เล่มที่1 บทที่14: การต่อสู้ในกรงขัง

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 14: การต่อสู้ในกรงขัง

‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ ถูกคิดค้นขึ้นจากกฎแห่งธรรมชาติที่ว่า หยดน้ำเพียงสายหนึ่งก็สามารถเจาะทะลุหินผา ยามใดที่หยดน้ำพร่างพรมหนุนเนื่องดังหยาดพิรุณที่โปรยปรายไม่ขาดสายจากทั่วฟ้าจะก่อเกิดเป็นพลังที่เข้มแข็งไม่สั่นคลอนและไม่มีผู้ใดหลบหลีกพ้น ยามจู่โจมรุนแรงดังหยดน้ำนับล้านแตกระเบิดเข้าใส่ ยามตั้งรับหนาแน่นจนไม่มีการจู่โจมใดฝ่าผ่านเข้าไปได้…

“ช่างเป็นเพลงกระบี่ที่ลึกล้ำและน่าแตกตื่นนัก” จี้หนิงครุ่นคิดในใจ มือหยิบคัมภีร์กระบี่เล่มถัดไป ‘คัมภีร์อุดรดารา’ ขึ้นมา

‘คัมภีร์อุดรดารา’ เป็นส่วนหนึ่งของเพลงกระบี่ในตำนาน ‘ตำรากระบี่อุดรดารา’ มีทั้งสิ้นเจ็ดกระบวนท่า เพียบพร้อมทั้งรุกและรับ แต่ละกระบวนท่าตั้งชื่อตามดวงดาวทั้งเจ็ดในหมู่ดาวเหนือ เมื่อบรรลุถึงระดับสูงยังสามารถแสดงพลังของดวงดาวออกมา นับเป็นเพลงกระบี่ที่ลึกลับและทรงพลังจนยากที่ผู้ใดจะต้านทานได้…

“เพลงกระบี่ที่เลิศล้ำ…” จี้หนิงทอดถอนใจชมเชย พลิกดูคัมภีร์เล่มต่อไป

‘กระบี่วิชชุอัคคี’ นี่เป็นเพลงกระบี่ที่บรรพชนตระกูลจี้ได้รับโดยบังเอิญระหว่างที่ออกเดินทางฝึกฝนก่อนมาถึงหุบเขานางแอ่น ซากคัมภีร์ครึ่งเล่มถูกพบอยู่ในกองเพลิงที่มอดดับ ตัวอักษรที่จารึกเลอะเลือนยากตีความ ตัวอักษรหลงเหลืออยู่บนหน้าปกมีเพียงสองคำคือ ‘วิชชุ’ และ ‘อัคคี’ ส่วนกระบวนท่าที่ยังหลงเหลือพอให้ศึกษาตีความได้มีเพียงแค่สามกระบวนท่า ทุกกระบวนท่าล้วนเป็นท่าจู่โจม ความรุนแรงยามใช้ออกเปรียบดั่งวิชชุสวรรค์อัคคีโลกันตร์โหมกระหน่ำ แม้มีเพียงสามกระบวนท่าแต่หากนับเพียงพลังโจมตี ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ นับเป็นเพลงกระบี่ที่มีพลังทำลายรุนแรงที่สุดในเพลงกระบี่ทั้งมวลของตระกูลจี้…

“หากเพียงแต่คัมภีร์กระบี่วิชชุอัคคีจะครบถ้วนสมบูรณ์…” จี้หนิงพึมพำออกมาด้วยความเสียดาย

“นั่นจะเป็นเพลงกระบี่อันดับหนึ่งในหุบเขานางแอ่นโดยไร้ข้อกังขา” จี้ยี่ฉวนกล่าวเสริม

จี้หนิงผงกศีรษะ หยิบคัมภีร์เล่มถัดไปขึ้นมา

‘เคล็ดกระบี่เงามายา’ กล่าวตามตรงนี่มิอาจนับเป็นเพลงกระบี่ หากผู้ใดสามารถตีความ ‘เคล็ดเงามายา’ ได้อย่างถ่องแท้ ก็จะสามารถดัดแปลงใช้ออกกับ ดาบ ไม้เท้า หอกยาว ได้ดังใจนึก ความลึกล้ำของเคล็ดวิชาอยู่ที่ผู้ฝึกจะสามารถซุกงำสำนึกและกระบวนท่าจนคู่ต่อสู้ถูกสังหารก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าถูกจู่โจม…

“นี่กลับเป็นเพลงกระบี่ที่ไม่เหมาะกับตัวข้า” จี้หนิงตัดสินใจได้ในทันที การเลือกฝึกวิชาที่เหมาะสมกับอุปนิสัยและรูปลักษณะของบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ หากฝืนฝึกปรือในสิ่งที่ไม่เหมาะกับตัวตนย่อมไม่มีทางเข้าถึงความลึกล้ำของวิชาฝีมือนั้นได้

“ส่วนนี่คือเพลงกระบี่ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ตระกูลจี้” จี้หนิงพลิกอ่านคัมภีร์เล่มสุดท้าย

‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’ ถูกยกให้เป็นเพลงกระบี่ที่ล้ำลึกที่สุดในห้าเพลงกระบี่ ในกระบวนท่าที่ซับซ้อนสามารถแบ่งออกเป็นสามท่วงทำนอง ‘หนึ่งกระบี่หมื่นประกาย’ ‘หมื่นกระบี่ร่วมขับขาน’ และ ‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’…

…..

จี้หนิงหลับตาลง สงบใจครุ่นคิด

ในแง่ของความลึกล้ำซับซ้อน ‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’ ย่อมเป็นอันดับหนึ่งโดยไม่ต้องสงสัย

ในแง่ของความลึกลับร้ายกาจ ‘เคล็ดกระบี่เงามายา’ สามารถนับเป็นอันดับหนึ่งได้เช่นกัน

‘ตำรากระบี่อุดรดารา’ เดินในแนวทางอันเที่ยงแท้มาตรฐาน เพียบพร้อมทั้งรุกและรับ

‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ เป็นอันดับหนึ่งในด้านการป้องกันอันเข้มแข็ง

ในทางกลับกัน ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ เดินในแนวทางแข็งกร้าวรุนแรง เป็นอันดับหนึ่งในด้านพลังทำลาย

“อันดับแรก ‘เคล็ดกระบี่เงามายา’ สามารถตัดออกไปได้ เพลงกระบี่นี้ไม่เหมาะกับตัวตนของข้าแม้แต่น้อย ส่วน ‘ตำรากระบี่อุดรดารา’ เน้นทั้งรุกและรับ จึงเท่ากับไร้ความโดดเด่นเป็นเอกเทศ เพลงกระบี่นี้ก็สามารถตัดออกไปได้เช่นกัน”

“ในสามเพลงกระบี่ที่เหลือ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ เป็นวิชาแรกที่ข้าจะเลือก” จี้หนิงอาศัยความทรงจำจากชาติภพก่อน รับรู้ว่าในการแข่งขันกีฬาและการต่อสู้ระดับสูง ผู้ชนะมักเป็นผู้ที่จัดเจนในการตั้งรับและหลบหลีก ใช้การตั้งรับที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานในการรุกเอาชัย หรือบางครั้งต่อให้ไม่อาจทำร้ายคู่ต่อสู้ก็ยังสามารถประคองตัวให้รอดต่อไปได้ รักษาชีวิตเพื่อสร้างสรรค์โอกาสครั้งใหม่

“ส่วนอีกหนึ่งวิชาที่เหลือ หากต้องเลือกระหว่าง ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ กับ ‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’…”

“ข้อขอเลือกฝึก ‘กระบี่วิชชุอัคคี’!”

หากเขาใช้กระบี่เดี่ยว เขาคงต้องตัดใจเลือกระหว่าง ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ กับ ‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’ แต่เขาสามารถใช้กระบี่สองเล่มได้พร้อมกันเขาจึงเลือกเพลงกระบี่ที่โดดเด่นเฉพาะทางทั้งสองนี้

“กระบี่คู่ของข้าจะสามารถใช้ออกเป็นหนึ่งรุกหนึ่งรับ หรือจะใช้รุกทั้งคู่ใช้รับทั้งคู่ก็ได้ตามสถานการณ์”

“นอกจากนี้ หากข้าฝึกฝน ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ จนบรรลุระดับเหนือธรรมชาติได้เมื่อใด อักขระศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราจะช่วยให้ข้าสามารถใช้พลังของอัคคีและวารีได้ เมื่อนั้นวารีจะช่วยหนุนเสริมอานุภาพของ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ และอัคคีจะช่วยหนุนเสริมอานุภาพของ ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ ให้สูงส่งยิ่งขึ้นอีก”

จี้หนิงเริ่มต้นศึกษาความเป็นไปได้และวางแผนการฝึกฝนในอนาคต กลยุทธ์อันล้ำเลิศย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์อันหอมหวาน เมื่อเขาสามารถวางเป้าหมายที่ชัดเจนเอาไว้ก่อน ต่อให้ไม่สามารถรุดหน้าขึ้นทุกวัน ในระยะเวลาอันยาวไกลเบื้องหน้าก็ยังอาจประสบความสำเร็จได้ในวันใดวันหนึ่ง นี่ย่อมประเสริฐยิ่งกว่าฝึกฝนอย่างหนักโดยไร้สติหลายร้อยหลายพันเท่า

…..

การใคร่ครวญของจี้หนิงในครั้งนี้กินเวลาเกือบสองชั่วโมง เทียนไขเล่มใหญ่ในห้องเผาไหม้ลงเกือบครึ่ง ตลอดเวลาจี้ยี่ฉวนและยู้จี่เซาะนั่งรอคอยอย่างสงบเยือกเย็น เพียงพูดคุยกันเองบ้างด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ท่านพ่อ ท่านแม่”

“เจ้าตัดสินใจแล้ว?” จี้ยี่ฉวนเอ่ยถาม

“ลูกหนิง เจ้าเลือกเพลงกระบี่ชุดใด? เจ้าเลือกเรียนหนึ่งหรือสองวิชา?” ยูจี่เซาะถามขึ้นเช่นกัน

“ข้าเลือกเพลงกระบี่ทั้งสองนี้” จี้หนิงยกชูคัมภีร์ฉบับคัดย่อของ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ และ ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ ขึ้นมา

“เลือกได้ประเสริฐ” จี้ยี่ฉวนผงกศีรษะเล็กน้อย เขาย่อมคาดเดาความคิดของจี้หนิงออกได้ แม้จะเร้นกายไม่ประมือกับผู้ใดหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรชาย แต่นามของ ‘กระบี่พิรุณโปรย’ จี้ยี่ฉวนกลับมีแต่กระเดื่องเลื่องลือมากยิ่งขึ้น หลายปีที่ผ่านมายังไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธความเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งตระกูลจี้เขตปกครองตะวันตกของเขา

“ข้าอยากขอรับคำชี้แนะจากท่านพ่อ” จี้หนิงรีบกล่าว

“เรื่องนี้ไม่อาจรีบร้อนไป ข้าย่อมมีคำแนะนำในการตีความ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ ให้แก่เจ้า แต่ในยามนี้ที่เจ้ายังมิได้แม้แต่จะเริ่มฝึกปรือ ต่อให้พูดไปเจ้าก็คงไม่เข้าใจ สิ่งที่เจ้าต้องการในตอนนี้คือฝึกฝนให้มากไว้แล้วหาประสบการณ์จากการต่อสู้เสี่ยงชีวิตอย่างแท้จริง ไม่ใช่การประลองฝึกซ้อมฝีมืออีกต่อไป”

“รุ่งสางของวันรุ่งขึ้น ข้าจะมอบคัมภีร์ฉบับจริงของเพลงกระบี่ทั้งสองให้แก่เจ้า ข้าต้องการให้เจ้าฝึกปรือต่อหน้าข้าจนกว่าจะสามารถใช้กระบวนท่าทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง สามวันหลังจากนี้ข้าจะให้เจ้าต่อสู้ นั่นจะเป็นการต่อสู้ถึงตาย!”

“แต่ว่าท่านพ่อ… ก่อนหน้านี้ท่านมิใช่เคยให้ข้าต่อสู้และสังหารเหล่านักโทษประหารมาแล้วหรอกหรือ” จี้หนิงกล่าวด้วยความงุนงง เขายังคงจดจำความรู้สึกของการสังหารมนุษย์เป็นครั้งแรกได้ดี

ตอนนั้นร่างของเขาสั่นสะท้านโดยมิอาจควบคุม นั่นมิใช่เกิดเนื่องจากความกลัว หากเป็นความรู้สึกที่มิอาจอธิบายได้ประการหนึ่ง หลังจากที่เขาสังหารนักโทษประหารหลายสิบคน ความรู้สึกนี้จึงได้จางหายไป

“นั่นไหนเลยนับว่าเป็นการต่อสู้ นักโทษเหล่านั้นล้วนแต่อ่อนแอกว่าตัวเจ้า นั่นอย่างมากก็เป็นเพียงบททดสอบความกล้าของเจ้าเท่านั้น”

“สามวันให้หลัง ข้าจะให้เจ้าต่อสู้กับสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสูงสุดของระดับธรรมชาติ สัตว์อสูรเหล่านั้นจะต่อสู้ด้วยความหิวกระหายและเพื่อความอยู่รอดของตัวมันเอง พวกมันจะไม่ยอมออมมือให้แก่เจ้าอย่างแน่นอน”

“สัตว์อสูร…” สีหน้าของจี้หนิงอดมิได้ต้องเกิดความเปลี่ยนแปลง

“เจ้าจะต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวต่อตัว นี่เป็นบททดสอบสำคัญที่สายเลือดหลักของตระกูลจี้ทุกคนต้องข้ามผ่าน ‘การต่อสู้ในกรงขัง’ ซึ่งเป็นการทดสอบที่มีผู้รอดชีวิตไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น”

มีผู้รอดชีวิตไปได้เพียงครึ่งเดียว?

จี้หนิงนิ่งไปชั่วขณะ แต่กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว เขานึกถึงความโหดร้ายของโลกและยุคสมัยอันรกร้างว่างเปล่านี้ ในขณะที่มนุษยชาติสืบตระกูลโดยไม่หยุดยั้ง จำนวนประชากรกลับไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย นั่นเนื่องเพราะผู้คนเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันเลวร้าย เบื้องบนต้องดิ้นรนต่อต้านมหันตภัยแห่งฟ้าดิน เบื้องล่างต้องต่อสู้แย่งชิงกับชนเผ่ารอบด้านและบรรดาสัตว์อสูรในป่าเขา มีเพียงผู้เข้มแข็งที่แท้จริงเท่านั้นที่จะอยู่รอดต่อไป ตระกูลจี้แม้จะร่ำรวยทรงอิทธิพลแต่ก็ไม่ได้แตกต่าง สายเลือดของตระกูลต้องดิ้นรนพิสูจน์ตนเองเพื่อคงศักดิ์ฐานะของตระกูลเอาไว้ให้ได้เช่นกัน

มีแต่ผลักดันทายาทของตระกูลด้วยบททดสอบอันโหดร้ายเหล่านี้เท่านั้น ตระกูลจี้จึงจะมั่นใจว่า รากฐานที่บรรพชนของตระกูลสละชีวิตสร้างเอาไว้จะคงอยู่สืบต่อไป!

………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

Advertisements

ผู้เขียน: thaidesolateera

เพียงขีดเขียนเรื่อยเปื่อย หวังว่าสักวันอิฐที่ปามั่วซั่วจะชักนำหยกออกมาได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s