เล่มที่1 บทที่13: ห้าเพลงกระบี่

Desolate Era เล่ม1: ตระกูลจี้แห่งเทือกเขานางแอ่น

บทที่ 13: ห้าเพลงกระบี่

จี้หลี่เดินเข้าสู่ที่พักด้วยสีหน้าที่ยังไม่สงบลง เหล่าข้าทาสบริวารพากันคุกเข่าก้มศีรษะกระทั่งลมหายใจยังมิกล้าระบายออกโดยแรง ทั้งหมดทราบจุดจบของผู้ที่กล้าขัดใจจี้หลี่ในภาวะเช่นนี้เป็นอย่างดี

“ท่านพ่อ” เสียงทักดังมาจากด้านในของตัวบ้าน ชายกลางคนชุดขนสัตว์ที่ถักเปียเต็มศีรษะก้าวออกมารับ

จี้หลี่เหลือบตามองบุตรที่เขาชื่นชมที่สุด บุตรเพียงคนเดียวของเขาที่สามารถบรรลุระดับเหนือธรรมชาติ

“จี้หยู ข่าวที่ได้รับใช่ผิดพลาดหรือไม่ เดียรัจฉานน้อยของจี้ยี่ฉวนกลับสามารถฝึกกระบี่จนถึงระดับ ‘คนกระบี่ร่วมประสาน’ ได้”

“ถูกต้องแล้วท่านพ่อ มันสามารถทะลวงฝ่าระดับการฝึกไปได้ขณะที่ประลองฝีมือกับนักรบเก้าคมเขี้ยวเก้านาย”

จี้หลี่ส่งเสียงกู่ด้วยความโกรธแค้น

“สวรรค์ช่างอยุติธรรมกับข้านัก ไม่เพียงให้ข้าเพลี่ยงพล้ำต่อท่านพี่จี้หยงที่อ่อนแอกว่าด้วยความประมาท ยังส่งจี้ยี่ฉวนมาเกิด บัดนี้ยังมีจี้หนิงที่สามารถบรรลุเพลงกระบี่ระดับเชี่ยวชาญด้วยอายุแค่หกปีอีก!”

“ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ข้าเกรงว่าบรรดาเด็กจากชนเผ่าที่พวกเราเฝ้าชุบเลี้ยงคงมิอาจรับมือมันได้” จี้หยูส่ายหน้าทอดถอนใจด้วยความทดท้อเช่นกัน “หากเพียงจี้สงจะเยาว์วัยกว่านี้สักสามปี…”

จี้สงเป็นบุตรบุญธรรมของจี้หลี่ ในอดีตจี้หลี่เคยยกกำลังออกปราบปรามเหล่าชนเผ่า ระหว่างทางได้เผชิญหน้าและสังหารสัตว์อสูร ‘พญาหมีขนทอง’ จี้หลี่นำกำลังเข้าทำลายรังของพญาหมี และได้พบกับทารกมนุษย์ที่อายุยังไม่ครบหนึ่งปีภายในนั้น ทารกน้อยมีสัญชาติญาณและพละกำลังเหนือทารกปกติ จี้หลี่ถูกใจจนนำกลับมาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม และตั้งชื่อให้ว่าจี้สง(หมี)

ที่ผ่านมาจี้หลี่เลี้ยงดูจี้สงราวกับเลี้ยงดูสัตว์อสูร นอกจากถ่ายทอดวิชาฝีมือให้ยังส่งเขาไปต่อสู้กับสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรตั้งแต่เล็ก จี้สงขณะนี้อายุสิบสามปีและบรรลุขั้น ‘คนกับดาบร่วมประสาน’ แล้ว

จี้หยูหรี่ตาลงกล่าวสืบต่อ “การประลองชิงดาบทองจะจัดขึ้นทุกสี่ปี ปีนี้เองก็จะจัดขึ้นอีกครั้ง ผู้เข้าประลองจะต้องมีอายุไม่เกินสิบหกปี อีกสี่ปีข้างหน้าจี้สงก็ไม่อาจเข้าร่วมประลองได้แล้ว”

“พวกเราได้แต่หวังว่าเด็กจากชนเผ่าเหล่านั้นจะสามารถบรรลุขั้นเหนือธรรมชาติได้ภายในสี่ปีนับจากนี้” จี้หลี่กล่าวราวกับรำพึง

“ท่านพ่อโปรดวางใจ อย่างน้อยเด็กชาวเผ่าทั้งสามที่เราคัดเลือกมาเพื่อรับมือกับจี้หนิงก็มีพรสวรรค์ในการฝึกพลังปราณ ทุกคนก้าวถึงระดับสูงสุดของระดับธรรมชาติแล้ว ขอเพียงคนหนึ่งคนใดสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเหนือธรรมชาติได้ ชัยชนะในขั้นสุดท้ายจะยังเป็นของพวกเรา”

“นั่นกลับเป็นเรื่องจริง ผู้ฝึกพลังปราณถึงระดับเหนือธรรมชาติจะสามารถใช้สมบัติวิเศษในการต่อสู้ได้ เพียงแต่การจะฝึกปรือถึงขั้นนั้นได้ก็มิใช่เรื่องง่ายดาย…”

“เรื่องนี้คงได้แต่รอดูกันต่อไป หวังว่าชะตาจะกลับมาเข้าข้างเราบ้าง” จี้หยูกล่าวเสียงแผ่วเบา

แม้ว่าการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองจะเป็นไปอย่างดุเดือด แต่จี้หลี่และจี้หยูไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะลอบสังหารจี้หนิง สาเหตุหลักก็คือ ในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้การรวมตัวเพื่อความอยู่รอดของชาติตระกูลและชนเผ่าสำคัญเหนือทุกสิ่ง ทุกตระกูลต่างปลูกฝังและตรากฎอันเข้มงวดเรื่องความปรองดอง จี้หนิงเองก็เป็นว่าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขตปกครองตะวันตก หากเกิดเหตุลอบสังหารขึ้นตระกูลจี้ทั่วทั้งห้าเขตปกครองย่อมไม่ปล่อยให้ผู้บงการลอยนวลไปได้อย่างแน่นอน

………..

เทียนไขแท่งหยาบหนาสาดแสงส่องห้องโถงใหญ่จนสว่างไสว จี้ยี่ฉวนนั่งประจำที่มียู้จี่เซาะและจี้หนิงนั่งเคียงข้างร่วมรับประทานอาหาร จี้หนิงที่กำลังเติบโตก้มกัดแทะเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่จนคราบไขมันเปรอะเปื้อนไปทั่ว

“ยี่ฉวน” ยู้จี่เซาะใช้สายตาอันภาคภูมิมองไปที่บุตรชาย “ลูกหนิงสามารถฝึกฝีมือขั้นพื้นฐานสำเร็จภายในสามปี ใช้เวลาอีกสามปีในการฝึกขั้นเชี่ยวชาญได้สำเร็จ เรื่องตำแหน่งผู้ดูแลเขตปกครองคงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป”

จี้ยี่ฉวนผงกศีรษะเล็กน้อย จิบดื่มสุราจากถ้วยเขาสัตว์ “ถูกแล้ว เขายังรักษาสัญญา ประลองโดยใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวและไม่ใช้พลังของเคล็ดวิชา ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ ออกไป”

ผู้อื่นอาจไม่ล่วงรู้ถึงความร้ายกาจที่แท้จริงของจี้หนิงแต่บิดาและมารดาของเขาย่อมต้องรู้เป็นอย่างดี การชิงดาบทองในตอนนี้นับว่าง่ายดายดุจล้วงวัตถุจากถุงย่าม

“ด้วยระดับความรุดหน้าของลูกหนิงในตอนนี้ อีกสี่ปีข้างหน้า แม้แต่ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้”

จี้หนิงยังคงก้มหน้ารับประทานอาหารปริมาณมหาศาลตรงหน้าต่อไป เมื่อฝึกกายาเทพอสูรเขาพลอยได้รับผลกระทบจากความอยากอาหารในระดับเดียวกับเทพอสูรไปด้วย จี้หนิงฝึกเคล็ดวิชา ‘ประกายชาดเก้าชั้นฟ้า’ ขั้นที่สามสำเร็จมาได้สองปีแล้ว เมื่อใดที่สามารถทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นที่สี่ก็จะเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติ

ยอดฝีมือด้านพลังปราณโดยทั่วไปก็มิอาจต้านทานยอดฝีมือกายาเทพอสูรในระดับเดียวกันอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ที่จี้หนิงฝึกปรือคือวิชากายาเทพอสูรอันดับหนึ่งในใต้หล้า

จี้หนิงแหงนหน้ากรอกน้ำแกงร้อนกรุ่นลงจนหมดสิ้น เอามือลูบท้องพร้อมส่งเสียงชมเชยด้วยความพึงพอใจ ยู้จี่เซาะอดมิได้ต้องหัวเราะออกมาด้วยความรักเอ็นดู

“ตอนที่บิดาเจ้าถ่ายทอด ‘หนึ่งร้อยแปดกระบี่เทพอสูร’ ให้นั้น เขาได้คาดคิดเอาไว้แล้วว่านั่นเป็นเพลงกระบี่ที่เหมาะกับตัวเจ้าที่สุดและจะช่วยให้เจ้าเข้าถึงระดับเชี่ยวชาญได้รวดเร็วที่สุด ตอนนี้ได้เวลาที่เจ้าจะเรียนรู้เพลงกระบี่ชุดต่อไปแล้ว”

จี้หนิงทราบดีว่ามารดารักปกป้องตนเองถึงเพียงไหน จี้ยี่ฉวนก็รักเอ็นดูเขาแต่ยังคงคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและชาติตระกูลเป็นที่ตั้ง แต่เขาแน่ใจว่าในสายตาของท่านแม่นั้นตัวเขายังสำคัญกว่าการอยู่รอดหรือล่มสลายของตระกูลจี้เสียอีก

“ถูกต้องแล้ว” จี้ยี่ฉวนรับคำ “มรรคาแห่งเพลงกระบี่นั้นดำเนินจากความเรียบง่ายไปสู่ความลึกล้ำ จากนั้นจึงดำเนินออกจากความลึกล้ำเข้าสู่ความเรียบง่าย ตอนนี้เมื่อเจ้าสามารถบรรลุ ‘คนกระบี่ร่วมประสาน’ สามารถควบคุมกระบี่ได้ดั่งควบคุมมือของเจ้าเอง ถือว่าได้ดำเนินออกจากความลึกล้ำเข้าสู่ความเรียบง่ายแล้ว”

“หลังจากนี้เจ้าจะต้องฝึกปรือเพื่อให้บรรลุถึงระดับ ‘ฟ้ามนุษย์หลอมรวม’ ซึ่งเป็นระดับที่เข้าถึงได้ยากเย็นที่สุด”

“ฟ้ามนุษย์หลอมรวม…” จี้หนิงทวนคำด้วยความตื่นเต้น

“บัดนี้เพลงกระบี่ที่เจ้าร่ำเรียนผ่านมาทั้งหมดล้วนปราศจากคุณค่าความหมาย ถึงเวลาที่เจ้าจะเริ่มเรียนรู้เพลงกระบี่ชั้นสูงของตระกูลจี้เราได้”

“ตระกูลจี้เราสร้างชื่อขึ้นจากเพลงกระบี่ แม้แต่นครของเขตปกครองหลักตระกูลจี้ก็ยังตั้งชื่อว่า ‘นครหมื่นกระบี่’ ตามชื่อของ ‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’ ซึ่งเป็นเพลงกระบี่ที่บรรพบุรุษตระกูลจี้ใช้ในการบุกบั่นสร้างฐานะขึ้นในดินแดนแถบนี้”

“ผ่านมาหลายพันปี ตอนนี้ตระกูลจี้เรารวบรวมเพลงกระบี่ชั้นสูงได้ทั้งสิ้นห้าเคล็ดความ อันประกอบไปด้วย ‘ท่วงทำนองหมื่นกระบี่’ ‘กระบี่วิชชุอัคคี’ ‘เคล็ดกระบี่เงามายา’ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ และ ‘คัมภีร์อุดรดารา’ ทุกวิชาล้วนเต็มไปด้วยความลึกล้ำไร้สิ้นสุด โดยปกติเมื่อยอดฝีมือของตระกูลบรรลุขั้น ‘คนกระบี่ร่วมประสาน’ จะเลือกร่ำเรียนเพลงกระบี่ชุดใดชุดหนึ่งจากทั้งห้านี้ ข้าเองก็เลือกฝึกเพียง ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ เนื่องจากไม่ต้องการแบ่งแยกสมาธิจิตใจ แต่เมื่อเจ้าสามารถแบ่งจิตใจเป็นสองทาง เจ้าอาจสามารถเลือกฝึกเพลงกระบี่สองชุดได้”

ในมือจี้ยี่ฉวนพลันปรากฎคัมภีร์ฝีมือฉบับคัดย่อขึ้นห้าเล่ม จากนั้นด้วยการเคลื่อนไหวอันเรียบง่ายคัมภีร์ทั้งห้าเล่มก็ลอยลงกองเป็นระเบียบอยู่เบื้องหน้าจี้หนิง ไม่กระทบถูกถ้วยชามบนโต๊ะแม้แต่น้อย

“จงตั้งใจเลือกให้ดี การเลือกของเจ้าจะถูกบันทึกและส่งต่อไปยังเขตปกครองทั้งห้าของตระกูลจี้ ผู้ที่ลอบฝึกปรือวิชาของตระกูลนอกเหนือจากที่บันทึกจะถูกตามล่าสังหารโดยตระกูลจี้จากทั้งห้าเขตปกครอง!”

“นี่ยังเข้มงวดกว่าเคล็ดวิชาประกายชาดเก้าชั้นฟ้าอีก?”จี้หนิงอดถามมิได้

“นั่นเป็นเพราะตระกูลใหญ่แทบทุกตระกูลต่างมีเคล็ดวิชาประกายชาดเก้าชั้นฟ้าไว้ในครอบครองทั้งสิ้น จึงไม่ต้องกลัวว่าจะรั่วไหลออกไป แต่เพลงกระบี่ทั้งห้านี้ต่างออกไป ทั่วทั้งเทือกเขานางแอ่นนี้ นอกจาก ‘คัมภีร์อุดรดารา’ ที่ ‘นิกายอัคคีทมิฬ’ มีครอบครองอยู่เช่นกัน อีกสี่เพลงกระบี่ล้วนเป็นความลับที่ไม่มีผู้อื่นครอบครอง”

จี้หนิงเริ่มเข้าใจ ในพื้นที่ของเทือกเขานางแอ่นนั้นนอกจากกองทัพของจักรวรรดิ์เซี่ยที่ไม่มีผู้ใดกล้าลูบคมแล้ว ยังมีขุมกำลังหลักอีกห้ากลุ่มที่ต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่ซึ่งกันและกัน ตระกูลจี้เองก็นับเป็นหนึ่งในนั้น

เขาเลือกหยิบ ‘เคล็ดกระบี่พิรุณโปรย’ ขึ้นมาเปิดดูเป็นเล่มแรก นี่คือเพลงกระบี่ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บิดาของเขาจนได้รับฉายา ‘กระบี่พิรุณโปรย’

…………………………………………………………………………………………………………………………………

ติชมผลงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น:

https://www.facebook.com/Desolate-Era-แปลไทย-152606241836045/?ref=aymt_homepage_panel

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s