เล่มที่2 บทที่14: จอมอสรพิษฟ้าคราม

Desolate Era เล่ม2: ทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

บทที่ 14: จอมอสรพิษฟ้าคราม

“หรือจะเป็นจอมอสรพิษฟ้าครามนั้น?” จี้หนิงชะงักท่าร่างลงชั่วขณะตระเตรียมเปลี่ยนทิศทางเพื่อทำการหลบหนี

ทันใดนั้นร่างของอสรพิษขนาดยักษ์ที่มีเกล็ดสีฟ้าครามเป็นประกายงดงามก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นขวางทางหลบหนีของเขาเอาไว้ จี้หนิงสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด “ไม่คิดเลยว่าอสรพิษฟ้าครามจะมีความรวดเร็วยิ่งกว่าท่าร่างเงาวายุของข้า”

จี้หนิงทบทวนข้อมูลที่เขาศึกษาจากบันทึกของตระกูลจี้ สัตว์อสูรที่ถูกยกย่องเป็นจอมอสรพิษฟ้าครามโดยสัตว์อสูรบริวารนั้นแท้จริงคือสัตว์เทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติที่เรียกว่าอสรพิษฟ้าคราม แม้ว่ามันจะยังอยู่ในชั้นแรกเริ่มของระดับเหนือธรรมชาติแต่ด้วยสายเลือดแห่งเทพอสูรในร่างทำให้มันทรงพลังจนแทบสามารถทัดเทียมได้กับอสรพิษเหินหาว “สัตว์อสูรทั้งหลายในเขตทะเลสาบตะวันออกนั้นมีเพียงไม่กี่ตนที่สามารถสร้างปัญหาให้กับข้าได้ ไม่นึกเลยว่าจะได้เผชิญพบกับมันรวดเร็วถึงเพียงนี้”

จุดเด่นของอสรพิษฟ้าครามอยู่ที่ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่และพิษอันร้ายแรงที่มีฤทธิ์ในการทำลายระบบประสาท “ข้าถือดีในวิชาท่าร่าง สัตว์เทพอสูรตัวนี้กลับสามารถหักล้างจุดเด่นของข้าลง”

ในการต่อสู้กับราชันย์แรดวารีนั้น จี้หนิงแทบไม่ถูกกดดันจากการพลังอันแกร่งกร้าวของมันเนื่องจากเขาสามารถหลบหลีกและวกอ้อมเข้าโจมตีมันได้ตามใจชอบ แต่เขาไม่อาจใช้ยุทธวิธีเดียวกันนี้กับอสรพิษฟ้าครามได้

………

ศีรษะโตใหญ่และบางส่วนของร่างที่ประดับไปด้วยเกล็ดอันงดงามแวววาวปรากฎขึ้นเหนือผิวทะเลสาบ อสรพิษฟ้าครามดูจะงุนงงไปเช่นกันเมื่อร่างที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง มันส่งเสียงขู่แหบต่ำ

จี้หนิงขมวดคิ้ว เขาไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่จอมอสรพิษฟ้าครามต้องการสื่อ อสรพิษฟ้าครามเป็นสัตว์เทพอสูรที่มีสายเลือดสูงส่ง มันยังคงไม่สามารถกลายร่างหรือพูดภาษามนุษย์ได้ในขั้นนี้

ที่ผิวน้ำด้านข้างของจอมอสรพิษฟ้าครามพลันมีชายร่างผอมในชุดคลุมสีขาวผุดโผล่ขึ้นมาตวาดใส่จี้หนิง “นายท่านถามว่าใช่เจ้าหรือไม่ที่สังหารราชันย์แรดวารี?”

“หากบอกว่ามิใช่ เจ้าจะเชื่อข้างั้นหรือ?”

“ในพื้นที่แถบนี้ไม่มีมนุษย์อื่นนอกจากเจ้า หากมิใช่เจ้ายังจะเป็นผู้ใดได้?” ชายร่างผอมแค่นเสียงอย่างเย็นชาก่อนกล่าวต่อ “อย่าว่าแต่เจ้าใช้ท่าร่างระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมท่องไปบนผิวทะเลสาบ ผู้มีฝีมือระดับนี้ยังจะมีสักกี่คน?”

อสรพิษฟ้าครามส่งเสียงขู่แหบต่ำออกมาอีกครั้ง ชายร่างผอมรีบหันเหหัวเรื่อง “แต่ว่าในบริเวณที่พบซากของราชันย์แรดเหินหาวกลับไม่มีคลื่นพลังของยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติอื่นใด ใช่หรือไม่ว่าเจ้านั้นยังไม่บรรลุระดับเหนือธรรมชาติ?”

“หากข้ายินยอมตอบคำถาม เจ้าจะปล่อยข้าไปเช่นนั้นหรือ?”

ชายร่างผอมหัวร่ออย่างเกรี้ยวกราด “เหลวไหล เจ้าเมื่อกล้าสังหารบริวารของนายท่าน หากปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ย่อมกระทบถึงชื่อเสียงของนายท่าน”

“เมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้ายังจะผายลมอันใดอีก หากคิดจะต่อสู้ก็ต่อสู้ ไม่เช่นนั้นก็จงอย่าได้ขวางทาง”

จอมอสรพิษฟ้าครามเอียงศีรษะใหญ่โตเขม้นมองจี้หนิง มันย่อมไม่เกรงกลัวเด็กหนุ่มตัวกระจ้อยผู้นี้ หากสภาพการตายของราชันย์แรดวารีเต็มไปด้วยปริศนา หรือมันจะถูกเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุระดับเหนือธรรมชาติผู้นี้สังหารไปจริงๆ?

จี้หนิงไม่คิดรั้งอยู่สืบต่อ ร่างกลับกลายเป็นสายลมหอบหนึ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตามล่าสัตว์อสูรแต่เขายังรู้จักประมาณตน เขาไม่มีความคิดแลกชีวิตกับอสรพิษฟ้าครามในตอนนี้

ร่างของจอมอสรพิษฟ้าครามกลับกลายเป็นระลอกคลื่นสีเงิน ในชั่วพริบตาก็ไปปรากฎอยู่เบื้องหน้าของจี้หนิงอีกครั้งราวปาฏิหาริย์

“ความรวดเร็วของมันเหนือกว่าข้าจริงๆ” ความคิดต่อสู้อันแรงกล้าลุกโชนในประกายตาของจี้หนิง “เมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ ก็ต่อสู้กัน!”

“ทอดตาทั่วพื้นที่ทะเลสาบแห่งขุนเขาตะวันออกนี้ ผู้เดียวที่มีความรวดเร็วเหนือกว่านายท่านก็คือสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ ‘คางคกหิมะ’ ซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา หากท่านมาด้วยตนเอง ท่านคงปลิดชีพเจ้าได้ด้วยการเป่าลมหายใจเพียงครั้งเดียว”ชายร่างผอมเพิ่งเดินติดตามมาถึง ระดับความเร็วเป็นรองจี้หนิงและอสรพิษฟ้าครามมากนัก “เจ้ามนุษย์โอหัง จงยอมรับความตายจากนายท่านแต่โดยดีเถิด…”

จี้หนิงขมวดคิ้วอีกครั้ง ร่างกลับกลายเป็นลำแสงสายหนึ่งโถมเข้าจู่โจมชายร่างผอม “หากต้องการชีวิตของข้า จงถามกระบี่ในมือของข้าก่อน!”

ชายร่างผอมเพียงเป็นลิ่วล้อที่ติดตามขึ้นมาเป็นล่ามให้แก่จอมอสรพิษฟ้าคราม มันไหนเลยกล้าต่อกรกับจี้หนิง รีบมุดร่างดำดิ่งลงใต้ท้องน้ำหายไปในทันที

จอมอสรพิษฟ้าครามส่งเสียงคำรามด้วยโทสะ ในขณะที่จี้หนิงหันไปประสานสายตาโดยไม่หวาดหวั่น เมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้เขาก็ลบความหวาดหวั่นลังเลออกจากใจ หลงเหลือไว้เพียงความตื่นเต้นที่จะได้ประมือกับคู่ต่อสู้ที่เหนือล้ำกว่าตนในทุกด้านเท่านั้น

เสียงน้ำแตกกระจายเมื่อท่อนหางมหึมาโผล่ขึ้นกวาดฟาดใส่ร่างของจี้หนิงด้วยความเร็วสุดเปรียบปาน

จี้หนิงระงับความแตกตื่นต่อการโจมตีที่แสนรวดเร็ว ร่างดูดกลืนพลังงานแห่งสุริยันและจันทราเข้าไปอย่างรวดเร็วจนกลับกลายเป็นสีแดงชาด ใช้ออกด้วยท่าร่างเงาวายุและเรียกกระบี่อุดรทมิฬขึ้นมาในมือทั้งสองข้าง หนึ่งในนั้นเปล่งประกายสีฟ้าครามอันเนื่องจากยาพิษที่เขาเคลือบไว้บนกระบี่หนึ่งในสามเล่ม

การเดินทางในครั้งนี้จี้หนิงตระเตรียมรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบ แม้แต่ลูกศรที่เขาพกนำมาก็มีส่วนหนึ่งที่ฉาบพิษร้ายเอาไว้เช่นกัน จี้หนิงในยามนี้ตกลงใจใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเข้ารับมือกับจอมอสรพิษฟ้าคราม

กระบี่ในมือข้างหนึ่งของเขาใช้ออกด้วยกระบวนท่า ‘สายน้ำเอื่อยไหลนิรันดร์’ ในขณะที่อีกข้างใช้ออกด้วยกระบวนท่า ‘สายพิรุณสาดเท’

พลังแห่งธรรมชาติถูกหยิบยืมใช้ออกผ่านกระบี่ทั้งสองเล่ม ทางหนึ่งเป็นสายน้ำแคบบางที่ไม่ขาดสายแผ่พุ่งเข้าพัวพันส่วนหางที่กวาดเข้าโจมตีจนพลังและความเร็วของมันลดทอนลง อีกทางหนึ่งเป็นสายน้ำอันแข้มแข็งที่สาดเทเข้าฟาดฟันใส่ร่างของอสรพิษฟ้าคราม

หยาดน้ำสาดกระจายออกทุกทิศทาง ร่างของจี้หนิงถูกกระแทกลอยไปด้านหลังอันเนื่องจากแรงปะทะ ส่วนร่างของอสรพิษฟ้าครามถูกฟันบาดเจ็บ โลหิตสีเขียวสดใสราวมรกตสาดกระจายออกจากปากแผลสีดำที่เกิดจากพิษของกระบี่อุดรทมิฬ ทว่าชั่วเวลาไม่นานปากแผลก็ปิดเข้าหากันจนสนิท กระทั่งรอยดำก็จางหายไป เห็นได้ชัดว่าการใช้พิษจู่โจมใส่อสรพิษนั้นเป็นเรื่องไร้คุณค่าความหมาย

จอมอสรพิษฟ้าครามขนดร่างเข้าเป็นวง จ้องมองจี้หนิงด้วยโทสะ มันไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับบาดเจ็บภายในกระบวนท่าเดียวเช่นนี้

ทันใดนั้นร่างขนาดยักษ์กลับหดลงอย่างรวดเร็ว จอมอสรพิษฟ้าครามที่เดิมมีขนาดใหญ่หลายร้อยเมตรบัดนี้หลงเหลือความยาวเพียงแค่สิบเมตร ร่างหยาบใหญ่ลดขนาดลงจนเหลือเพียงเท่าท่อนขาของชายฉกรรจ์

สีหน้าของจี้หนิงกลับกลายเป็นเคร่งเครียด หยิบเอายาถอนพิษที่ตระเตรียมมาโยนเข้าปาก สัตว์เทพอสูรเช่นอสรพิษฟ้าครามสามารถย่อขยายร่างกายได้ตามใจชอบ ด้วยขนาดที่เล็กลงนี้พลังทำลายอาจด้อยลงบ้างแต่ความแคล่วคล่องว่องไวจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ศีรษะของจอมอสรพิษฟ้าครามโยกส่ายไปมาเยี่ยงนักล่าผู้มากประสบการณ์ที่มองหาช่องว่างจุดอ่อนของเหยื่อ พลางเคลื่อนคุกคามเข้าใกล้จี้หนิงที่พยายามก้าวถอยเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้

ฉับพลัน ร่างของมันกลับกลายเป็นสายวิชชุพุ่งเข้าใส่จี้หนิง จี้หนิงไม่อาจล่าถอยต่อไปกระบี่ในมือใช้ออกด้วยกระบวนท่าจู่โจมที่รวดเร็วที่สุดของเขา ‘เพลงกระบี่วิชชุอัคคี-ประกายวิชชุแลบลั่น’

ร่างของจอมอสรพิษฟ้าครามเคลื่อนไหวดังเงามายาเปลี่ยนแปลงทิศทางถึงสิบสองครั้งคราหลบหลีกท่ากระบี่มือขวาของจี้หนิง ส่วนลำตัวอันทรงพลังกลับม้วนเข้าจู่โจมโดยไม่คาดหมาย

จี้หนิงไม่กล้ารีรอลังเล กระบี่ในมือซ้ายหมุนควงหยาดน้ำออกมาเป็นวงด้วยกระบวนท่าป้องกันที่เข้มแข็งที่สุดในเคล็ดกระบี่พิรุณโปรยนาม ‘หยาดพิรุณควบแน่น’

กระบี่ในมือซ้ายของจี้หนิงฟันลงบนเป้าหมายบนร่างของอสรพิษฟ้าคราม แต่ทำได้เพียงแค่ปัดป่ายร่างของมันให้ลอยเบี่ยงออกไป

ในขณะที่ร่างของทั้งสองลอยสวนกันนั้นเอง เงาดำสายหนึ่งก็โผล่พ้นผิวน้ำฟาดหวดลงบนร่างของจี้หนิง รวดเร็วจนมิอาจหลบพ้น!

จี้หนิงที่ถูกปลายหางของจอมอสรพิษฟ้าครามฟาดเข้าใส่อย่างจัง ต้องอ้าปากกระอักโลหิตคำโต ร่างกระดอนขึ้นลงไปตามผิวทะเลสาบ

จอมอสรพิษฟ้าครามไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านพ้น ร่างพุ่งปราดแหวกน้ำออกเป็นทางโถมเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง

จี้หนิงพลิกกายทรงตัวหยัดยืนบนผิวน้ำอีกครั้งรับรู้ถึงกระดูกซี่โครงที่ถูกฟาดหักสลาย เขารีบรวบรวมพลังกายาเทพอสูรเข้าทำการรักษา “หางที่ฟาดหวดลงเมื่อครู่ยังรวดเร็วกว่าการโจมตีของอสรพิษเหินหาวอีก”

ความคิดไม่ทันสิ้นสุด ร่างที่คล้ายประกายสายฟ้าของจอมอสรพิษฟ้าครามก็โจมตีเข้ามาถึง

“มาเถอะ” จี้หนิงกวัดแกว่งกระบี่สองมือเข้าป้องกันอย่างสุดกำลัง

จอมอสรพิษฟ้าครามเข้าต่อสู้พัวพันระยะประชิด บางครั้งคล้ายฉกหัวเข้าขบกัด บางคราคล้ายคิดพันม้วนรอบกาย ส่วนหางที่ทั้งทรงพลังทั้งว่องไวก็ฉวยโอกาสกวาดฟาดทุกครั้งที่พบช่องว่าง จี้หนิงพบพานกระบวนท่าคลี่คลายกระบวนท่า ตกเป็นฝ่ายตั้งรับเพียงอย่างเดียว

ควรทราบว่าจี้หนิงเพียงสามารถบรรลุถึงระดับคนกระบี่ร่วมประสานในเพลงกระบี่ทั้งสอง การจะหยิบยืมพลังธรรมชาติใช้ออกจำเป็นต้องใช้ผ่านกระบวนท่าเพลงกระบี่เท่านั้น เขายังห่างไกลจากสภาพฟ้ามนุษย์หลอมรวมซึ่งสามารถสำแดงพลังแห่งธรรมชาติแม้ในท่ากระบี่พื้นฐานอีกช่วงใหญ่ การต่อสู้ระยะประชิดด้วยความรวดเร็วจนไม่อาจใช้กระบี่ตามกระบวนเพลงเช่นนี้จึงทำให้เขาเสียเปรียบเป็นอย่างมาก

ในที่สุดจี้หนิงก็พลาดท่า ถูกจอมอสรพิษฟ้าครามฝังคมเขี้ยวลงบนน่องทะลุผ่านเสื้อดาราทองส่งพิษร้ายที่มุ่งทำลายระบบประสาทเข้าสู่ร่างกาย จี้หนิงรีบกลืนกินยาถอนพิษที่เก็บซ่อนไว้ใต้ลิ้นลงไปทันที

“ตายซะ” จี้หนิงทิ่มแทงกระบี่อุดรทมิฬในมือทั้งสองลงด้วยกระบวนท่า ‘ผีเสื้อราตรีล้ออัคคี’ พร้อมกัน กระบี่สองเล่มกลับกลายเป็นลำเพลิงสองสายพุ่งเข้าใส่ส่วนหัวของจอมอสรพิษฟ้าครามที่คมเขี้ยวยังคงเกี่ยวติดอยู่กับน่องของเขา

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s