เล่มที่2 บทที่13: ปะทะสัตว์อสูร

Desolate Era เล่ม2: ทะเลสาบแห่งเทือกเขาตะวันออก

บทที่ 13: ปะทะสัตว์อสูร

ชั้นน้ำแข็งปกคลุมทั่วทุ่งกว้าง ซากมนุษย์หลายร้อยร่างคล้ายประติมากรรมแห่งความตายที่แกะสลักจากน้ำแข็งบ้างล้มนอนบ้างยืนค้าง ทุกใบหน้าประดับด้วยความตื่นตระหนกของเสี้ยวเวลาสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิต

“เจ้าเด็กมนุษย์ จงเตรียมรับผลแห่งการยั่วโทสะข้า” ขาที่ใหญ่โตดั่งเสาต้นมหึมาของราชันย์แรดวารีตะกุยขึ้นลง สายตาจ้องตรงไปที่จี้หนิง

ชั้นน้ำแข็งเกาะพราวบนร่างและเสื้อขนสัตว์ของจี้หนิง ทำให้เขาต้องรวบรวมพลังต่อต้านและขับกระเทาะออกเป็นระยะ

“ท่าร่างและเพลงของกระบี่ของเจ้านับว่าไม่เลว แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ยอดฝีมือระดับธรรมชาติเท่านั้น ไม่มีทางที่จะต่อกรกับข้าที่อยู่ในระดับเหนือธรรมชาติได้” อสูรยักษ์กล่าวเย้ยหยัน “แม้ว่าเหยื่อของข้าจะถูกเจ้าก่อกวนจนหลบหนีไปได้บางส่วน แต่การได้กินเนื้อของยอดฝีมืออายุน้อยเช่นเจ้าก็นับว่าเป็นการชดเชยที่คุ้มค่า”

จี้หนิงจ้องกลับอย่างไม่หวั่นเกรง กระบี่อุดรทมิฬอีกหนึ่งเล่มปรากฎขึ้นในมือข้างซ้าย “ข้ายังไม่เคยสังหารสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติมาก่อน ราชันย์แรดวารีเจ้าสมควรภูมิใจที่จะได้สังเวยคมกระบี่ของข้าเป็นตนแรก ข้าจะนำเนื้อของเจ้ากลับไปแจกจ่ายให้ผู้คนในตระกูลได้กินเป็นการเฉลิมฉลอง”

“กระบี่คู่งั้นรึ? น่าผิดหวังยิ่งนัก ข้าไม่เคยได้ยินว่าในเขตเทือกเขานางแอ่นแห่งนี้มียอดฝีมือกระบี่คู่มาก่อน” ราชันย์แรดวารีระบายลมหายใจหนักหน่วง ยกเท้าขึ้นกระทืบจนผืนดินสั่นสะเทือน

กีบเท้าที่ใหญ่โตมโหฬารยกขึ้นอีกครั้ง ครานี้ทิ้งลงโดยมีเป้าหมายอยู่ที่จี้หนิง “จงตายได้แล้ว!”

เท้ายังมิทันถึงพื้นอากาศก็ถูกอัดจนแตกระเบิดลงมาเป็นทางส่งแรงกดกระแทกจนพื้นดินยุบตัวลงเป็นวงกว้าง

จี้หนิงกวาดกระบี่เข้าต้านทาน กรีดวาดจากจุดแต้มเป็นเส้นสายดั่งหยาดพิรุณที่รวมตัวเป็นสายน้ำเข้าปะทะกีบเท้าที่ย่ำเหยียบลงมาสะกดจนความเร็วชะลอลง จากนั้นจึงพริ้วร่างหลบหลีกก่อนที่ฝ่าเท้าขนาดยักษ์จะกระแทกลงบนผืนดินดังสนั่นหวั่นไหว

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก” ราชันย์แรดวารีแผดเสียงคำราม ร่างใหญ่โตพุ่งทะยานเข้าใส่จี้หนิงราวขุนเขาถล่มทับ ใช้ช่วงก้าวที่ยาวเหยียดเข้าชดเชยความเทอะทะของร่างกายไล่ต้อนจี้หนิงที่ล่าถอยจนถึงเขตแนวป่า

“ต้นไม้เหล่านี้ไหนเลยหยุดยั้งข้าได้” ราชันย์แรดวารีพุ่งทะลวงเข้าในพื้นที่ป่า เหยียบย่ำต้นไม้โค่นลงเป็นทางราวกับกำลังโลดแล่นในพงหญ้า

“ราชันย์แรดวารีนับว่าร้ายกาจสมชื่อ เพียงแค่พละกำลังระดับนี้ก็สุดที่สัตว์อสูรทั่วไปจะทัดเทียมได้” จี้หนิงครุ่นคิดอยู่ในใจ “ความทนทานของผิวหนังก็เช่นกัน เพียงอาศัยพลังปราณอย่างเดียวคงไม่มีทางตัดผ่านเข้าไปได้ จำเป็นต้องใช้พลังของกายาเทพอสูรเข้าหนุนเสริม”

จี้หนิงโผพุ่งร่างขึ้นหยัดยืนบนยอดไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปโดยที่กิ่งใบไม่ไหวเอน เพ่งตามองลงมาที่เบื้องล่าง ราชันย์แรดวารีสัมผัสได้ถึงรัศมีแห่งพลังที่เปลี่ยนแปลงของร่างบนยอดไม้ พลังที่แผ่พุ่งออกจากร่างนั้นแทบไม่ด้อยไปกว่าพลังของมันเลย “กายาเทพอสูร?”

“ถูกแล้ว” ร่างกายของจี้หนิงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาด พลังแห่งสุริยันและจันทราหลั่งไหลเข้าภายในกายเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เขาจนถึงขีดสุด

“ฮาฮา ต่อให้เจ้าเรียนรู้กายาเทพอสูรแล้วจะเป็นไร? เจ้าก็ยังไม่อาจก้าวข้ามระดับธรรมชาติขึ้นมาได้อยู่ดี” มันเริ่มต้นเร่งความเร็วทะลวงฝ่าดงไม้ที่ขวางกั้นเข้าหาจี้หนิงอีกครั้ง หากพิจารณาเพียงพละกำลังประการเดียวการพุ่งทะลวงนี้สามารถเทียบเคียงได้กับการโจมตีของอสรพิษเหินหาว!

จี้หนิงกุมกระชับกระบี่ในมือทั้งสอง เขาไหนเลยโง่เขลาจนยินยอมประลองกำลังโดยตรงกับสัตว์อสูรที่มีความโดดเด่นด้านพละกำลังโดยธรรมชาติเช่นนี้ ในชั่วขณะก่อนการปะทะจี้หนิงพลันเร่งเร้าท่าร่างเงาวายุจนถึงขีดสุดของระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวม ทั้งคนทั้งกระบี่เหินบินสวนเข้าจู่โจมกลางหลังที่เปิดกว้างไร้การป้องกันของราชันย์แรดวารี

กระบี่ในมือของจี้หนิงเปล่งประกายคล้ายหยาดพิรุณที่โปรยปรายเป็นเส้นสาย หยาดน้ำที่โปร่งใสและเปล่งประกายจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันเป็นสายน้ำที่สาดเท ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย-สายพิรุณสาดเท!’

นี่เป็นกระบวนท่าเดียวกับที่เขาใช้ต้านรับกีบเท้าที่ย่ำลงเมื่อครู่ หากทว่าครั้งนี้ไม่เพียงบรรจุเต็มไปด้วยพลังปราณ ยังบรรจุพลังแห่งกายาเทพอสูรลงไปอย่างเต็มเปี่ยมจนพลังโจมตีเพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า

หนังหนาราวแผ่นเกราะบนหลังมหึมาของราชันย์แรดวารีฉีกขาดด้วยความคมกล้าของดาบอุดรทมิฬและพลังของเพลงกระบี่จนมองเห็นอวัยวะภายในที่เต้นสั่น หยาดโลหิตพุ่งทะลักตลอดแนวรอยแผลที่ยาวเหยียดราวกับสายน้ำหลาก ในขณะที่ร่างของจี้หนิงเหินร่อนลงสู่พื้นดิน

ร่างที่พุ่งด้วยความเร็วสูงของราชันย์แรดวารีทรุดลงจนหยุดนิ่ง เสียงคำรามอันโหยหวนและโกรธแค้นดังสะท้อนสะเทือนไปทั่วป่า กล้ามเนื้อบนแผ่นหลังสั่นสะท้านก่อนบีบรัดเข้าหากัน ถึงกระนั้นความหนักหนาสาหัสของบาดแผลที่ได้รับก็ส่งผลให้การห้ามเลือดของมันไม่อาจทำได้โดยง่าย ร่างขนาดยักษ์ของสัตว์อสูรดูไม่ทรงพลังเช่นที่เคยเป็นก่อนหน้า

“วาระสุดท้ายของเจ้ามาถึงแล้ว” ร่างของจี้หนิงกลับกลายเป็นเงาจาง พุ่งเข้าหาราชันย์แรดวารีอีกครั้ง

ราชันย์แรดวารีร้องคำรามเสียงแหบโหย ร่างที่ใหญ่โตราวขุนเขาออกวิ่งอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง แต่กลับมุ่งไปในทิศทางของทะเลสาบ สัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติที่โหดเหี้ยมอำมหิตตนนี้กลับวิ่งหนีศัตรูด้วยความรักตัวกลัวตาย

จี้หนิงถึงกับงุนงงไปชั่วขณะก่อนระลึกถึงคำสอนของบิดา สัตว์อสูรนั้นโหดเหี้ยมเจ้าเล่ห์ ยามใดที่รู้ตัวว่าไม่อาจสู้ได้ก็จะล่าถอย ราชันย์แรดวารีเมื่อสำนึกตัวว่าผิวหนังหนาที่มันภาคภูมิใจไม่อาจปกป้องมันจากกระบี่ของมนุษย์ผู้นี้ได้ มันไหนเลยกล้าทำการต่อสู้สืบไป

แต่ทว่า… มันสามารถหนีไปได้หรือ?

ความรวดเร็วในท่าร่างของจี้หนิงบรรลุถึงระดับที่แม้แต่อสรพิษเหินหาวยังไม่อาจทำอย่างไรได้ เพียงชั่วพริบตาก็ไล่กวดตามราชันย์แรดวารีจนทัน

“ข้าเป็นบริวารของ ‘จอมอสรพิษฟ้าคราม’ เจ้ามิอาจฆ่าข้า!” ราชันย์แรดวารีแผดร้องสุดเสียง “นายท่าน! ได้โปรดช่วยข้าด้วย!”

จี้หนิงที่ไล่ตามมาถึงใต้ร่างอันใหญ่โตพลันเร่งความเร็วขึ้นอีก ทั้งคนทั้งกระบี่กลับกลายเป็นลำอัคคีที่ลุกไหม้ทะลวงจากลำคออวบหนาของราชันย์แรดวารีจนทะลุออกจากหัวกระโหลกของมันขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนคืนสภาพกลับเป็นร่างของจี้หนิงอีกครั้ง

ร่างใหญ่โตของราชันย์แรดวารีล้มลงในที่สุด ในดวงตาโปนโตไร้ชีวิตของมันยังคงมีแววแห่งความเหลือเชื่อ มันไหนเลยเคยคาดคิดว่าสัตว์อสูรระดับสูงเช่นมันจะต้องพบจุดจบอย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์เช่นนี้ ที่จริงด้วยความแข็งแกร่งของมันต่อให้ถูกกระบี่แทงทะลุหัวใจก็ยังอาจมีชีวิตรอดต่อไปได้ แต่เด็กมนุษย์ผู้นี้กลับรู้จักเลือกโจมตีส่วนศีรษะ บาดแผลลักษณะนี้แม้แต่ผู้ฝึกกายาเทพอสูรระดับเหนือธรรมชาติก็ยังไม่อาจรอดชีวิต

“กระบวนท่า ‘ผีเสื้อราตรีล้ออัคคี’ สมเป็นท่าจู่โจมที่รุนแรงที่สุดใน ‘เพลงกระบี่วิชชุอัคคี’” จี้หนิงลอยตัวลงสู่พื้นอย่างสง่างาม

ก่อนหน้านี้จี้หนิงสามารถใช้กระบวนท่าทั้งเก้าในเคล็ดกระบี่พิรุณโปรยและสองกระบวนท่าแรกของเพลงกระบี่วิชชุอัคคีและได้ถึงขั้นเชี่ยวชาญจนสามารถหยิบยืมพลังจากธรรมชาติเข้าสู่เพลงกระบี่ได้แล้ว หากทว่ากระบวนที่ที่สาม ‘ผีเสื้อราตรีล้ออัคคี’ นั้นกลับยากยิ่งที่จะตีความ จวบจนกระทั่งในยามคับขันที่เขาถูกกดดันด้วยความกลัวว่าราชันย์แรดวารีจะสามารถหนีลงสู่ทะเลสาบและใช้ความสามารถทางน้ำอันเลอเลิศหลบหนีหรือโต้กลับ เขาจึงทุ่มเทพลังทั่วร่างออกโจมตีในคราเดียวดุจดั่งผีเสื้อราตรีที่โผเข้าสู่เปลวไฟโดยปราศจากความหวาดหวั่นลังเลและสามารถเข้าถึงเคล็ดความของเพลงกระบี่ได้ในที่สุด

จี้หนิงทอดตาสำรวจซากร่างมหึมาที่เบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้นยินดี “นี่คือสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติตัวแรกที่ข้าสามารถโค่นลงได้”

“ทว่าก่อนตายมันยังร่ำร้องเรียกนามของจอมอสรพิษฟ้าครามทั้งยังเรียกหาเป็นนายท่าน ข้าสมควรรีบจากไปก่อนที่เหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้น”

จี้หนิงกรีดกระบี่ลงบนร่างของราชันย์แรดวารีที่บัดนี้ผิวหนังหนาของมันลดความแข็งแกร่งลงมากเมื่อปราศจากปราณสัตว์อสูรคอยหล่อเลี้ยง เขาดึงเอาชิ้นส่วนสีดำขนาดเท่าฝ่ามือที่ยังคงส่งกลิ่นหอมอ่อนจางออกจากซากของสัตว์อสูร นี่คือ ‘ดี’ ของราชันย์แรดวารีที่มีคุณสมบัติในการแก้พิษแทบทุกชนิด คุณค่าของมันนั้นสามารถเทียบได้กับสมบัติวิเศษระดับพื้นฐาน

เมื่อได้รับสิ่งที่ต้องการ ร่างของจี้หนิงพลันลอยขึ้นดุจสายลมหอบหนึ่งโลดแล่นไปตามผิวทะเลสาบ เท้าของเขาแตะปราดลงบนผิวน้ำคล้ายเหินบินคล้ายวิ่งตะบึง ชั่วพริบตาก็เดินทางมาเป็นระยะทางเกือบสามกิโลเมตร

ทันใดนั้นพื้นผิวของทะเลสาบที่เบื้องหน้าของเขาก็เกิดการสั่นสะเทือน สายน้ำถูกสูบหมุนวนลงเป็นวังน้ำวนขนาดใหญ่!

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

 

 

 

 

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s