็นจี้ยี่ฉวนคนที่สอง เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถเติบโตขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลจี้ทั้งห้าเขตปกครองด้วยซ้ำ

“ปี้อ้าน** ข้ายกเจ้าเด็กผู้นี้ให้แก่เจ้า หากเจ้าไม่สามารถฆ่ามันก็จงถ่วงเวลามันเอาไว้ เมื่อจัดการจอมอสรพิษฟ้าครามแล้ว ข้าจะรีบติดตามไปสมทบ”

“ทราบแล้ว” ชายชุดดำปี้อ้านรีบรับคำด้วยความเคารพ

เที้ยมู่ซานเผยรอยยิ้มอันอำมหิต สวรรค์เข้าข้างมันที่เปิดโอกาสให้จัดการกับเด็กหนุ่มที่มากด้วยพรสวรรค์ผู้นี้ก่อนที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นภัยคุกคามในอนาคต ต่อให้อีกฝ่ายจะมีอัจฉริยภาพถึงเพียงไหน ด้วยวัยเพียงเท่านี้ย่อมไม่อาจเอาชัยมันที่คร่ำเคร่งฝึกปรือมากว่าร้อยปีได้

………

เที้ยมู่ซานและปี้อ้านยังคงเฝ้ารอคอยโอกาสอยู่ในพงวัชพืชน้ำ พื้นที่โดยรอบตกอยู่ภายใต้เขตแดนที่มันจัดตั้งขึ้น เสียง พลังชีวิต และร่องรอยของพวกมันล้วนถูกซ่อนเร้นอยู่ภายในเขตแดนจนจี้หนิงไม่อาจรับรู้ได้

“เจ้างูน้อยยังมิรีบออกมาอีก?” จี้หนิงยืนอยู่บนผิวของทะเลสาบส่งเสียงล้อเลียน สุ้มเสียงของเขาถ่ายทอดลึกลงไปในห้วงน้ำ

ชั่วไม่นาน ร่างขนาดใหญ่งดงามของจอมอสรพิษฟ้าครามก็ผุดโผล่ขึ้นเหนือน้ำ ส่งเสียงเหยียดหยาม ร่างย่อขนาดลงจนเหลือเพียงสิบกว่าเมตรซึ่งเป็นสภาพที่แข็งแกร่งที่สุด

ซึ่งความจริงผลจากการประมือกันหลายสิบครั้งจอมอสรพิษฟ้าครามเองก็ได้รับประโยชน์ไม่น้อย ที่ผ่านมามันมักอาศัยพลังพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดในการต่อสู้ แต่บัดนี้วิชาการต่อสู้ของมันมีความรุดหน้าขึ้นจนใกล้จะเข้าถึงระดับที่หลอมรวมกับฟ้าได้แล้วเช่นกัน จะอย่างไรการต่อสู้กับคู่มือที่มีฝีมือใกล้เคียงกันโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันก็เป็นหนทางการฝึกปรือที่ประเสริฐที่สุดอยู่แล้ว

“เข้ามาเลยเจ้างูน้อย” กระบี่อุดรทมิฬปรากฎขึ้นในมือทั้งสองข้างของจี้หนิง

“เมื่อใดที่ข้าบรรลุฝีมือถึงขั้นหลอมรวมกับฟ้า เมื่อนั้นจะเป็นเวลาตายของเจ้า” จอมอสรพิษฟ้าครามด่าทอจี้หนิงอยู่ในใจ

เงาร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้าสองสายพุ่งเข้าห้ำหั่นกันโดยไม่ออมรั้งยั้งมือ

………

เที้ยมู่ซานที่แอบชมการต่อสู้อยู่ด้านข้างอดมิได้ต้องครุ่นคิดขึ้น “เพลงกระบี่ของมันกลับบรรลุระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมแล้วเช่นกัน มิหนำซ้ำกระบี่ในมือทั้งสองข้างล้วนใช้ออกอย่างสมบูรณ์แบบ ตัวมันที่ยังไม่บรรลุระดับเหนือธรรมชาติก็สามารถต่อสู้กับสัตว์เทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติได้อย่างสูสี หากวันนี้ไม่อาจปลิดชีวิตมันลง วันหน้าคาดว่าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว”

ค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์กินพื้นที่กว้างใหญ่ไม่น้อย แต่ยังมิอาจครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของทะเลสาบในช่วงนี้ เที้ยมู่ซานได้แต่รอคอยอย่างจดจ่อให้คู่ต่อสู้ทั้งสองเหยียบย่ำเข้าไปในค่ายกล

“อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น…”

เที้ยมู่ซานสะกดกลั้นความตื่นเต้นและความต้องการลงมือเอาไว้อย่างสุดกำลัง มันทราบดีว่าหากก่อกวนจนจอมอสรพิษฟ้าครามตื่นตัวขึ้นและดำหนีลงใต้ทะเลสาบ ความฝันในการจับตัวอีกฝ่ายจะพังทลายลงทันที

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป บางครั้งจี้หนิงเป็นฝ่ายถูกหางฟาดร่างกระเด็นกระดอนไปตามผิวน้ำ บางครากระบี่อุดรทมิฬสามารถสร้างบาดแผลให้แก่จอมอสรพิษฟ้าคราม ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด เฉียดใกล้และถอยห่างจากค่ายกล ทำร้ายจนเที้ยมู่ซานแทบเสียสติด้วยความคลุ้มคลั่ง

ทันใดนั้นเอง…

“พวกมันเข้าสู่ค่ายกลแล้ว!” ดวงตาของเที้ยมู่ซานแดงก่ำ ไม่สนใจว่าจี้หนิงและจอมอสรพิษฟ้าครามเพิ่งเฉียดเข้าริมขอบของค่ายกลไปเพียงเล็กน้อย ด้วยเกรงกลัวว่าทั้งคู่จะถอยออกจากค่ายกลอีก

“อยู่!” เที้ยมู่ซานตะโกนก้อง สั่งการให้ค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ทำงาน

ร่างของจี้หนิงที่ชายขอบของค่ายกลพลันรู้สึกเย็นเยือกจับใจ ความหวาดหวั่นที่ไม่อาจอธิบายแล่นผ่านในหัวของเขา ประสาทสัมผัสอันฉับไวบอกเขาว่าอันตรายถึงชีวิตกำลังจะบังเกิดหากเขาไม่รีบหลบหนีเดี๋ยวนี้

จี้หนิงตัดสินใจล่าถอยทันที เขาระดมพลังทั้งมวลที่มีลงในท่าร่างล่าถอยออกจากพื้นที่ของค่ายกลหยินหยางสองลักษณ์ก่อนที่ค่ายกลจะเริ่มทำงานได้อย่างหวุดหวิด

………

ร่างของจี้หนิงที่เพิ่งล่าถอยหลุดพ้นออกจากชายขอบของค่ายกลสังเกตเห็นความปั่นป่วนอันน่าสะพรึงกลัวที่เบื้องหน้า ลำแสงสีดำและขาวจำนวนนับไม่ถ้วนสานตัวขึ้นเป็นร่างแหครอบคลุมพื้นที่เอาไว้ พลังของสมบัติวิเศษที่ถูกใช้ออกโดยผู้ฝึกพลังปราณระดับเหนือธรรมชาติชั้นสูงปะทุออกมากระแทกสะเทือนหัวใจของเขาจนสั่นสะท้าน

“จอมอสรพิษฟ้าครามยังตกอยู่ในค่ายกล” หัวใจของจี้หนิงตกวูบลง หลังจากที่ประมือกันหลายครั้ง จี้หนิงบังเกิดความผูกพันกับอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก

แต่แล้วบุรุษชุดดำผู้หนึ่งพลันลอยตัวออกจากพงวัชพืชน้ำเข้าจู่โจมใส่จี้หนิง ร่างกำยำกลับกลายเป็นพยัคฆ์ปี้อ้านสีดำสนิทที่กลางอากาศส่งเสียงคำรามลั่นท้องทะเลสาบ

“พยัคฆ์ปี้อ้าน?” จี้หนิงทราบกระจ่างในที่สุด ทอดตาทั่วเทือกเขานางแอ่น ยอดฝีมือเหนือธรรมชาติที่มีสัตว์อสูรเป็นพยัคฆ์ปี้อ้านมีเพียงผู้เดียว นั่นคือยอดฝีมือแห่งตระกูลเที้ยมู่ เที้ยมู่ซาน!

จี้หนิงบังเกิดความคิดล่าถอยในทันที เขาทราบดีถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับสุดยอดฝีมือเช่นเที้ยมู่ซาน

ทันใดนั้นร่างของพยัคฆ์ปี้อ้านที่มีขนาดกว่าสามสิบเมตรก็โถมเข้ามาถึง จี้หนิงสามารถสังเกตเห็นแผงขนที่ขึ้นชี้ชันราวกับพัดขนาดใหญ่ที่รอบคอและดวงตาสีเขียวปัดของมันได้อย่างชัดเจน

“เด็กน้อยตระกูลจี้มอบชีวิตมา!”

จี้หนิงรีบยกกระบี่ในมือขึ้นต้านทานกระแทกร่างของพยัคฆ์ปี้อ้านให้กระดอนออกห่าง

ท่ามกลางเสียงร้องอันสิ้นหวังของจอมอสรพิษฟ้าครามที่ดังลอดออกมาจากค่ายกล จี้หนิงหันร่างกลับตระเตรียมหลบหนีอย่างสุดกำลัง “เจ้างูน้อย หวังว่าเจ้าจะเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้”

………………………………………………………………………………………………………………………………

* ชื่อนี้โผล่ขึ้นมาครั้งแรกโดยที่ไม่ได้กล่าวถึงมาก่อนที่ไหน เข้าใจว่าน่าจะเป็นสมาพันธ์ของพวกสัตว์อสูรในพื้นที่เทือกเขานางแอ่น

** ปี้อ้าน เป็นชื่อของหนึ่งในบุตรทั้งเก้าของเทพมังกร มีรูปร่างคล้ายพยัคฆ์ กล้าหาญและรักความยุติธรรม จึงมักใช้เป็นสัญลักษณ์ตกแต่งประตูเรือนจำและศาล – ในที่นี้คาดว่าคงขอยืมชื่อมาใช้หรือไม่ก็เป็นแค่หลานเหลนสืบสายมาแบบห่างๆ เลยเป็นแค่เสือธรรมดา อ่านข้อมูลเพิ่มเติมตามลิงค์ด้านล่างได้ครับ

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000076377

http://www.chinesetimeschool.com/en-us/articles/nine-sons-of-the-dragon–bi-an/

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s