เล่มที่2 บทที่16: บรรณาการขนสัตว์

Desolate Era เล่ม2: ทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

บทที่ 16: บรรณาการขนสัตว์

วันนี้ยังคงเป็นเช่นทุกวันที่ผ่านมา ชิวเยี่ยออกมายืนเหม่อมองที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ชุดขนสัตว์ที่ถูกตัดเย็บขึ้นอย่างรับรูปช่วยขับเน้นเรือนร่างที่งดงามตามธรรมชาติของนางให้ดูมีเสน่ห์รัดรึงยิ่งขึ้นไปอีก

บุรุษเผ่าหินเหล็กไม่ว่าชราหรือเยาว์วัยล้วนอดมิได้ต้องแอบชะเง้อมองหญิงสาวที่ถูกยอมรับว่างดงามกว่าหญิงใดในพื้นที่แถบนี้เพิ่มขึ้นอีกสักหลายครา ที่ผ่านมาชายฉกรรจ์ชาวเผ่าล้วนพยายามหาโอกาสแสดงความเข้มแข็งกล้าหาญต่อหน้านาง หากทว่าพวกมันไหนเลยสามารถสร้างความประทับใจเหนือเงาร่างในใจของนางได้?

“ที่แม่นางชิวเยี่ยเฝ้ารอคอยคือนายน้อยของนางกระมัง?”

“ถูกแล้ว ข้าได้ยินจากท่านลุงต้าลาที่เพิ่งเดินทางกลับมาว่านายน้อยของนางมีฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งคาด ในเวลาชั่วพริบตาเดียวก็สังหารองครักษ์เกราะฟ้าที่น่ากลัวนับร้อยคนจนหมดสิ้น”

“คงมีเพียงนายน้อยที่แข็งแกร่งผู้นั้นที่เหมาะสมคู่ควรกับนาง”

“น่าเสียดายที่นายน้อยผู้นั้นต้องมาเผชิญกับสัตว์อสูรยักษ์ ข้ายังได้ยินมาว่าในยามพิโรธมันสามารถเปลี่ยนแปลงผืนแผ่นดินให้กลับกลายเป็นทุ่งน้ำแข็ง ไม่ทราบมีผู้คนมากมายเท่าใดต้องแข็งตัวตาย แม้แต่ท่านลุงต้าลาเองก็ยังต้องหลบหนีเอาตัวรอดกลับมาก่อน หากนายน้อยผู้นั้นมีอันเป็นไป แม่นางชิวเยี่ยคงต้องมองหาบุรุษอื่นแล้ว…”

………

ชิวเยี่ยยังคงทอดสายตาลึกเข้าไปในป่าเขาเบื้องหน้า เฝ้ารอคอยบุรุษที่มีค่าที่สุดในชีวิตของนางด้วยความอดทน

“ชิวเยี่ย” ร่างแข็งแกร่งทรงพลังของม่ออู่เดินติดตามมาถึง “เจ้ากลับไปพักบ้างเถิด เมื่อนายน้อยมาถึง เวรยามของหมู่บ้านย่อมต้องแจ้งต่อเจ้าเอง”

ชิวเยี่ยเพียงสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ม่ออู่ได้แต่นั่งลงบนตอไม้ข้างเคียงเป็นเพื่อนนาง ใบหน้าของมันก็มีเค้าความกลัดกลุ้มกังวล นับตั้งแต่ที่ต้าลาเดินทางกลับมาถึงและแจ้งให้ทุกคนทราบว่าจี้หนิงต่อสู้กับราชันย์แรดวารีเพื่อเปิดโอกาสให้พวกมันหลบหนี ไม่ว่าในจิตใจของม่ออู่จะเชื่อมั่นในตัวนายน้อยของมันถึงเพียงไหน เวลาที่ผ่านพ้นก็กัดกร่อนความเชื่อมั่นนั้นลงไปทีละน้อย

ระยะเวลาที่ต้าลาใช้ในการเดินทางจากรังของราชันย์แรดวารีกลับมาถึงเผ่าหินเหล็กยาวนานถึงสองวัน หากจี้หนิงยังปลอดภัยดีเขาสมควรเดินทางกลับมาถึงเนิ่นนานแล้ว

“หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนายน้อย พวกเราคงไม่อาจรอดพ้นจากชะตากรรมเช่นเดียวกัน”

ตระกูลใหญ่เช่นตระกูลจี้ล้วนตรากฎไว้อย่างเข้มงวด ข้าทาสที่บกพร่องต่อหน้าที่พิทักษ์รักษาผู้เป็นนายล้วนต้องถูกประหารโดยไม่ละเว้น

ทันใดนั้นเองเงาร่างที่คุ้นตาสายหนึ่งก็ปรากฎแก่สายตาของม่ออู่และชิวเยี่ย

“นายน้อย!” ชิวเยี่ยวิ่งโผเข้าหาเงาร่างสายนั้นทันที

“รายงานด่วนเข้าไป มีคนต่างถิ่นเดินทางมาถึง สมควรเป็นนายน้อยของแม่นางชิวเยี่ย” หน่วยเวรยามที่หน้าประตูหมู่บ้านรีบส่งคนเข้าไปรายงานต่อชนชั้นผู้นำของเผ่าเช่นกัน

………

“ข้ากลับมาแล้ว”

ชิวเยี่ยจ้องมองรอยยิ้มที่เคยคุ้นของเด็กหนุ่มในชุดขนสัตว์สีขาว ตลอดระยะเวลาแห่งการรอคอย นางเฝ้าตักเตือนตนเองให้สะกดระงับความหวาดกลัวและความคิดฟุ้งซ่านต่างต่างนานา ยามนี้เมื่อเห็นว่านายน้อยของนางเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย ความวิตกกังวลทั้งหลายก็กลายสภาพเป็นสายน้ำสองสายไหลรินออกมา

“นายน้อย… ข้า… ข้า…”

จี้หนิงเหลือบตาไปเห็นกลุ่มของต้าลาและชายแขนเดียวที่มุ่งหน้าออกมาจากหมู่บ้าน เขาพอจะคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้ จึงส่งเสียงหัวเราะพลางกล่าวหยอกล้อให้นางอารมณ์ดีขึ้น

“ดูเจ้ากลับวิตกกังวลถึงเพียงนี้ ต่อให้ข้าเดินทางกลับมาช้าไปสักหลายวันแต่ราชันย์แรดวารีอันต่ำต้อยไหนเลยทำอย่างไรกับนายน้อยของเจ้าได้”

ชิวเยี่ยสูดลมหายใจข่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ กล่าวด้วยความยินดี “นายน้อยกลับสังหารสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติลงได้!” ในจิตใจของนางกำหนดจี้หนิงไว้เหนือทุกเรื่องราว เขาเป็นทั้งเจ้าชีวิตและสมาชิกครอบครัวคนสำคัญ นางย่อมตื่นเต้นยินดีต่อทุกความสำเร็จของเขา

จี้หนิงลดเสียงลง “อย่าเพิ่งกระจายข่าวนี้ออกไป”

“ทราบแล้วนายน้อย” ชิวเยี่ยรีบรับคำ

“มาเถอะ จงพาข้าไปชมว่าชาวเผ่าหินเหล็กมีความเป็นอยู่อย่างไร”

จี้หนิงติดตามชิวเยี่ยเข้าเขตหมู่บ้าน หลังจากที่ใช้ช่วงเวลาอันสันโดษในป่าเขาคิดทบทวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการต่อสู้ที่ผ่านมาและทำความเข้าใจกับระดับชั้นฟ้ามนุษย์หลอมรวมที่เขาเพิ่งเข้าถึง ยามนี้เขากลับสู่อารมณ์ของเด็กหนุ่มผู้อยากรู้อยากเห็นในชีวิตของเหล่าชนเผ่าอีกครั้ง

ต้าลาและเหล่าแกนนำของชนเผ่าออกมายืนต้อนรับจี้หนิงที่ทางเข้าหมู่บ้าน ผู้นำชนเผ่าของเผ่าหินเหล็กเป็นชายชราผมขาวที่ศีรษะล้านไปครึ่งหนึ่ง ชายชรารีบเดินนำทั้งหมดเข้ามาคำนับ “ไต้สุนแห่งเผ่าหินเหล็กกราบพบนายน้อยผู้มีพระคุณช่วยชีวิตชาวเผ่า พวกเราทุกคนต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของท่าน”

จี้หนิงยิ้มรับ “คำผู้มีพระคุณไม่กล้ารับ ข้าตั้งใจจะพักอยู่ที่เผ่าหินเหล็กนี้ชั่วเวลาหนึ่ง ขอท่านผู้นำชนเผ่าโปรดกำชับให้ผู้คนอย่าได้รบกวนพวกเรา”

“ทราบแล้ว ทราบแล้ว” ชายชราผงกศีรษะระรัว

“ต้าลา” จี้หนิงหันไปหาเรียกหาชายร่างใหญ่ที่รีบก้าวออกมารับหน้าด้วยความตื่นเต้นตื้นตัน “นายน้อย ต้าลายินดียิ่งนัก… ข้า…”

“ไม่ต้องพูดแล้ว” จี้หนิงหัวเราะ “เจ้าช่วยเหลือข้ามากมายในช่วงเวลาที่เดินทางในทะเลสาบตะวันออก ข้ายังสัญญาว่าจะตกรางวัลให้แก่เจ้าเมื่อข้ากลับถึงเผ่าหินเหล็ก” จี้หนิงยื่นทองคำขนาดสามหัวสัตว์ร้ายให้แก่ต้าลาที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก สร้างความอิจฉาเลื่อมใสให้แก่ผู้พบเห็นทั้งหมด

จี้หนิงย่อมไม่กังวลสนใจต่อปฏิกริยาของเหล่าชนเผ่า ทองคำจำนวนนี้เพียงเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเขา ทว่าเขาก็ทราบดีว่าการให้รางวัลที่สูงค่าเกินไปรังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชายผู้ซื่อสัตย์ เขาหันไปพยักหน้าชักชวนม่ออู่และชิวเยี่ยเดินเข้าไปในส่วนลึกของหมู่บ้าน

………

ภายในหมู่บ้านเผ่าหินเหล็ก

“นายน้อย” ชิวเยี่ยรินสุราจัดเตรียมอาหารให้แก่จี้หนิง “เมื่อหนึ่งเดือนก่อนตอนที่เพิ่งมาถึงเผ่าหินเหล็ก พวกเราได้รับการติดต่อจากตระกูลจี้”

จี้หนิงพยักหน้า ในระหว่างที่เดินทางพวกเขามักอาศัยเครือข่ายข่าวสารและหน่วยลาดตระเวณของตระกูลจี้ในการติดต่อกับเมืองเขตปกครองเป็นเรื่องปกติ

“มีจดหมายส่งมาถึงท่าน” ชิวเยี่ยหยิบม้วนจดหมายจากในแขนเสื้อส่งให้แก่จี้หนิง

จี้หนิงคลี่ม้วนจดหมายออกอ่าน สีหน้าระบายเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นจดหมายที่ท่านแม่ส่งถึงเขา ใจความภายในเป็นเรื่องสัพเพเหระและการแสดงความห่วงใยตามปกติ แต่กับเขาที่เพิ่งผ่านห้วงแห่งความเป็นความตายมาไม่นาน สิ่งนี้สร้างความอบอุ่นให้แก่หัวใจของเขาอย่างที่สุด

“ชิวเยี่ยเจ้าไปพักผ่อนเถิด หลายวันมานี้สร้างความเหน็ดเหนื่อยแก่เจ้ามากแล้ว”

“ข้าสบายดี” ชิวเยี่ยรีบกล่าวทักท้วง

จวบกระทั่งจี้หนิงยืนยันว่านั่นเป็นคำสั่ง ชิวเยี่ยจึงยินยอมกลับห้องของนางไปพักผ่อน

………

เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน

หนึ่งเดือนที่ผ่านมาจี้หนิงใช้เวลาส่วนใหญ่ทบทวนเพลงกระบี่ภายในเผ่าหินเหล็ก ทุกสิบกว่าวันจะเดินทางเข้าสู่ทะเลสาบตะวันออกคราหนึ่ง

วันนี้จี้หนิงนั่งอยู่ที่ชานพักหน้าบ้านชื่นชมบรรยากาศอันสงบสุขของชาวเผ่าหินเหล็ก “ที่แห่งนี้เล็กกว่าเมืองเขตปกครองตะวันตกหลายเท่าตัวแต่กลับสุขสงบกว่ามากมายนัก ยามเช้าออกทำงาน ยามค่ำกลับเข้าพักผ่อน ทุกผู้คนรักใคร่สมัครสมานดุจพี่น้อง…”

ทันใดนั้นเองบรรยากาศรอบข้างพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงราวกับเกิดกลียุค

“เร็วเข้า รีบด่วนด้วย”

“ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจงรีบหลบไปให้หมด”

“รีบมัดสิ่งของให้เสร็จเดี๋ยวนี้”

จี้หนิงกระโดดลงจากบ้านพักรั้งตัวเด็กหนุ่มที่วิ่งผ่านมาผู้หนึ่งเอาไว้

“นายน้อย” เมื่อพบว่าผู้ที่รั้งตนเองไว้คือจี้หนิง เด็กหนุ่มผู้นั้นจึงได้หยุดนิ่งลงกล่าวทักทายด้วยความเคารพ

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

“ตัวแทนจาก ‘เผ่าภูผาทมิฬ’ กำลังมา!” เด็กหนุ่มรีบตอบด้วยความร้อนรน “พวกมันจะมาเรียกเก็บบรรณาการขนสัตว์จากพวกเรา พวกเราต้องรีบไปเก็บซ่อนขนสัตว์ชั้นดีเอาไว้ไม่ให้มันหาพบได้ นายน้อย… ข้าเองก็ต้องรีบไปแล้ว”

จี้หนิงพยักหน้ารับรู้ “ไปเถิด”

ชิวเยี่ยที่ยืนติดตามลงมากล่าวเสริมขึ้น “เผ่าภูผาทมิฬเป็นชนเผ่าขนาดใหญ่ที่มีประชากรหลายหมื่นคน แต่ละปีชนเผ่าขนาดเล็กรอบข้างต้องจ่ายบรรณาการให้แก่พวกมัน”

หัวคิ้วของจี้หนิงขมวดเข้าหากัน “ดินแดนแห่งนี้เป็นของตระกูลจี้ มีเพียงตระกูลจี้ที่มีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีและเครื่องบรรณาการ ชนเผ่าภูผาทมิฬถือดีอย่างไรจึงกล้าเรียกเก็บบรรณาการขนสัตว์?”

ระบบจัดเก็บภาษีของจักรวรรดิเซี่ยนั้นเป็นไปอย่างชัดเจน ตระกูลจี้เรียกเก็บภาษีจากชนเผ่าในพื้นที่เขตปกครอง จากนั้นจึงนำส่งให้แก่จักรวรรดิเซี่ย

“ตามหลักการแล้วสมควรเป็นเช่นนั้น” ชิวเยี่ยอธิบาย “แต่ชนเผ่าเล็กๆเหล่านี้ไหนเลยกล้าบ่ายเบี่ยงปฏิเสธ หากชนเผ่าภูผาทมิฬยกกำลังเข้าโจมตี ชนเผ่าของพวกมันจะประสบชะตากรรมล่มสลาย ผู้คนถูกนำไปขายเป็นทาส”

จี้หนิงทอดถอนใจยาวนาน ถูกต้องแล้ว พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของเขตปกครองอาศัยอยู่ด้วยชนเผ่ามากมายหลายหลาก ตระกูลจี้ไหนเลยสามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างพวกมันได้ทั้งหมด นี่ไม่เพียงแต่เป็นปัญหาของตระกูลจี้ กระทั่งจักรวรรดิเซี่ยเองไหนเลยมีปัญญายุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทของเขตปกครองแต่ละแห่งที่มีอยู่นับไม่ถ้วนได้

ถึงตอนนี้ จี้หนิงและชิวเยี่ยสามารถมองเห็นกลุ่มคนที่สวมชุดเกราะกึ่งชุดขนสัตว์เที่ยวตรวจค้นตามบ้านหลังต่างๆ โดยมีชายชราผู้นำเผ่าหินเหล็ก ต้าลา และชนชั้นผู้นำของเผ่าติดตามอยู่ด้านหลัง ทั้งหมดได้แต่ปล่อยให้คนกลุ่มนั้นกระทำการตามอำเภอใจโดยมิกล้าขัดขวาง

ผู้นำของกองกำลังจากเผ่าภูผาทมิฬที่มีฉายาว่า ‘เกราะกล้าแกร่ง’ ควบคุมการตรวจค้นอย่างพึงพอใจ การได้แสดงอำนาจเหนือชาวเผ่าที่อ่อนแอกว่าเป็นเรื่องที่มันชมชอบที่สุด หากผู้คนเหล่านี้กล้าแสดงอาการต่อต้านขัดขืน นักรบหนึ่งร้อยคนที่ติดตามมันมาสามารถลงมือทำลายล้างชนเผ่าทั้งเผ่าลงได้อย่างง่ายดาย

เมื่อสายตาของนักรบเผ่าภูผาทมิฬมองมาพบชิวเยี่ย ลมหายใจของทั้งหมดแทบขาดห้วง พวกมันไหนเลยเคยพบเห็นสตรีที่งดงามปานนี้มาก่อน ดวงตาของเกราะกล้าแกร่งเปล่งประกายแห่งความกระหายอย่างแรงกล้า มันส่งเสียงหัวเราะดังลั่นพลางสาวเท้าเข้าหาชิวเยี่ย

จี้หนิงข่มโทสะในใจ หัวหน้านักรบชนเผ่าที่โอหังบังอาจเบื้องหน้าใช้สายตาของการ ‘สำรวจดูสินค้า’ จ้องมองชิวเยี่ย ไม่ปิดบังอำพรางความความละโมบต่อเรือนร่างของนางแม้แต่น้อย

“แม่นางน้อยท่านนี้ เสื้อขนสัตว์บนร่างของเจ้าตัดเย็บได้อย่างงดงามยิ่งนัก เจ้าเป็นผู้ตัดเย็บเองหรือ? เจ้าเด็กน้อยด้านข้างนี้เป็นน้องชายของเจ้าหรือ?”

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

2 thoughts on “เล่มที่2 บทที่16: บรรณาการขนสัตว์”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s