เล่มที่1 บทที่18: ติดปีก

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 18: ติดปีก

“รับไว้” จี้หนิงพลิกฝ่ามือคราหนึ่ง ก้อนทองคำสีฟ้าก็ปรากฎขึ้นในมือ เขาโยนมันไปให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์

“ทองคำขนาดเพียงแค่นี้…” เหล่าชายฉกรรจ์พากันโอดครวญ จ้องมองก้อนทองคำสีฟ้าขนาดเท่านิ้วมือที่ได้รับ

“ซ้ำยังมิใช่ทองคำบริสุทธิ์อีก”

“นายน้อยโปรดปรานี”

“นายน้อยได้โปรดปรานี”

ชายชุดดำทั้งสามพากันร้องอ้อนวอน พวกมันจะบากหน้ากลับไปหาชนเผ่าได้อย่างไร สมาชิกคนอื่นของเผ่าต่างพากันรอคอยด้วยความหวังอยู่นอกเมือง ตระกูลจี้เรียกเก็บค่าผ่านเข้าเมืองเป็นหนังแกะหนึ่งผืนต่อหนึ่งคนหรือเทียบเท่า ทั้งหมดได้แต่ส่งพวกมันทั้งสามเป็นตัวแทนเข้ามา

“เจ้าพวกหน้าโง่ นั่นคือ ‘ทองคำสายฟ้า’ ”

“ข้าขอซื้อทองคำสายฟ้าก้อนนั้นด้วยทองคำหนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้าย”

“หนึ่งร้อย? ข้าให้หนึ่งร้อยหกสิบหัวสัตว์ร้าย หากยินยอมขายข้าจะกลับไปนำทองคำมาจ่ายให้ทันที”

ผู้คนที่มุงดูเริ่มแก่งแย่งกันเสนอซื้อทองคำสายฟ้าก้อนนั้นจากกลุ่มชายฉกรรจ์ ชายทั้งสามอาจร่อนเร่มาจากดินแดนอันรกร้าง แต่ผู้ที่อาศัยในตัวเมืองเขตปกครองล้วนมีศักดิ์ฐานะและสายตาที่สูงส่งพอที่จะรู้ถึงคุณค่าแห่งทองคำสายฟ้า

ชายฉกรรจ์ที่พันอสรพิษบนแขนรีบซุกเก็บทองคำสายฟ้าอย่างมิดชิด มองเห็นชายฉกรรจ์อีกสองคนก็ล้วนมีสีหน้าลิงโลดยินดี ทั้งสามลนลานเปลี่ยนท่าทีกล่าวขอบคุณไม่ขาดปาก

“ขอบพระคุณนายน้อย ขอบพระคุณนายน้อย”

จี้หนิงหัวเราะเบาๆ เก็บกระบี่และฝักเข้าในหินหยกเขียว หันหลังเดินนำสาวใช้ทั้งสองจากไป ทอดทิ้งคำพูดและผู้คนทั้งหลายไว้เบื้องหลังโดยไม่แยแส

………

ห้องโถงบ้านตระกูลจี้

จี้ยี่ฉวนนั่งรับประทานอาหารร่วมกับภรรยาดังเช่นที่กระทำเป็นกิจวัตรทุกวัน

“ท่านพ่อ ท่านแม่” จี้หนิงที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน โถมเข้าหาบุคคลทั้งสองด้วยความตื่นเต้น

จี้ยี่ฉวนขมวดคิ้วดุว่า “เจ้ากลับเดินเล่นจนหลงลืมเวลา?”

จี้หนิงไม่กล้าส่งเสียงแก้ตัว ทรุดกายลงนั่งอย่างเรียบๆร้อยๆ เริ่มต้นรับประทานอาหารจำนวนมหาศาลที่ส่วนใหญ่ถูกเตรียมไว้ให้แก่เขาลงไปอย่างเร่งรีบ

ยู้จี่เซาะหัวเราะ ทั้งขำทั้งเอ็นดูต่อภาพที่เห็นเบื้องหน้า เสียงอันสดใสช่วยให้บรรยากาศคลี่คลายลงอีกครั้ง

“ท่านพ่อ ท่านแม่” จี้หนิงกลับคืนสู่ความร่าเริง อดมิได้ต้องวกกลับเข้าสู่เรื่องของกระบี่ที่ตนเพิ่งได้ครอบครอง

“วันนี้ข้าได้พบกับนักรบชนเผ่าที่เร่ร่อนจากดินแดนอันห่างไกลเพื่อมาขายศัสตราวุธล้ำค่าที่ตัวเมืองเขตปกครองของเรา และข้าตัดสินใจซื้อมันมา”

“ศัสตราวุธล้ำค่า?” จี้ยี่ฉวนทวนคำ “ในคลังสมบัติของตระกูลจี้เราบรรจุเต็มไปด้วยของวิเศษอันล้ำค่ามากมาย เจ้ายังเคยติดตามข้าไปเลือกอาวุธคู่มือทั้งสองจากที่นั้น สินค้าจากพ่อค้าเร่ข้างถนนไหนเลยสามารถเปรียบเทียบได้”

เนื่องจากพลังปราณของจี้หนิงยังไม่บรรลุถึงระดับเหนือธรรมชาติ เขาจึงยังไม่สามารถบังคับอาวุธวิเศษได้ ส่วนยอดศัสตราที่เขาเลือกไปจากคลังสมบัตินั้นจี้หนิงไม่เคยนำมาใช้ในการต่อสู้ที่วังมังกร เพราะการทำเช่นนั้นรังแต่จะทำลายโอกาสการฝึกฝีมือของเขาไป

“ท่านพ่อ ยอดศัสตราที่ข้าเลือกจากคลังสมบัติในครั้งนั้นด้อยกว่าสิ่งที่ข้าซื้อมามากนัก” จี้หนิงกล่าวอย่างจริงจัง

“ที่จริงกระบี่ที่ข้าซื้อมานี้เป็นสมบัติวิเศษประเภทกระบี่ชุดหนึ่ง เพียงแต่อักขระอาคมถูกทำลายจนไม่อาจใช้งานเยี่ยงสมบัติวิเศษได้อีก แต่ความคมกล้าของมันนั้นไม่เป็นที่น่าสงสัย เพียงการฟันธรรมดาก็สามารถฝ่าการป้องกันของเสื้อดาราทองได้”

“ฝ่าการป้องกันของเสื้อดาราทองได้?” ครานี้แม้แต่จี้ยี่ฉวนก็รู้สึกตื่นเต้นสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว “นำออกมาให้ข้าชมดู”

จี้หนิงดึงเอาฝักที่บรรจุกระบี่ทั้งสามเล่มออกจากหินหยกเขียว เดินเข้าไปยื่นส่งให้แก่บิดาด้วยความเคารพ

จี้ยี่ฉวนรับกระบี่มาชมดู แล้วทดลองดึงออกจากฝัก

“นี่เป็นสมบัติวิเศษประเภทกระบี่บินจริง น่าเสียดายที่อักขระอาคมถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว สมบัติชำรุดเหล่านี้ที่จริงไม่ได้มีคุณค่าอันใดมากมาย อย่างมากก็เพียงใช้เป็นวัตถุดิบในการหลอมสร้างสมบัติวิเศษชิ้นใหม่เท่านั้น”

จี้หนิงเห็นพ้องโดยไร้ข้อกังขา ในหนังสือที่เขาเคยอ่านก็เอ่ยเช่นเดียวกันนี้ สมบัติวิเศษนั้นต้องผ่านกรรมวิธีนานับประการทั้งในการจัดสร้างและการหลอมทำลาย สุดท้ายแล้วส่วนประกอบวิเศษที่แท้จริงจะคงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น

จี้ยี่ฉวนทดลองกดปลายกระบี่ลงบนนิ้วมือและพบว่ามันสามารถสร้างบาดแผลให้กับเขาได้ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนทันที “ประเสริฐ ข้าไม่เคยพบเห็นกระบี่ที่คมกล้าถึงเพียงนี้มาก่อน เจ้ารู้ที่มาของมันหรือไม่?” เขาส่งกระบี่ในมือต่อให้ยู้จี่เซาะ แต่นางก็มิอาจระบุที่มาของกระบี่ปริศนานี้ได้เช่นกัน

“ท่านแม่ หากกระบี่บินชุดนี้ยังไม่ถูกทำลาย มันจะสามารถจัดเป็นสมบัติวิเศษที่มีลำดับขั้นได้หรือไม่?”

“ย่อมต้องเป็นสมบัติวิเศษที่มีลำดับขั้นอย่างแน่นอน แม้ในยามที่ถูกทำลายเช่นนี้ความคมกล้าของมันยังไม่เป็นรองสมบัติวิเศษที่ไร้ลำดับขั้น ส่วนจะเป็นลำดับขั้นใดนั้นข้าเกรงว่าไม่มีผู้ใดในเทือกเขานางแอ่นนี้ที่สามารถตอบเจ้าได้”

สมบัติวิเศษนั้นมีลำดับขั้นที่แตกต่างกัน ผู้สำเร็จปราณระดับเหนือธรรมชาติเพียงสามารถใช้สมบัติวิเศษที่ไร้ลำดับขั้น สาวกตำหนักม่วงขึ้นไปจึงสามารถใช้งานสมบัติวิเศษที่มีลำดับขั้นได้

“จักวรรดิ์เซี่ยนั้นดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคสมัยของเทพอสูร” จี้ยี่ฉวนสอดกระบี่คืนฝักแล้วส่งคืนให้แก่บุตรชาย “ในช่วงเวลาหลายล้านล้านปีที่ผ่านมา มีชนเผ่าและชาติตระกูลที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และสูญสลายไปจำนวนนับไม่ถ้วน สมบัติวิเศษที่ตกทอดผ่านสงครามและยุคสมัยมานั้นย่อมมีอยู่ไม่น้อย ทว่าสมบัติวิเศษที่ชำรุดหากยังคมกล้าเช่นนี้กลับหายากยิ่ง กระบี่ชุดนี้นับเป็นอาวุธที่เหมาะกับเจ้าอย่างแท้จริง”

จี้หนิงผงกศีรษะเห็นด้วย เนื่องจากกายาเทพอสูรนั้นมีจุดเด่นอยู่ที่การต่อสู้ระยะประชิดตัว ดังนั้นแม้ว่าสมบัติวิเศษจะร้ายกาจเพียงใด ผู้ฝึกกายาเทพอสูรก็ยังคงต้องการอาวุธคู่มือที่คมกล้าอยู่ดี

“ข้ายังจะสามารถใช้กระบี่ทั้งสามเล่มนี้ต่อไปแม้จะบรรลุระดับเหนือธรรมชาติแล้วก็ตาม พวกมันจะติดตามข้าไปอีกยาวนาน ข้าจะตั้งชื่อให้กับมัน… ข้าขอเรียกพวกมันว่า ‘กระบี่อุดรทมิฬ!’”

ในอดีตเมื่อครั้งที่จี้ยี่ฉวนเดินทางออกจากหุบเขานางแอ่นเพื่อฝึกปรือฝีมือในโลกภายนอก เขาเดินทางขึ้นเหนือและได้พบกับทะเลอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดนามว่า ‘ทะเลอุดรทมิฬ’ จี้ยี่ฉวนเดินทางต่อสู้และฝึกฝนจากเกาะสู่เกาะจนได้พบกับยู้จี่เซาะที่นั่น

ทั้งสองตกลงใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากร่วมเดินทางผ่านความเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วน จวบจนยู้จี่เซาะตั้งครรภ์ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางกลับสู่เทือกเขานางแอ่น ทว่าระหว่างการเดินทางครั้งนั้นเองที่ยู้จี่เซาะได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องอาศัยสุนัขวารีวิสุทธิ์ช่วยแบกนางหลบหนี ทำให้จี้หนิง ‘ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่อยู่ในครรภ์’ และเป็นเหตุผลที่จี้ยี่ฉวนย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าท่านลุงขาวคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของจี้หนิง

บิดามารดาของเขาได้พบ สาบานรัก และให้กำเนิดเขาที่ทะเลอุดรทมิฬ คำ ‘อุดรทมิฬ’ จึงมีความหมายต่อจี้หนิงเป็นพิเศษ

………

ในเวลาเดียวกับที่จี้หนิงได้ครอบครองกระบี่อุดรทมิฬ ในดินแดนของเทือกเขานางแอ่นที่รู้จักกันในนามของ ‘ทะเลสาบอสรพิษเหินหาว’

ทะเลสาบอสรพิษเหินหาวเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ กว้างใหญ่จนไม่อาจมองเห็นฝั่งตรงข้ามได้ ทะเลสาบแห่งนี้ถูกครอบครองไว้ด้วยสัตว์อสูรโบราณอันร้ายกาจที่ปกครองอยู่เหนือสัตว์อสูรและสัตว์ร้ายทั้งหมดที่อาศัยในพื้นที่ มันเป็นสัตว์อสูรที่มีอายุกว่าพันปี มีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจ เมื่อเกิดมาก็สามารถเหินบินบนท้องฟ้า ควบคุมวารีและพิษร้าย นามของมันก็คือ ‘อสรพิษเหินหาว’

ลึกลงไปในใจกลางของทะเลสาบ รังของอสรพิษเหินหาว

อสรพิษยักษ์สีดำกางปีกมหึมาทั้งคู่ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดออก ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองไปที่เหล่าสัตว์อสูรเบื้องหน้าที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว ปีกกว้างใหญ่บดบังแสงที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้า รังสีเย็นยะเยียบจากร่างแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ

เหล่าสัตว์อสูรระดับล่างพากันคุกเข่าโขกศีรษะด้วยความแตกตื่น สัตว์อสูรนับร้อยถูกรังสีอันเย็นยะเยือกแทรกซึมจนแข็งตัวตายคาที่

อสรพิษเหินหาวขู่คำรามขับไล่ด้วยความโกรธเกรี้ยว สัตว์อสูรทั้งหลายเมื่อได้ยินคำสั่งไว้ชีวิตไหนเลยกล้ารั้งรอ พากันหลบหนีเอาชีวิตรอดออกจากเกาะลงสู่ส่วนลึกของทะเลสาบ ที่หลงเหลือกลับเข้าประจำตำแหน่งรักษาการณ์บนส่วนต่างๆของเกาะ

อสรพิษเหินหาวพลันสลายกลายเป็นกลุ่มควันก่อนจำแลงสู่ร่างมนุษย์ในชุดยาวสีดำ

“ข้า อสรพิษเหินหาว มีบุตรทั้งสิ้นเก้าสิบสองตน” ชายชุดดำขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “สุดท้ายหลงเหลือเพียงสิบหกตน และมีเพียงตนเดียวที่สืบเชื้อสายแห่งสัตว์เทพอสูร… ‘ครีบแดง’ ลูกรักของข้า”

อสรพิษเป็นสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมล้นไปด้วยกามตัณหาตามธรรมชาติ

ตัวของอสรพิษเหินหาวนั้นไม่มีสายเลือดของสัตว์เทพอสูร แต่ในระยะเวลากว่าพันปีที่ผ่านมามันได้ผสมพันธุ์กับทั้งสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรอื่นจำนวนนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามสัตว์เทพอสูรนั้นยากยิ่งที่จะตั้งครรภ์ จวบจนบัดนี้มันจึงมีบุตรที่สืบสายเลือดของสัตว์เทพอสูรเพียงหนึ่งเดียวซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของมัน คาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะครีบแดงจะเป็นทายาทที่สืบทอดความยิ่งใหญ่ต่อไป

“ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าก่อนที่เจ้าจะบรรลุระดับเหนือธรรมชาติห้ามมิให้เจ้าล่าสังหารพวกมนุษย์จนตระกูลจี้ระแคะระคายและสืบสวนมาถึง” อสรพิษเหินหาวยังคงพร่ำรำพันสืบต่อด้วยความหดหู่

เขาทราบดีอยู่แล้วว่าครีบแดงนั้นเสพติดในรสชาติของเนื้อมนุษย์และเฝ้าตักเตือนอยู่เสมอ ทว่าครีบแดงกลับแอบออกไปล่ามนุษย์ลับหลังเขา ซ้ำยังกระทำเลยเถิดจนถึงขั้นล้างชนเผ่าหลายเผ่าจนตระกูลจี้ต้องออกติดตามด้วยตนเอง

“ลูกข้า ข้าต้องหาทางช่วยเจ้ากลับมาให้ได้!” มันพลันคืนสภาพสู่ร่างของอสรพิษเหินหาว พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างมหึมายาวหลายร้อยเมตรขดแล้วดีดปราดลากเส้นสายสีดำตัดผ่านท้องฟ้าหายลับเข้าไปในหมู่เมฆ

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ขว้างปาไปมั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s