เล่มที่1 บทที่17: อาวุธคู่มือ

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 17: อาวุธคู่มือ

สองวันให้หลัง

กองกำลังนักรบเกราะดำก่อวงล้อมกักสัตว์อสูรอสรพิษเอาไว้ในป่าทึบ

สัตว์อสูรอสรพิษสีแดงเลือดส่งเสียงคำรามลั่น ร่างมหึมาเปล่งประกายสีเงินออกมาโดยรอบ กรงเล็บแหลมคมบนขาสองข้างที่งอกออกจากส่วนหน้าของลำตัวตะกุยตะกายอย่างดุร้ายไม่ยอมสยบ ดวงตาอสรพิษสีแดงทั้งสองข้างก็ฉายแววอาฆาตมาดร้ายออกมาอย่างชัดเจน แต่ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดรอดจากตาข่ายที่รัดพันรอบร่างออกมาได้

ผู้บัญชาการเคราครึ้มส่งสียงหัวเราะด้วยความพึงพอใจ “เดียรัจฉานที่โง่งม กลับถูกพวกเราจับเป็นได้อย่างง่ายดาย พวกเจ้ารีบลงมือล่ามมันเอาไว้”

นักรบทั้งหลายรีบรับคำ ขว้างเหวี่ยงโซ่เหล็กดำหลายสิบเส้นออก ลงมือล่ามอสรพิษประหลาดอย่างแคล่วคล่องชำนาญจนมันไม่อาจบิดพลิกลำตัวหรืออ้าปากขึ้นมาได้อีก

“ท่านผู้บัญชาการ อสรพิษประหลาดที่มีกระทั่งกรงเล็บเช่นนี้ไม่ทราบว่ามีที่มาเช่นไร กลับไม่เคยได้พบหรือได้ยินมาก่อน” นักรบคนสนิทผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“สิ่งมีชีวิตรูปแบบอสรพิษล้วนสามารถสมสู่ข้ามสายเลือด สัตว์เทพอสูรอสรพิษมีอยู่นับร้อยนับพัน แต่มีเพียงแค่ไม่กี่สายพันธุ์ที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์และถูกกำหนดชนิดเอาไว้อย่างชัดเจน ประเภทที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์เช่นนี้ย่อมไม่ถูกบันทึกเอาไว้” ชายเคราครึ้มอธิบายอย่างอารมณ์ดี เขาใช้สายตาประเมินอสรพิษประหลาดที่ถูกล่ามแล้วจึงกล่าวสืบต่อ “นายน้อยกำลังต้องการสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากเพื่อฝึกฝีมือ สัตว์อสูรอสรพิษตัวนี้กลับเหมาะสมนัก พวกเราจะนำมันกลับไป”

ที่แท้ผู้บัญชาการเคราครึ้มที่สวมเกราะสีแดงผู้นี้คือยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติ เมิ่งหยู มือขมังธนูอันดับหนึ่งของตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตก

เมิ่งหยูเมื่อได้รับความไว้วางใจให้เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาเกาทัณฑ์ให้แก่จี้หนิงย่อมต้องยืนอยู่ข้างจี้หยงและจี้ยี่ฉวนในการสนับสนุนให้จี้หนิงก้าวขึ้นเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครอง จี้หนิงเองก็เป็นลูกศิษย์ที่สร้างความภาคภูมิใจในชีวิตของเขา

เรื่องที่จี้หนิงใช้สัตว์อสูรเป็นคู่มือฝึกกระบี่เป็นที่รู้กันในหมู่นักรบของตระกูลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว การที่เขาสังหารสัตว์อสูรหนึ่งตัวในทุกสามวันทำให้เหล่านักรบเกราะดำต้องออกตามล่าสัตว์อสูรกลับมาเพิ่มเติมให้แก่วังมังกรตลอดเวลา

คำร่ำลือในหมู่นักรบนั้นยิ่งมายิ่งถูกแต่งแต้มจนเกินความจริง มีบ้างที่กล่าวอ้างว่าการที่จี้หนิงสามารถสังหารสุดยอดสัตว์เทพอสูรระดับธรรมชาติได้นั้นเนื่องจากเขาได้รับมอบกระบี่วิเศษที่คมกล้าสุดเปรียบปานจากคลังสมบัติของตระกูล ร่ำลือจนแม้กระทั่งจี้หลี่เองก็เริ่มประเมินจี้หนิงต่ำลง

………

วังมังกร ลานต่อสู้ในกรงขัง

ร่างทรงพลังของสัตว์อสูรทอดซากอยู่บนพื้น คราบโลหิตยังไม่เหือดแห้งไปจากปากแผลขนาดใหญ่บนร่าง

จี้หนิงยังคงยืนทบทวนการต่อสู้ที่เพิ่งจบลง ด้วยระดับฝีมือของจี้หนิงในปัจจุบันเขาแทบไม่จำเป็นต้องพึ่งพากายาเทพอสูรในการต่อสู้กับสุดยอดสัตว์อสูรในระดับธรรมชาติอีกต่อไป อาวุธที่ใช้ก็เป็นเพียงกระบี่เหล็กกล้าธรรมดาเท่านั้น

เสียงเรียกชื่อจากที่นั่งชมปลุกเขาจากภวังค์ จี้หนิงมองขึ้นไปตามเสียงเรียกและต้องประหลาดใจที่พบจี้ยี่ฉวน หลังจากการต่อสู้กับสุนัขป่าหอนจันทร์จี้ยี่ฉวนก็ไม่ได้มาดูเขาต่อสู้อีกเลย

“ข้าต้องการทราบระดับความรุดหน้าในเพลงกระบี่ของเจ้า เจ้าสามารถเข้าสู่ ‘วิถีแรกเริ่ม’ ได้แล้วหรือไม่?”

จี้หนิงส่ายหน้า “ข้ายังอาจใช้กระบวนท่าของทั้ง ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ และ ‘เพลงกระบี่วิชชุอัคคี’ ได้อย่างเชี่ยวชาญ”

‘วิถีแรกเริ่ม’ เป็นการอาศัยเคล็ดวิชาที่พิเศษเฉพาะในการเข้าถึงระดับ ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ เป็นการชั่วคราว ซึ่งแตกต่างจากระดับ ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ ของการใช้กระบี่ ที่สามารถหยิบยืมพลังแห่งฟ้าดินได้แม้จะกรีดวาดกระบี่ด้วยกระบวนท่าอันพื้นเพก็ตาม นั่นจึงจะนับเป็น ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ ที่แท้จริง

ตามตำนานที่เล่าขาน ยังมียอดคนที่ฝึกปรือจนข้ามผ่านระดับที่เหนือขึ้นไปจาก ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ อยู่อีก ยอดวิชาเช่น ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ และ ‘เพลงกระบี่วิชชุอัคคี’ ที่สามารถช่วยให้ผู้ฝึกเข้าสู่ ‘วิถีแรกเริ่ม’ ก็ถูกบัญญัติขึ้นโดยยอดคนเหล่านั้นเอง

“เรื่องบางประการไม่อาจเร่งรัดไป วันนี้เจ้าจะพาชุนเฉาและชิวเยี่ยไปเดินเล่นบ้างก็ได้”

“ทราบแล้ว ท่านพ่อ”

จี้หนิงรับคำด้วยความเคารพ หันกายมุ่งหน้าออกจากวังมังกร หน้าที่เก็บกวาดสถานที่ย่อมมีผู้ดูแลให้เอง

………

ตัวเมืองของเขตปกครองตะวันตกคราคร่ำไปด้วยผู้คนนับหมื่น ชุนเฉาและชิวเยี่ยเดินเคียงข้างจี้หนิง ชี้ชวนดูข้าวของและผู้คนรอบข้างด้วยความเบิกบาน

“นายน้อยไม่ได้พาพวกเราออกมาเดินเล่นนานมากแล้ว”

จี้หนิงก็มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พาสาวใช้ทั้งสองเดินตัดผ่านถนนหลักของตัวเมืองที่พ่อค้าและผู้สัญจรส่วนมากล้วนต้องอาศัยเดินทาง สองข้างทางของถนนที่กว้างขวางเต็มไปด้วยร้านรวงและแผงขายสินค้าจนเหลือพื้นที่ทางเดินไม่ถึงเจ็ดส่วน

ทาส ขนสัตว์ อาวุธ หนังสือ สมุนไพร สินค้าทุกประเภท ผู้คนทุกรูปแบบล้วนแล้วแต่ปะปนกันอยู่บนท้องถนน

“นักรบผู้กล้านับร้อยของชนเผ่าเราต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่ออาวุธเหล่านี้ พวกเราเองก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานับประการเพื่อเดินทางมายังตัวเมืองเขตปกครองตะวันตก ต่อให้เสนอราคาเป็นทองคำหนักเท่ากับสามสิบหัวสัตว์ร้ายข้าก็ยังเกี่ยงว่าน้อยไป เจ้าคิดจะต่อราคาเหลือเพียงสิบหัวสัตว์ร้ายงั้นหรือ? อย่างน้อยต้องหนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้าย!” เสียงตะโกนอันหยาบกร้านดังขึ้นที่ด้านข้าง

จี้หนิงจ้องมองไปทางต้นเสียงด้วยความสนใจ

ผู้คนหลายสิบคนต่างมุงดูอยู่รอบชายฉกรรจ์ในชุดขนสัตว์สีดำสนิทสามคน หนึ่งในนั้นที่มีอสรพิษสีดำขดพันอยู่รอบแขนร้องตะโกนต่อไปว่า “ทองคำหนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้าย ใครจ่ายทองคำหนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้ายได้ก็นำเอาไปได้เลย”

“ละโมบเกินไปแล้ว”

“กล้าดียังไง ถึงกับตั้งราคาไว้ที่หนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้าย”

ชุนเฉาและชิวเยี่ยกล่าวกระซิบกระซาบซึ่งกันและกัน

จี้หนิงก็ประหลาดใจเช่นกัน ทองคำหนึ่งหัวสัตว์ร้ายมีน้ำหนักประมาณห้ากิโลกรัม สำหรับตัวเขาที่เป็นทายาทตระกูลจี้ทองคำหนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้ายไม่นับเป็นอย่างไร แต่กับชาวเผ่าทั่วไป นี่นับเป็นมูลค่ามหาศาล

“ต่อให้คมกล้าถึงเพียงไหน ก็เป็นแค่อาวุธธรรมดาเท่านั้น”

“นี่เพียงเป็นสมบัติวิเศษที่ชำรุดแล้ว ได้แต่ใช้งานเยี่ยงอาวุธทั่วไป”

“ข้าจ่ายให้เต็มที่ยี่สิบหัวสัตว์ร้าย ถ้ายอมขายข้าก็จะซื้อ”

“หนึ่งร้อยหัวสัตว์ร้าย!” ชายฉกรรจ์คนเดิมไม่หวั่นไหวต่อเสียงวิจารณ์ พรรคพวกอีกสองคนก็สอดส่ายสายตาระแวดระวังไม่ให้ผู้ใดฉวยโอกาสช่วงชิงสิ่งของไปได้

นี่ยากจะโทษพวกมัน เพื่อชีวิตของนักรบชนเผ่ามากมายที่เสียสละไปเพื่อการณ์นี้ พวกมันย่อมต้องแสวงหาค่าตอบแทนที่สูงยิ่งกว่า มีแต่ทำเช่นนี้จึงสามารถนำเงินที่ได้ไปซื้อทาสนักรบ อาวุธ และเสบียงเพื่อหล่อเลี้ยงชนเผ่าให้ดำรงอยู่สืบต่อไปได้

“ให้ข้าชมดูก่อน” จี้หนิงบังเกิดความสนใจจึงก้าวเข้าไปในวงล้อม

“นายน้อย”

“นายน้อย”

“นี่เองหรือบุตรชายของ ‘กระบี่พิรุณโปรย’”

ในผู้คนรอบข้างเริ่มมีคนจดจำเขาออกและบอกต่อกัน ผู้ที่เข้ามามุงดูพากันเปิดทางให้อย่างสุภาพ

ชายฉกรรจ์ชุดดำทั้งสามเองก็บังเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา ทุกชนเผ่าที่อาศัยอยู่ภายใต้เขตปกครองของตระกูลจี้ล้วนครั่นคร้ามสยบยอมต่อความแข็งแกร่งของตระกูลจี้ นามของจี้ยี่ฉวนยิ่งเป็นดั่งนามของเทพเจ้าผู้สูงส่ง

“นายน้อยผู้สูงส่งโปรดผ่านตา” ชายฉกรรจ์ที่มีอสรพิษขดพันบนแขนรีบประคองส่งกระบี่ด้วยมือที่สั่นระริกทั้งสองข้าง สีหน้าของชายฉกรรจ์สองคนที่ด้านหลังก็ส่อแววกังวลโดยมิอาจข่มกลั้น การใช้กำลังช่วงชิงสิ่งของเป็นเรื่องปกติของทุกชนเผ่า แม้ว่าตัวเมืองเขตปกครองแห่งนี้จะมีกฎห้ามเข่นฆ่าชิงทรัพย์แต่ผู้ที่ตรากฎก็คือตระกูลจี้ และนายน้อยผู้สูงส่งที่อยู่เบื้องหน้าของทั้งหมดตอนนี้ก็เป็นนายน้อยของตระกูลจี้!

จี้หนิงรับกระบี่มาถือไว้ มือต้องตกห้อยลงเล็กน้อยด้วยน้ำหนักที่คาดไม่ถึง เห็นตัวกระบี่เป็นสีดำสนิท ฝักก็จัดสร้างจากวัสดุสีดำสนิทมองจากภายนอกไม่มีอันใดโดดเด่น แต่เมื่อพิจารณาให้ดีจะเห็นว่ามีกระบี่ถึงสามเล่มสอดอยู่ในฝักเดียวกัน

“หนึ่งฝักสามกระบี่?” จี้หนิงประหลาดใจเล็กน้อย เขาดึงกระบี่ออกจากฝัก

เสียงครางกระหึ่มเมื่อกระบี่ทั้งสามหลุดพ้นฝัก รังสีกระบี่ที่เย็นเยียบทะลักทลายออกรอบด้าน บนตัวกระบี่ยังสามารถสังเกตเห็นอักษรโบราณที่ชำรุดไม่สมบูรณ์เปล่งประกายอยู่รางเลือน

“น่าเสียดายนัก” จี้หนิงสั่นศีรษะทอดถอนใจ เขาย่อมเคยผ่านตาสมบัติวิเศษที่มีอยู่มากมายของเขตปกครองตะวันตก และทราบดีว่ากระบี่เหล่านี้สมควรเป็นสมบัติวิเศษประเภทกระบี่บินมาก่อน แต่อักขระอาคมถูกทำลายสิ้นสภาพ จึงกลับกลายเป็นเพียงกระบี่ที่คมกล้าธรรมดา

จี้หนิงทดลองกดนิ้วลงบนคมกระบี่

“นายน้อยโปรดระวัง กระบี่นี้สามารถตัดหินผาได้ง่ายดายราวหั่นเต้าหู้” ชายฉกรรจ์ชุดดำรีบร้องเตือน

จี้หนิงรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงบนนิ้วมือด้วยความประหลาดใจ “แม้เพียงกดปลายนิ้วลงเบาๆยังเกือบฝ่าการป้องกันของ ‘เสื้อดาราทอง’ เข้ามาได้ หากฟันลงเต็มแรงคงสามารถทำลาย ‘เสื้อดาราทอง’ ได้อย่างแน่นอน ข้าไม่เคยเห็นศัตราวุธที่คมกล้าถึงเพียงนี้มาก่อน”

บุคคลทั่วไปอาจเห็นเพียงว่านี่เป็นอาวุธที่คมกล้า แต่ไม่อาจทราบว่าคมกล้าถึงเพียงไหน จี้หนิงกลับกลับเปรียบเทียบทดสอบได้อย่างชัดเจน

“ข้าต้องการกระบี่สามเล่มนี้”

ชายฉกรรจ์ชุดดำทั้งแตกตื่นทั้งกังวล รีบกล่าวอย่างตะกุกตะกัก “นายน้อยผู้สูงส่ง นักรบผู้กล้านับร้อยของชนเผ่าเราต้อง…” ยามเมื่ออยู่ต่อหน้านายน้อยแห่งตระกูลจี้ ชายฉกรรจ์ชุดดำกลับไม่กล้าเอ่ยปากโก่งราคา

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s