เล่มที่1 บทที่4: ผู้ดูแลเขตปกครอง

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 4: ผู้ดูแลเขตปกครอง

ล่วงพ้นกลางดึกของคืนนั้น งานเลี้ยงฉลองที่โถงหิมะโปรยจึงเลิกรา ใต้ท้องฟ้าที่ประดับด้วยมวลดารา จี้ยี่ฉวนและภรรยาอุ้มทารกน้อยเดินทางกลับบ้าน

จี้หนิงที่เผลอหลับไปในระหว่างงานเลี้ยงลืมตาขึ้นชื่นชมกับทัศนียภาพเบื้องบน เขาหวนคิดถึงบรรยากาศในงานเลี้ยงที่เพิ่งผ่านไป ทั้งดนตรีและการแสดงเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับเขาโดยสิ้นเชิง

“ยี่ฉวน” ยู้จี่เซาะเรียกผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงที่เจือปนด้วยเค้าของความโกรธ “ตอนอยู่ในงานเลี้ยงทำไม่ท่านจึงรับปากให้ลูกของเราเข้าร่วมการประลองชิงดาบทองคำ ท่านก็รู้ดีมิใช่หรือว่ามันยากเย็นถึงเพียงไหน?”

“ข้าเองก็เป็นผู้ชนะการประลองมาก่อนเช่นกัน” จี้ยี่ฉวนตอบคำถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ตั้งแต่เล็กท่านก็เป็นผู้กล้าอันดับหนึ่งของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตก การประลองชิงดาบทองคำย่อมไม่เป็นปัญหาสำหรับท่าน แต่ในประวัติศาสตร์นับพันปีของตระกูลจี้ มีสักกี่คนที่เป็นเช่นท่าน” ยู้จี่เซาะยังคงกล่าวอย่างไม่พอใจ ที่จริงแล้วนางเป็นสตรีที่นุ่มนวลเอาใจ แต่เมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงควมปลอดภัยของบุตรชาย นางไหนเลยรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ “อย่าว่าแต่ตอนที่ท่านปู่กล่าวถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้สืบทอดก็มีผู้อาวุโสถึงห้าคนที่เห็นด้วย เราเพียงต้องการการสนับสนุนจากผู้อาวุโสอีกเพียงท่านเดียวข้อเสนอให้ลูกเราเป็นผู้สืบทอดก็จะถูกเห็นชอบ ไยต้องวุ่นวายประลองชิงดาบทองคำอีก…”

จี้ยี่ฉวนสั่นศีรษะทอดถอนใจ “เจ้าเพิ่งเข้าสู่ตระกูลมาไม่นานเจ้าย่อมไม่เข้าใจ ในสิบผู้อาวุโสของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตกมีบ้างสนับสนุนท่านปู่ มีบ้างสนับสนุนจี้หลี่ และยังมีอีกสามท่านที่วางตัวเป็นกลาง หากต้องการให้มีผู้อาวุโสอีกท่านเข้าร่วมสนับสนุนเรา คุณค่าที่ต้องจ่ายออกไปย่อมเป็นจำนวนมิใช่น้อย”

“ต่อให้ต้องจ่ายออกไปมากมายแล้วจะเป็นไร” ยู้จี่เซาะยังคงไม่เห็นด้วย

“หากเราทุ่มเทเงินทองออกไปลูกเราย่อมสามารถเป็นผู้สืบทอดได้ไม่เป็นปัญหา แต่เจ้าคิดหรือไม่ว่าหากลูกเราไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองจริงๆ สิ่งที่เราทำไปจะสร้างความลำบากให้กับเขาเพียงไหน นี่รังแต่จะทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานในอนาคต”

ยู้จี่เซาะนิ่งเงียบไป

“ข้าไม่ต้องการให้ลูกของเราต้องทนทุกข์ ข้าจึงเสนอเรื่องการประลองชิงดาบทองคำขึ้นมา” จี้ยี่ฉวนค่อยๆอธิบายอย่างเยือกเย็น

“หากลูกเราสามารถเรียนรู้และแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนสามารถชนะการประลอง ย่อมไม่มีผู้ใดคัดค้านการขึ้นเป็นผู้สืบทอดของเขา แต่หากลูกเราไม่เหมาะสมจริงๆ เขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ ข้าจี้ยี่ฉวนจะปกป้องดูแลเขาไปชั่วชีวิต”

ยู้จี่เซาะเข้าใจในที่สุด เป็นผู้ดูแลเขตปกครองใช่จะหมายความถึงความสุข หากความสามารถไม่เพียงพอ ต่อให้สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งก็ต้องประสบกับปัญหานานับประการ

“ข้าวู่วามเกินไปที่กล่าวโทษท่าน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

จี้ยี่ฉวนปัดเศษหิมะที่ถูกสายลมพัดตกลงบนใบหน้าของบุตรชาย “เด็กน้อยลืมตากว้าง เขาคงตื่นได้สักพักแล้ว”

“จริงสิ ยี่ฉวน เราควรให้ลูกของเราใช้ชื่อว่าอะไร? ข้าเคยถามท่านตั้งแต่ตอนที่ตั้งท้องใหม่ๆ แต่สุดท้ายก็หานามที่ถูกใจท่านไม่ได้ ตอนนี้เมื่อเขาเกิดมาแล้ว เราต้องหาชื่อที่เหมาะกับเขาสักที”

“จะไม่ให้ข้าตั้งใจเลือกชื่อให้กับเขาได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ข้าอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ข้านึกออกแล้ว เด็กคนนี้จะใช้ชื่อว่าหนิง หนิงที่แปลว่า’ความนิ่งสงบ’ ไม่ว่าชีวิตข้างหน้าของเขาจะเป็นปกติหรือน่าแตกตื่น ไม่ว่าเขาจะเติบโตขึ้นเป็นคนอ่อนแอหรือเป็นยอดฝีมือ ข้าอยากให้เขารักษาดวงใจที่สงบนิ่งเอาไว้”

จี้หนิง?

ทารกน้อยลืมตากลมกว้าง ในชาติภพนี้เขาก็ใช้ชื่อว่าจี้หนิงอีกครั้ง นี่เป็นสิ่งที่ชะตาลิขิตไว้หรือเป็นเพียงแค่ความบังเอิญกันแน่?

……………

หากผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของตระกูลจี้แห่งเขตปกครองตะวันตกคือ ‘กระบี่พิรุณโปรย’ จี้ยี่ฉวน ผู้แข็งแกร่งอันดับที่สองก็คือ ‘เทพอัคคี’ จี้หลี่

ภายในคฤหาสน์ของจี้หลี่

“ยินดีด้วยท่านพ่อ” ชายกลางคนที่ถักเปียเล็กๆหลายสิบเส้นบนศีรษะกล่าวด้วยความตื่นเต้น “เจ้าคนโอหังจี้ยี่ฉวนกลับกล้าที่จะเสนอเรื่องการประลองชิงดาบทองคำออกมาเอง”

ชายชราผมแดงเพลิงผู้ร้อยอสรพิษเป็นต่างหูปรบมือเข้าหากัน “ข้าสมควรได้เป็นผู้ดูแลเขตปกครองตั้งแต่ตอนที่ข้ายังหนุ่มแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นข้าหลงตัวเองเกินไป ประมาทจนพลาดท่าให้แก่พี่ใหญ่จี้หยง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในครั้งนั้นทำให้ข้าต้องเฝ้ารอโอกาสมาถึงแปดสิบปี!”

“แปดสิบปีเต็ม! ไม่มีวันไหนที่ข้าจะไม่คิดถึงความผิดพลาดครั้งนั้น” จี้หลี่ขบกรามแน่น

“โชคยังเข้าข้างข้า ที่แม้ว่าในเชื้อสายของท่านพี่จะปรากฎผู้มีพรสวรรค์เช่นยี่ฉวนแต่มันกลับหมกมุ่นกับการฝึกฝีมือเพื่อบรรลุวิถีแห่งความเป็นอมตะโดยไม่สนใจที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้สืบทอด และวันนี้มันยังโง่เขลาจนเลือกวิธีการประลองเพื่อทดสอบผู้สืบทอดรุ่นต่อไปอีก”

“นั่นแสดงว่าสวรรค์กำหนดให้ท่านพ่อได้ขึ้นเป็นผู้ดูแลเขตปกครอง” ชายกลางคนผมเปียกล่าวอย่างลิงโลด

“อย่าได้ลำพองเกินไป” จี้หลี่ตวาด “ความปราชัยในอดีตสอนให้ข้ารู้ว่าหากคนผู้หนึ่งมั่นใจในตนเองจนเกินไปจะเป็นเช่นไร สิ่งที่เราต้องทำคือการเตรียมพร้อม…” จี้หลี่ขมวดคิ้วครุ่นคิดในขณะที่ชายผมเปียนั่งนิ่งไม่กล้าส่งเสียงรบกวน

“ผู้ที่จะชนะการประลองชิงดาบทองคำได้ จะต้องเอาชนะเด็กหนุ่มทุกคนทั้งจากตระกูลจี้และจากชนเผ่าบริวาร” จี้หลี่กล่าวอย่างครุ่นคิด “แม้ว่าเด็กหนุ่มจากนอกตระกูลจะไม่อาจเข้ารับเคล็ดวิชาลับของตระกูลและยาบำรุงล้ำค่าต่างๆ แต่ในการประลองทุกสี่ปีกลับมีเพียงน้อยครั้งที่คนจากตระกูลจี้จะได้ชัย”

ชายผมเปียผงกศีรษะ “นั่นเนื่องจากเด็กหนุ่มจากชนเผ่าบริวารมีจำนวนมากมายมหาศาล ในจำนวนนั้นย่อมมีผู้มีพรสวรรค์สูงส่งปะปนอยู่ แต่เนื่องจากเด็กหนุ่มนอกตระกูลเหล่านั้นจะได้รับการฝึกสอนแต่เคล็ดวิชาทั่วไป ในขณะที่เคล็ดวิชาลับจะถูกสงวนไว้ให้แก่คนในตระกูล ดังนั้นภายในเวลาไม่กี่สิบปี คนของตระกูลจี้เราก็จะก้าวล้ำหน้าในที่สุด”

“ความหมายของข้าก็คือ…” จี้หลี่ลดเสียงลง “เจ้าจงไปคัดเลือกเหล่าเด็กหนุ่มผู้มีแววจากชนเผ่าต่างๆ นำพวกมันมาบำรุงและฝึกสอนให้ดี พวกมันล้วนแข็งแกร่งโดยธรรมชาติแม้ว่าจะขาดการบำรุงและการฝึกสอนที่ดี ยามนี้เมื่อมีพวกเราคอยให้การสนับสนุน ข้าไม่เชื่อว่าลูกไม่เอาไหนของยี่ฉวนจะสามารถเอาชนะพวกมันได้”

“ท่านพ่อกล่าวถูกต้องแล้ว”

จี้หลี่หัวร่อเสียงดังกังวาน “จดจำไว้ วางตัวคนของเราที่ข้างกายของยี่ฉวน ข้าต้องการรู้ว่าลูกของมันพัฒนาไปได้ไวเพียงไหน มีแต่รู้เขารู้เราจึงจะได้ชัยในทุกสมรภูมิ!”

…………..

“หนิง เป็นเด็กดีนะลูก”

ยู้จี่เซาะวางบุตรชายลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาก่อนก้มลงหอมแล้วล้มตัวลงนอนเคียงข้าง

จี้หนิงหน้าร้อนผ่าว เขายกมือปาดเช็ดริมฝีปากที่เพิ่งดูดน้ำนม ช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดนัก

สิ่งต่างๆช่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่น่าเชื่อ

ทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินที่ยมโลก…

ไหนจะสุนัขตัวใหญ่สีขาวราวหิมะที่เรียกว่าท่านลุงขาว…

ไหนจะงูเหลือมยักษ์ยาวหลายร้อยเมตรที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ที่เรียกว่าท่านลุงดำ…

หรือแม้แต่การประลองชิงดาบทองคำเพื่อตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครอง…

“เอาเถอะ ต่อให้ครุ่นคิดเท่าไหร่ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้” ดวงตาดวงน้อยของจี้หนิงพลันเปล่งประกาย “ได้เวลาทดลองฝึกวิชาแล้ว”

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาสัมผัสได้ว่าตระกูลจี้เป็นตระกูลทรงอำนาจที่ปกครองชนเผ่ามากมาย ไม่แปลกที่ตำแหน่งผู้นำตระกูลจะเป็นที่หมายปองของผู้คนมากมาย แต่เด็กทารกอย่างเขายังไม่ต้องกังวลกับเรื่องราวเหล่านี้ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือเร่งฝึกปรือตนเอง

ตามคำบอกเล่าของเจ้าตำหนักขุย เคล็ดวิชาเพ่งจิตไปยังภาพของเทพธิดาหนี่วานับเป็นยอดวิชาที่จะช่วยให้เขาประสบความสำเร็จเหนือผู้อื่นแม้แต่ในเทวโลก ดังนั้นในมนุษยโลกแห่งนี้เคล็ดวิชาเพ่งจิตที่ถูกปลูกฝังลงในใจของเขาจะต้องเป็นยอดวิชาในยอดวิชาอย่างแน่นอน

ในชาติภพก่อน เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคร้ายมาตลอดระยะเวลาสิบแปดปี แม้แต่จะเดินเป็นระยะทางสั้นๆเขาก็ต้องเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ เขาเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตภายใต้การคุกคามของความตายมากเหลือเกินแล้ว ในชาติภพนี้เขาจะขีดเขียนชะตาชีวิตของตนเอง เขาจะเดินไปในเส้นทางที่เจ้าตำหนักขุยเคยเล่าให้ฟัง เส้นทางสู่การเป็นเซียนสวรรค์อมตะ!

จี้หนิงหลับตาลงแล้วเริ่มทำการเพ่งจิต

พลังงานแห่งธรรมชาติไหลเข้าสู่ร่างของจี้หนิงอย่างช้าๆ ทำการชำระล้างร่างกายและวิญญาณของเขา ที่แท้ยอดวิชาเพ่งจิตสามารถช่วยเร่งเร้าการดูดซับพลังงานแห่งธรรมชาติ

ร่างกายของทารกนั้นสะอาดบริสุทธิ์อยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่ใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นจึงค่อยถูกมลทินจากทางโลกเข้ามาทำให้แปดเปื้อน ดังนั้นร่างกายของจี้หนิงที่เพิ่งเกิดมาไม่นานจึงคืนสู่ความสะอาดบริสุทธิ์ของทารกแรกเกิดอย่างรวดเร็ว

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

2 thoughts on “เล่มที่1 บทที่4: ผู้ดูแลเขตปกครอง”

  1. “หนิง เป็นเด็กดีนะลูก” คำนี้ถ้าเป็นพ่อแม่หรือผู้อาวุโสเรียกคนที่อายุน้อยกว่า ส่วนใหญ่จะมีคำว่าเอ๋อต่อท้ายชื่อ เช่น หนิงเอ๋อ น่าจะเหมาะกว่าครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าต้นฉบับจีนเป็นอย่งไร

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s